Diary, Tohoku, Travel

แม้ซากุระที่ ‘คิตะคะมิ เท็นโชจิ’ จังหวัดอิวาเตะยังไม่บาน แต่ใจเราไม่ฝ่ออีกต่อไป

ทริปซากุระในปี 2018 เกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนเวลาเดินทางเพียงแค่ 3 เดือนกว่า แต่เวลาเท่านั้นก็เพียงพอที่จะเตรียมตัววางแผนวิ่งล่าซากุระฟูลบลูมทั่วโทโฮคุบนเส้นทางชินคันเซน Tohoku ระหว่าง 13 – 21 เม.ย. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Tohoku area)

ภารกิจตามล่าซากุระที่อิวาเตะ ll วันที่ 18/04

เช้าวันนี้รู้เลยว่าจะเจอความหนาวแน่ๆ เพราะยิ่งสูงยิ่งหนาว เรากำลังจะเดินทางมุ่งหน้าไป 2 จังหวัดทางเหนือสุดขอบโทโฮคุคือ อิวาเตะ และอาโอโมริ หลังจากที่เมื่อวานวนๆ อยู่ใกล้ๆ เซนได

อันที่จริง ชีวิตการเที่ยวแบบตระเวนไปสุดขอบโทโฮคุแล้ววกกลับมานอนเซนไดเริ่มเข้าที่ เราเริ่มวางระบบได้แล้ว ก่อนหมดวัน เราจะโฉบเข้าไปดูอาหารปรุงสำเร็จที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่สถานีเซนไดเพื่อหาอาหารสำหรับมื้อเช้า และของกินเล่นกรุบกริบ และด้วยความที่ฝึกให้ตัวเองมีเชื้อแม่บ้านญี่ปุ่นมามากพอ การเดินเล่นดูอาหารคือความฟิน

และเช้านี้เราก็ไม่มีเวลามาลีลาใดๆ อย่างไรก็ตามดันมีประเด็นฮาๆ ไว้พูดคุยอ่อล้อให้สดชื่นเบาๆ

ประเด็นคือ เมื่อคืนกลางดึก อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงโอ้ยดังมาก เราก็นึกว่าทานุจังเป็นไร รีบลืมตาตื่นลุกขึ้นมาดู

“นายเป็นไร”

“นอนทับแว่น ขาแว่นหัก ช่างมัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”

แล้วมันก็หลับต่อเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น

พีคคคค ทิ้งไอคนตกใจตื่นมายังคงงงสลึมสลือ ถ้างั้น… หลับต่อด้วย ฮา

แต่เพราะจองชินคันเซนรอบ 8:02 น ไว้แล้ว เราต้องรีบหน่อย ใช้เวลา 53 นาทีเดินทางจากเซนไดถึงที่สถานี Kitakami อิวาเตะ และตั้งใจว่าจะใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวๆ 2-3 ชม จากนั้นก็ไปที่อาโอโมริเพื่อเดินเล่นในเมืองต่อ

ข้าวห่อสาหร่ายหน้าตาและสีสันโคตรน่ารัก

ระหว่างนั่งชินคันเซนเกือบ 1 ชม เราก็เอาข้าวห่อสาหร่ายหน้าตาและสีสันโคตรน่ารักที่ซื้อมาเมื่อคืน มานั่งกินเพลินๆ ชมวิวข้างทาง อากาศวันนี้ดูทะมึนๆ ฟ้าเป็นสีเทา ไม่สดใสเอาเสียเลย

อยู่ๆ ในหัวเราก็มีเสียงเจ้าทานุจังดังขึ้น

“เราค่อยๆ เที่ยวดีกว่า เปลี่ยนแผนเอาหน้างาน ถ้าที่นั่นไม่มีไร เราก็ไปต่อ” ทานุจังบอกไว้ตั้งแต่วันแรกๆ

ฮาาา จริงด้วย อากาศไม่ดี แต่เราก็ยังต้องไปต่อได้ และสนุกได้ โอเคตามนั้น!

Kitakami Station 8:55

ถึงสถานีคิตะคามิแล้วววววว เป็นครั้งแรกของเราที่จังหวัดอิวาเตะ ดีใจ!!! เราเก็บสะสมเที่ยวทุกจังหวัดทั่วโทโฮคุแล้ว!!! โอววว ไม่น่าเชื่อว่า เราจะผูกพันธ์กับโทโฮคุถึงขนาดนี้ บ้านเกิดๆ

สำหรับเรา จังหวัดอิวาเตะคือบ้านนอกมากที่สุดในโทโฮคุ เพราะเราเคยมีความหลังจากการดูทีวีซีรีส์เรื่อง อามะจัง นักงมหอยเม่น และอีกเรื่องที่เราชอบมากคือหนังเรื่อง Little Forest อ่านรีวิวได้ที่นี่ ทั้งสองเรื่องเล่าถึงธรรมชาติบ้านเกิด อามะจังเล่าถึงทะเล ส่วนลิตเติ้ลฟอเรสเล่าถึงภูเขา  และทั้งสองรายนี้ก็ทำอาหารจากนำวัตถุดิบใกล้ตัว เราชอบมากเลย และก็สงสารช่วงที่อิวาเตะถูกสึนามิพังเมืองมากด้วย ฮืออ

พอถึงสถานีคิตะคามิปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำคือ แวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อดังโงะไว้สำหรับโอะฮานามิ และกะว่าจะเล็งของที่ระลึกประจำจังหวัด (ต้องรีบดูไว้ก่อน เพราะขากลับไม่มีเวลาแวะซื้อแน่ๆ) เจอมาสคอตของอิวาเตะที่คิดว่าต้องจัดคือ น้องถ้วยซุป Wanko Kyodai เพราะที่นี่เป็นแหล่งผลิตงานไม้เคลือบแลกเกอร์อันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น

พวงกุญแจน้อง Wanko Kyodai และน้องกัปปะตัวเขียวๆ

เราตัดสินใจซื้อพวงกุญแจน้องวังโกะ ระหว่างเอื้อมมือไปหยิบน้องก็ดันเหลือบไปเห็นน้องกัปปะตัวเขียวๆ หน้าตาตลกๆ เออะ นึกถึงทานุจังทันที!

“นายๆ ชอบมะ เราซื้อให้เป็นที่ระลึกทริปซากุระนี้ หน้ามันเหมือนนายดี”

“ชอบมาก ให้จริงๆ เหรอ”

“ให้จริงๆ จิ ไหนๆ ก็มาถึงอิวาเตะละ”

พอได้น้องกัปปะมา ทานุจังก็ห้อยกระเป๋าเลยทันที ดูขัดกับลุคเหี้ยมๆ หนวดๆ ตลกกก เอ็นดู

ออกจากสถานี เราก็เดินลัดเลาะตามซอยบ้านของชาวเมืองคิตะคามิ ระหว่างนั้นก็เจอกลุ่มซาราลี่มังชุดดำทั้งหญิงและชายเพิ่งลงจากรถ เรามองตามด้วยสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ และคิดในใจว่า

“ให้ฟีลที่แปลกดี ขัดกับวันเทศกาลชมซากุระที่ร่าเริงในบ้านนอกแบบนี้”

พอมาคิดดูอีกที มันไม่ได้แปลกอะไรเลย เพราะที่จริงญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีวันหยุดสำหรับชมซากุระบาน เราต่างหากที่โดดงานมาเที่ยวเริงร่าในบ้านเกิดของเจ้านาย ฮาา

เดินไปเรื่อยๆ จนมาเจอซากุระต้นเก่าแก่ดอกฟูอ้วนเต็มต้น ยืนโดดเดี่ยวอยู่ลำพัง

“แกคงเหงามากสินะ ไม่มีพวกเลย” เพ้อเจ้อซะแล้วเรา พอคิดได้ดังนั้น เรากับทานุจังก็หยุดยืนชื่นชม ถ่ายรูปเล่นที่ตรงนั้นอยู่นาน

ลมแรงพัดให้กลีบดอกร่วงเป็นระลอก ความสวยงามของดอกซากุระอ่อนโยนช่างขัดกับท้องฟ้าสีเทาของวันนี้ แม้อากาศจะหมอง แต่มีคนหนึ่งดูท่าทางร่าเริงเป็นพิเศษ

ทานุจังมันนั่งยองๆ บรรจงซูมถ่ายน้องซากุระช่อหนึ่งที่ปลิวมาติดฝาท่อระบายน้ำ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วอย่างพอใจ จากนั้นก็ถ่ายซ้ำ เห้ย อารมณ์มันดีจริงว่ะ วันนี้

หลังจากนั้น เราก็ผลัดกันถ่ายรูปกับต้นซากุระนี้เป็นที่ระลึก ถือเป็นซากุระที่สวยสุดๆ ต้นแรกในอิวาเตะล่ะนะ

“อิวาเตะ” สวนสาธารณะเทนโชจิริมแม่น้ำคิตะคามิ Tenshōchi-北上市立公園展勝地 l ซากุระริมแม่น้ำ

“เดินมาตั้งไกล ไม่ถึงซักทีแฮะ”

ก็จากสถานี มันมีระยะทาง 1.2 กิโลเมตรได้ กว่าจะมาถึงสะพาน 珊瑚橋 (Sangobashi) ซึ่งเป็นจุดที่เริ่มมองเห็นวี่แววเส้นทางอุโมงส์ซากุระ จากมุมนี้ยังได้เห็นแนวธงปลาคาร์พ หรือโค่ยโนโบริ 300 ตัว (ธงปลาคาร์พคือธงรูปปลาที่ใช้ประดับกันทั่วไปในวันที่ 5 พฤษภาคมเพื่อขอพรให้เด็กๆ เจริญเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์) ที่พาดข้ามแม่น้ำขนานกับเส้นทางซากุระอีกด้วย เป็นวิวหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ น่ารัก

ความโดดเด่นของสวนสาธารณะเทนโชจิริมแม่น้ำคิตะคามิ คือสถานที่ชมดอกซากุระพันธุ์โซเม-โยชิโนะพันธ์ุยอดนิยม โดยที่นี่มีต้นซากุระกว่า 150 สายพันธุ์รวมประมาณ 10,000 ต้นที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนเมษายน เรียงรายตามทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร จนกลายเป็นอุโมงค์ดอกซากุระที่สวยงาม โรแมนติกสุดๆ

และถ้าใครอยากจะนั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำคิตาคามิเพื่อชมดอกซากุระก็ได้  มีค่าใช้จ่ายคนละ 1,000 เยน สามารถนั่งชมได้รอบละ 20 นาที หรือจะนั่งรถม้า 500 เยนซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์เลยก็ว่าได้ ส่วนคนที่เป็นสายถ่ายภาพ ก็เตรียมรอช้อตน้องม้าเดินมาให้เห็นใต้อุโมงค์ซากุระนี้ เรียกว่าถ้าได้เห็นภาพรถม้าจะต้องนึกออกทันที ว่าที่คิตะคามิ จังหวัดอิวาเตะ ส่วนกลางคืนยังมีการเปิดไฟประดับไลท์อัพที่ต้นซากุระด้วย

การเดินทาง : นั่งบัสจาก JR Kitakami Station Kumazawa/Esashi Line ลงที่ป้าย Tenshochi หรือเดินประมาณ 10 นาที

https://goo.gl/maps/krkhoUX5HX52

“เทศกาลชมดอกซากุระ ที่คิตะคะมิ เท็นโชจิ (Kitakami Tenshochi Sakura Festival)” จัดระหว่างประมาณวันที่ 15 เมษายน – 6 พฤษภาคม

พวกเรามาก่อนซากุระบาน น้องยังเป็นตุ่มชมพูๆ อยู่เลย แถมเทศกาลที่มียาไตหรือร้านอาหารข้างทางก็ยังไม่เปิด ฟ้าก็เทา คนก็น้อย ส่วนใหญ่คนที่มาวันนี้จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาไกล เรียกว่าพวกเราเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกของเทศกาลเลยแหละ แต่ทั้งหมดนี้กลับไม่ได้ทำให้ใจเราฝ่ออีกแล้ว ฮาาา

คนน้อยนี่เป็นเรื่องดีมาก เราสามารถถ่ายรูปรถม้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ๆ ได้อย่างสบายใจ เย่

สักพักเราก็เดินกลับมานั่งที่ม้านั่ง พร้อมเอาดังโงะงาดำออกมากิน โอ้ย และนี่แหละความสุขของเรา ฮาาา

“เราชอบที่นี่มากกกก ได้อารมณ์สวยงามแบบเหงาๆ” ทานุจังบอก

เห้ย ทานุจังมันเปลี่ยนไป หรือว่า การเที่ยวครั้งนี้ได้สอนอะไรกับทั้งเราและมันว่า ความสุขเกิดขึ้นระหว่างทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง "Remember that happiness is a way of travel – not a destination." วลีเท่ๆ จาก Roy M. Goodman (ใครอ่ะ ฮา)

กินดังโงะดีกว่าชมดอกไม้ 花より団子 ฮานะโยริดังโงะ

มีสำนวนญี่ปุ่นเท่ๆ มาฝาก มีความหมายว่า สิ่งที่มีคุณประโยชน์ย่อมดีกว่าสวยงามแค่รูปลักษณ์ที่ได้มอง แม้คนญี่ปุ่นจะชอบการชมซากุระก็จริง แต่การดูอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องหาอะไรมาทำด้วย นั่นคือการกิน และขนมที่เราเลือกคือ ฮานามิดังโงะ

Someiyoshino ซากุระพันธุ์โซเมโยชิโนะ

“ต้นซากุระที่เราเห็นกันตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆ ที่มีสีขาวเจือสีชมพูระเรื่อ เวลาบานแล้วดอกออกเต็มต้นอย่างสวยงาม คือสายพันธุ์ Someiyoshino ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ถูกผสมขึ้นมาในช่วงปลายยุคเอโดะ จากการผสมสายพันธุ์ Ooshimazakura และ Edohigan ในหมู่บ้าน Somei ซึ่งก็คือบริเวณ Komagome ซึ่งก็ได้กลายมาเป็นสายพันธุ์ฮิต

เพราะจุดเด่นของสายพันธุ์นี้คือ เวลาบาน ดอกจะบานเหนือใบทำให้ดูสวยงาม โตไว และมีดอกตั้งแต่ตอนต้นยังเล็ก ในปัจจุบันว่ากันว่ากว่า 80% ของซากุระที่บาน ในญี่ปุ่นคือสายพันธุ์ Someiyoshino” อ้างอิงจาก Nutthapong Chaiwanitphon thematter

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply