Books

四季の若木 – Wakaki four seasons

ครั้งนี้ที่ เมืองวากะคิ จังหวัดซากะ ภูมิภาคคิวชู รอบนี้ติดแหง่กอยู่ในโลกนั้นเกือบตลอดเวลา อ่านบ่อยขนาดนี้ เดี๋ยวก็หนีไปจริงๆ ซะเลย แฮร่

四季の若木 – Wakaki four seasons (สำนักพิมพ์ a book เขียนโดย เบญจมาศ ภู่ประเสริฐ) เล่มนี้อ่านเพลิน เรียบง่าย แต่เรียล เหมือนดูหนังเรื่อง Little forest เวอร์ชั่นหนังสือ

เราชอบเรื่องราวที่มีการดำเนินเรื่องโดย ผู้หญิง เป็นตัวละครหลัก มันเข้มแข็งที่ภายนอก แต่อ่อนไหว ยิ่งในเรื่อง Little forest โคตร Feminist ลำพังตัวคนเดียวทำทุกอย่าง ขัดเกลาจิตใจ จนเมื่อเริ่มเข้มแข็งอีกครั้ง ก็ออกเดินทางอีกครั้ง

กลับมาที่วากาคิ เรื่องนี้ ‘หน่อย’ เป็นตัวละครหลัก ที่ไม่ได้อโลน มีเรียวตะ สามีญี่ปุ่นอยู่ด้วย ชีวิตที่บ้านนอกญี่ปุ่นไม่ได้หวือหวา แต่ก็ไม่ได้ราบเรียบ ตัวละครส่วนใหญ่เป็น ลุงป้า ผู้แก่เฒ่าแต่แข็งแรงและว่องไว ผิดกับหนุ่มสาวคู่นี้ที่เงอะงะ งงๆ กับชีวิตใหม่ที่วากาคิ สนุกดี

ตัวอย่างบทหนึ่ง การได้หน่อไม้จากลุงผู้ใหญ่บ้านมาหนึ่งกระสอบ ต้องทำไง ตล้กกกกก เป็นเราก็ปล่อยทิ้งไว้ก่อน ค่อยคิด แต่ลุงดุ บอกทุกอย่างที่นี่ต้องทำให้ไว ไม่งั้นอะไรต่างๆ จะเปลี่ยนไป ฤดูเปลี่ยน พืชพรรณอาหารเปลี่ยน ใจคนก็เช่นกัน

วันนี้เราอ่านมาได้ถึง あき Aki ฤดูใบไม่ร่วง ที่เริ่มพูดถึงเกาลัดแล้ว ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้เป็นการแบ่งจังหวะอารมณ์ที่แปรปรวนตามสภาพอากาศของญี่ปุ่น โดยแบ่งออกเป็น 5 จังหวะ はる・つゆ・なつ・あき・ふゆ คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งเราว่ามันน่าสนใจทุกๆ ฤดู เพราะแต่ละฤดู หนุ่มสาวคู่นี้จะต้องเรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตแบบใหม่ๆ และมีบททดสอบมากมาย เพราะบ้านนอกมันไม่ได้สะดวกสบาย ต้องลงมือทำเองทุกอย่าง

แม้ว่า เราจะยังไม่เคยไปซากะ แต่เคยไปคิวชูมาแล้ว พอจะบอกได้ถึงสภาพบ้านเมืองคร่าวๆ บ้านนอกที่นั่นไม่มีรถเมล์วิ่งผ่านหน้าบ้าน ต้องเดินเป็นกิโล และยืนรอรถกลางแดดร้อนๆ ถึงจะได้เข้าเมืองไปกินราเมงแสนอร่อย (ที่พูดถึงคือเมือง Kurume จังหวัดฟุกุชิม่า) สุดท้ายก็โบกรถเอา ช่วยกันกับน้องอีกคน โบกเหมือนในหนังที่เขาโบกกันนั่นแหละ ถามเลยว่า จะเข้าเมืองขอติดรถไปด้วยได้ไหม พอเขาบอกว่า ได้ ก็ขึ้นรถ และพูดคุยกัน ลุงถามว่า ตกลงเข้าเมืองไปทำอะไร ให้จอดตรงไหน เราบอกว่า จะไปกินราเมงร้านนี้ ชี้ๆ ให้ดูภาพที่เซฟไว้ในมือถือ ฮาาาาา ลุงก็พาไปส่งถึงหน้าร้าน ใจดีจัง รัก

คนบ้านนอกใจดีอย่างนี้แหละ

หนังสือเล่มนี้ยังทำให้เราซื้อมาอีก 2 เล่ม เล่มหนึ่งคือ 小さな幸せ ทำอะไรเล็กๆ ง่ายๆ ก็มีความสุขได้ (สำนักพิมพ์ a book เขียนโดย โหน่ง วงทนงค์) ซึ่งมีบทหนึ่งของหนังสือ วากาคิ พูดถึงว่า เรียวตะรู้จักเป็นซี้พี่โหน่ง และเขาก็ต้อนรับการมาเยือนของพี่โหน่งกันทั้งหมู่บ้านเลย กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลงมุมมอง ทัศนคติของคนหมู่บ้านนี้ ยิ่งใหญไปถึงระดับจังหวัด เราไม่รู้ว่า มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน เลยอยากซื้อมาอ่านเอง

และอีกเล่มคือ จงทำสวนของเรา (สำนักพิมพ์บ้านและสวน เขียนโดย ภัทรพร อภิชิต) ที่เล่าว่า หนู ตัวละครหลักของเรื่อง เป็นผู้หญิงอีกแล้ว เป็นผู้ที่อยากจะลองเปลี่ยนจะวิถีชีวิตคนเมือง มาสู่ชนบท เหมือน หน่อยซัง แต่ความต่างคือ หน่อยซังใช้ชีวิตที่ วากาคิ ญี่ปุ่น แต่หนูซัง ใช้ชีวิตที่ อัมพวา สมุทรสาคร เขาทำเองทุกอย่าง ทั้งการปลูกผัก เลี้ยงไก่ ใช้เตาถ่านทำอาหาร และมีอยู่ตอนหนึ่งที่เราอ่านผ่านๆ เจอคำว่า Wwoof เท่านั้นแหละ ซื้อเลย

ทั้งสองเล่มนี้ใจมันร้อนซื้อช่วงที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นี่แหละ ฮา แล้วเดี๋ยวอ่านแล้วจะมารีวิวค่ะ

////////

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply