Diary, Tohoku, Travel

ครึ่งวันเพลินๆ จากศาลเจ้าชิโอะกามะ ไปต่อจุดชมวิวอ่าวมัตสึชิมะ

ซากุระที่ศาลเจ้าชิโอกามะ

ทริปซากุระในปี 2018 เกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนเวลาเดินทางเพียงแค่ 3 เดือนกว่า แต่เวลาเท่านั้นก็เพียงพอที่จะเตรียมตัววางแผนวิ่งล่าซากุระฟูลบลูมทั่วโทโฮคุบนเส้นทางชินคันเซน Tohoku ระหว่าง 13 – 21 เม.ย. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Tohoku area)

ภารกิจตามล่าซากุระที่เซนได-ชิโอะกามะ-มัตสึชิม่า (มิยางิ) ll วันที่ 17/04

จากตลาดปลาชิโอะกามะ ระหว่างที่เรากำลังเดินกลับ ก็พบทีมไทยที่เพิ่งเดินทางมาเพื่อกินมื้อเที่ยง

“เราเริ่มต้นสลับกับคนอื่นๆ แฮะ เขาไปเที่ยวศาลเจ้ากลับมากินข้าวเที่ยงกันแล้ว”
“ก็เรา First Priority เป็นเรื่องกินไง ฮา”

ทานุจังตั้งขอสังเกตถูกต้องแล้ว เพราะหากมาจากเซนได สถานี Higashi-Shiogama ที่ตั้งของตลาดปลาชิโอะกามะจะอยู่เลยสถานี Hon-Shiogama ที่ตั้งของศาลเจ้าชิโอะกามะ

ส่วนศาลเจ้าชิโอะกามะที่เรากำลังจะไปกันก็มีชื่อเสียงเรื่องการชมซากุระมากอยู่ แต่เราก็ไม่ได้คาดหวังว่า จะได้เห็นซากุระฟลูบลูม

ศาลเจ้าชิโอะกามะ Shiogama Shrine-鹽竈神社 (เมืองชิโอะกามะ)

ดีที่อากาศเย็นๆ ไม่หนาว ไม่ร้อน เราเลยเดินจากสถานีฮอนชิโอะกามะมาที่ศาลเจ้าระยะทาง 700 เมตรได้อย่างสบายๆ

อันที่จริงอุณหภูมิดูจะหนาวขึ้นกว่าเมื่อวานด้วยซ้ำ หรือเพราะที่นี่เป็นที่สูงนะ ซึ่งความหนาวนี่แหละถูกใจทานุจังยิ่งนัก เราเดินถ่ายรูปบรรยากาศเมืองติดทะเลที่มีทางเดินเรียบบ้าง ขึ้นเนินบ้างอย่างช้าๆ (ที่ผ่านมาเหมือนต้องวิ่งล่าซากุระมาตลอด พอไม่ได้หวังเรื่องที่จะเห็นซากุระบานเต็มต้น ก็เลยค่อยๆ เที่ยว ฮา)

เผลอแปบเดียวก็มาถึงหน้าศาลเจ้าแล้ว ดูศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็แอบตกใจไม่น้อยกับทางขึ้นที่ดูสูงชัน เราปีนขึ้นบันไดหิน 202 ขั้นแบบปีนไปบ่นไปเหมือนเดิม เรียกว่า ปีนจนหอบ ฮา

เมื่อขึ้นมาถึงประตูทางเข้าศาลเจ้าจะพบซากุระเลยทันที ซากุระพันธุ์ย้อยสีชมพูสวย พันธุ์ชิดาเระ ซากุระ (Shidare Sakura-枝垂れ桜) กำลังบานสวย

ศาลเจ้าชิโอกามะ ที่มีอายุถึง 1,200 ปีเป็นจุดชมวิวซากุระที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง ที่นี่มีซากุระ 35 พันธุ์รวม 200 ต้น โดยศาลเจ้าชิโอกามะเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่มีความเข้มงวดมากที่สุดในญี่ปุ่นทางเหนือ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศอันเคร่งเครียดภายในศาลเจ้าชิโอกามะก็จะเปลี่ยนไปทันที

ใครที่คิดว่าซากุระในศาลเจ้าจะเก่าแก่โบราณชวนเบื่อ เรากลับมองว่า มันคลาสสิก น่ารัก สีแดงก่ำ และดำดุดันของสิ่งปลูกสร้าง ตัดกับสีชมพูอ่อนโยนของซากุระ และลวดลายพริ้วไหวเหมือนเกลียวคลื่นเก่าแก่แต่ร่วมสมัย มีต้นสนญี่ปุ่นต้นใหญ่เป็นฉากหลัง

และเสียงการย่ำเท้าบนทางเดินกรวดหิน นี่แหละ สวยงามโรแมนติกราวบทกวีนิฮง ฮา

เราดีใจที่ได้มาวันนี้ เพราะซากุระเป็นใจกำลังฟูลบลูม ฟ้าก็เป็นใจ ไม่มีแดด และไม่ครึ้ม

เดินเลยไปเรื่อยๆ ชิลๆ จนกระทั่งถึงสวน สีสันของสวนน่ารักได้อีก เราแอบได้ยินเสียงครื้นเครง เมาเบียร์มาจากกลุ่มคุณปู่สามคน

“คงเป็นเพื่อนวัยเรียนห้องเดียวกัน คุยออกรสมาก” ทานุจังแซว

เราชอบอยู่กับคนมีอารมณ์ขัน มองบวก และช่างจินตนาการแบบทานุจัง มันทำให้เราได้รับพลังบวก ส่วนตัวแล้วเราก็จินตนาการเก่ง แต่หัวเราไม่ได้ไวเท่าทานุจัง

เรามองไปที่แก็งค์โอจี้จังแล้วก็ได้แต่ยิ้ม และจินตนาการต่อจากที่ทานุจังเกริ่น
สงสัยคงเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนกันจริงๆ
อายุเท่านี้แล้ว แต่ยังมีเพื่อนที่วัยเดียวกันให้ได้เมาท์มอยเรื่องอดีตที่ไม่ว่าจะพูดถึงกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังฮาได้เสมอ
เราก็มีเพื่อนแบบนี้เหมือนกัน
ถ้าเราอายุเท่าบรรดาโอจี้จังแล้วจะมีฟีลนี้ไหมนะ นั่งชมความงามซากุระไปด้วย เมาท์ไปด้วย

แต่เราไม่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไป เพราะเราต้องการโฟกัส จดจำบรรยากาศรอบตัวให้แม่นที่สุด เพื่อที่ทั้งหมดจะได้กลายเป็นความทรงจำไว้สำหรับเมาท์มอยเมื่อเวลาผ่านไปเหมือนกับแก็งค์นี้

จะว่าไปคนเราไม่ได้มีโอกาสอย่างนี้มาบ่อยๆ “こんなチャンスは、人生に何度もない”
ทั้งซากุระฟูลบลูม บรรยากาศคนโลคอลวัยเกษียณที่ล้อมวงกันนั่งโอะฮานามิในวันที่อากาศดี และการได้มากับคนที่อินทุกอย่างรอบตัวในนิฮงคุยถูกคอ

เพียงแค่นี้แหละ ก็เรียกว่า ภารกิจการชมซากุระของทริปนี้ได้สำเร็จแล้ว
วันที่เหลือถ้าได้เห็นฟูลบลูมซากุระก็ถือว่าเป็นกำไรของทริป

โอ้ยยย ชิโอะกามะ ดีงาม มีความสุข

“มิยะงิ” ศาลเจ้าชิโอะกามะ Shiogama Shrine-鹽竈神社 (เมืองชิโอะกามะ)
วันทำการ:
เปิดตลอดทั้งปี ไม่มีวันหยุด
8.30 - 17.00 น. (เมษายน - กันยายน)
8.30 - 16.30 น. (กุมภาพันธ์ มีนาคม ตุลาคม และพฤศจิกายน)
8.30 - 16.00 น. (ธันวาคมและมกราคม)

การเดินทาง : นั่งรถไฟJR สายSenseki ลงสถานี Hon-Shiogama (本塩釜駅) แล้วเดิน 15 นาที (จากเซนไดราวๆครึ่งชม.)
https://goo.gl/maps/Zn3gUhMeEtS2

สวนมัตสึชิม่า ไซเกียว โมโดชิ โนะ มัตสึ Matsushima Saigyo Modoshi no Matsu Park - 西行戻しの松公園 (อ่าวมัตสึชิม่า)

ขากลับจากศาลเจ้า เราเดินอีกทาง ถัดไปที่สถานที่เที่ยวไฮไลต์ของวันนี้
นั่งรถไฟจากสถานีฮอนชิโอะกามะ ไปที่สถานีมัตสึชิม่า ไคกัน ซึ่งความจริงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ชมบรรยากาศการของอ่าวมัตสึชิม่า ที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยแบบใกล้ชิดได้เหมือนกัน แต่เราเลือกที่จะไปโดยรถไฟ

ออกจากสถานีมัตสึชิม่าไคกัน พบว่าคนส่วนใหญ่เลี้ยวซ้ายจะไปทางเกาะฟุคุอุระจิมะ แต่เราดันเป็นเพียงสองคนที่เดินเลี้ยวขวาเพื่อไปทางสวนไซเกียวโมโดชิ โนะ มัตสึ ซึ่งเป็นจุดชมซากุระ พอเห็นว่าหลายคนเลี้ยวไปทางตรงข้าม เราก็แอบลังเล
แต่สุดท้ายเราไปทางขวา เพราะเรามีจุดหมายเป็นซากุระ

ตลอดระยะทางจากหน้าสถานี 1.4 กิโลเมตรเป็นทางขึ้นเขาที่มีป่าสนข้างทาง
นี่ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ!
เดินจนน่องปูด เดินไปบ่นไป

เชื่อมะว่า นอกจากเสียงเราบ่น และนานๆ ทีจะมีเสียงรถที่วิ่งขึ้นลงแล้ว
ก็มีแต่เสียงต้นสนที่ลู่ลม เสียงของป่าอันยิ่งใหญ่ ต้นสนที่ดูมีอายุเป็นร้อยปีส่งเสียงพร้อมๆ กันทั้งป่า มันอลังการมาก ระหว่างทางเดินขึ้นก็จะได้เห็นลูกสนด้วย เป็นลูกสนที่เพิ่งผ่านพ้นฤดูหนาวมา

ขอเล่าความสำคัญของอ่าวมัตสึชิมะที่เราต้องปีนไปให้ถึงกันหน่อย ที่นี่เป็นอ่าวแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์กรยูเนสโก้ว่าเป็น "อ่าวที่สวยที่สุดในโลก" ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ถึง 260 เกาะ แค่รู้อย่างนี้ก็ใจเต้นแล้ว (และยังถือเป็นหนึ่งในสามวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับ "อะมะโนะฮะชิดะเตะ" ที่เกียวโตและ "มิยะจิมะ" ที่ฮิโรชิม่า )

เมื่อเรามาถึงยอดเขา ตรงนั้นมีคาเฟ่เก๋ๆ เห็นวิวอ่าวชื่อ “เลอ โรแมน (le Roman)” และก็ได้จังหวะพอดีกับที่ทานุจังร้องจะเข้าห้องน้ำ
อาการปวดขี้รุนแรงมาพอดีมากกับการมาถึงจุดหมาย และมีห้องน้ำเพียงห้องเดียวที่ว่างพอดี พีค!

ของที่หิ้วพะรุงพะรังของทานุจังจึงถูกนำมาฝากไว้ที่เราอย่างรวดเร็ว คนอะไรพีคมากเว่อ ฮา

พอได้อยู่คนเดียว ก็เลยรู้สึกแปลกๆ
มีเวลานั่งคิดเรื่อยเปื่อย
ตลอดทริปที่ผ่านมา เราเหมือนกำลังเร่งรีบทำภารกิจล่าซากุระ

อันที่จริงเราก็ไม่เคยนึกฝันเรื่องภารกิจซากุระมาก่อน นึกภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่า อะไรคือการวิ่งล่า ซากุระมันต้องตามล่าขนาดนี้เลยเหรอ

และเราก็มาย้อนนึกดูว่า ทำไมเราถึงตัดสินใจมา
เชื่อมะว่า เป็นทริปที่เกิดขึ้นกระทันหัน เหตุผลหลักเลยคือ เราอยากให้ทานุจังมีความสุข ได้บรรลุเป้าหมายชีวิตไปอีกขั้น นั่นคือ “ชมซากุระโทโฮคุ” จะได้นอนตายตาหลับ ฮาาา

“วันที่ 5 ของทริปแล้วสินะ เผลอแปบเดียวเองครึ่งทริปละ”

สักพักเราได้กลิ่นตุๆ ลอยมา

“อี๋ นายเหม็น นี่เหม็นไปทั่วดงซากุระเลยนะ”
“ไม่ดีเหรอ เราเพิ่มปุ๋ยให้ต้นซากุระไง ฮาาาา”
“เรานั่งรอจนถ่ายวิวตรงหน้าได้หลายร้อยรูปละ แล้วสุดยังอ่ะ ขากลับถ้าขี้แตกอีกก็เข้าป่าสนไปเลยนา ฮาาา”

ภาพที่คิด
ภาพที่เห็น

16:00 น.

เดินต่อไปยังจุดชมวิว จากตรงนี้เราจะเห็นชัดเจนเลยว่า ซากุระร่วงไปเกือบหมดต้นแล้ว แต่ใจเราสองคนที่ผ่านศึกหนักมาตลอด 5 วันก็เริ่มชิน เราว่า วิวนี้ถึงไม่มีซากุระที่บานพร้อมกัน 250 ต้น
ก็ยังสวยอยู่ดี แดดก็ไม่มี คนก็น้อย เรียกว่าคุ้มกับการเดินขึ้นเขามาจริงๆ

ระหว่างกำลังได้ฟีลชิลๆ อยู่
“เห้ยนาย มาอีกแล้วว่ะ”
“อีกแล้วเรอะ งั้นลงไปเข้าห้องน้ำที่เดิมกัน”

ทานุจังสีหน้าไม่ดี ยิ่งเดินเข้าไปใกล้คาเฟ่ หน้าก็ยิ่งเบ้ ฮาาา
“นาย ไม่ไหวละ เราว่าเราวิ่งไปเลยดีกว่า”
ท่าวิ่งโคตรขำ ต้นซากุระที่นี่ได้ปุ๋ยไปเยอะเลย ฮาาาาาา

ดีที่มันเข้าทันเวลา และไม่มีต่อก็อกสาม

สวนมัตสึชิม่า ไซเกียว โมโดชิ โนะ มัตสึ Matsushima Saigyo Modoshi no Matsu Park - 西行戻しの松公園 (อ่าวมัตสึชิม่า)
การเดินทาง : จากสถานี Matsushima Kaigan (松島海岸駅) หากเดินจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ดังนั้นหากใครอยากประหยัดเวลาแนะนำให้ขึ้นแท็กซี่จากสถานีจะสะดวกที่สุดค่ะ
https://goo.gl/maps/PLtxoMybe8m

นอกจากสถานที่ข้างต้นแล้ว มัตสึชิม่า ยังมี
โรงน้ำชาคันรังเต Kanrantei Tea House and Matsushima Museum-松島博物館
บ้านน้ำชานี้ สวย สงบ ไม่มีคำอื่นที่จะมาเทียบได้
และคงจะดีถ้าได้จิบมัตฉะ ที่นี่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด ในอดีตเคยถูกใช้เป็นบ้านพักตากอากาศและชมดวงจันทร์ของหัวหน้าตระกูลดาเตะด้วย

※เวลาทำการ:เมษายน - ตุลาคม 8:30 - 17:00
พฤศจิกายน - มีนาคม 8:30 - 16:30
miyagi-matsushima.lg.jp

วัดซูอิกันจิ Zuiganji Temple-瑞巌寺
วัดแห่งนี้เป็นวัดเซนที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ ภายในอาคารมีการลงรักปิดทองและเพ้นท์สีประตูบานเลื่อนไว้อย่างสวยงาม ก่อตั้งครั้งแรกในปี 828 เดิมเป็นวัดนิกายเทนได และได้ถูกดัดแปลงให้เป็นวัดเซนในช่วงสมัยคามาคูระ (1192-1333)
วัดซูอิกันจิสร้างขึ้นโดยคำสั่งของท่านดาเตะ มาซามุเนะ ซึ่งภายในไม่ได้มีเพียงแค่วัดที่งดงามเท่านั้น แต่ยังมีจุดที่น่าชมอย่างต้นสนญี่ปุ่น ถ้ำ และอื่นๆที่สวยงาม
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่・เด็กมัธยมปลาย 700 เยน / เด็กมัธยมต้นและเด็กเล็ก 400 เยน
※เวลาทำการ:ตุลาคม・มีนาคม 8:00-16:30
พฤศจิกายน・กุมภาพันธ์ 8:00-16:00
ธันวาคม・มกราคม 8:00-15:30
https://goo.gl/maps/TmHUwQoU3xLtT6xu6

เกาะฟุคุอุระจิมะ Fukuurajima Island-福浦島
สะพานฟุคุอุระบาชิยาว 252 เมตรที่มีป้าย “สะพานมิตรภาพญี่ปุ่นไต้หวัน” เนื่องจากสะพานแห่งนี้ได้รับความเสียหายจากภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2011 และได้รับเงินสนับสนุนในการซ่อมแซมจากไต้หวัน จึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์แสดงมิตรภาพในมัตสึชิมะ

สะพานสีแดงที่มีนกนางนวลอ้วนๆ บินมาเกาะ อ้วนมากกก น่ารัก

หากเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่ง จะเจอสวนสาธารณะที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์ธรรมชาติ มีต้นไม้ ดอกไม้และพืชต่างๆ อยู่กว่า 300 ชนิด
ที่อยู่ คาเฟ่เบย์แลนด์ 8.00 - 17.00 น. (มีนาคม - ตุลาคม)、
8.00 - 16.00 น. (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์)
ผู้ใหญ่ 200 เยน / นักเรียนประถมและมัธยมต้น 100 เยน
https://goo.gl/maps/MCBFwmBtcosj4jBC8

ซึนดะฟองดูว์ พร้อมชมความสวยงามของอ่าวมัตซิชิมะ!


.
ซึนดะ(Zunda) ซึ่งทำจากถั่วแระเป็นของดังเมืองเซนไดและนิยมใช้ทำขนมหวานสูตรต่างๆ อย่างเช่นซุนดะเชค แต่ที่คาเฟ่ Hasunohane ในมัตซึชิมะ มีเมนูพิเศษ ซุนดะฟองดูว์ โดยจิ้มกินกับเครื่องเคียงอย่างเช่นผลไม้และขนมต่างๆ เป็นเมนูที่นิยมมากในขณะนี้
.
■Matsushima Hasunohane Cafe
ที่อยู่:Matsushima Tamatebako-kan 4F 75-14
Matsushima Chonai, Matsushima Machi
เวลาทําการ:10:00 - 17:00
hasunohane

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply