Diary, Tohoku, Travel

Ginzan onsen เรียวกังออนเซนสวยโรแมนติก พร้อมฉากอำลาโทโฮคุ

ทริปซากุระในปี 2018 เกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนเวลาเดินทางเพียงแค่ 3 เดือนกว่า แต่เวลาเท่านั้นก็เพียงพอที่จะเตรียมตัววางแผนวิ่งล่าซากุระฟูลบลูมทั่วโทโฮคุบนเส้นทางชินคันเซน Tohoku ระหว่าง 13 – 21 เม.ย. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Tohoku area)

ภารกิจตามล่าซากุระที่ยามากาตะ กินซัน ออนเซน l วันที่ 20/04

หลังจากชมซากุระที่ยามาเดระแล้ว เราไปจะไปกินซัน ออนเซน (Ginzan onsen : 銀山温泉) กันต่อ สถานที่ที่เราลุ้นเรื่องการเดินทางมากสุด เพราะที่พักแพงสุด ไม่ใช่แพงสุดในกินซันออนเซนนะ แต่แพงสุดของทั้งทริป ฮาาา

เรามักฝันถึงการนอนออนเซนเรียวกังเสมอ ไม่ต้องแพงมากหรือมี Full Service แต่ขอว่ามีที่ให้แช่ออนเซนน้ำแร่เท่านั้นพอ การได้แช่ออนเซนก็จะเป็นโจทย์ที่ต้องทำการบ้านวางแผนกันหน่อย เริ่มจากหาว่า ในจังหวัดที่เราผ่านมีออนเซนที่มีชื่อเสียงที่ไหนบ้าง อย่างในโทโฮคุนี่ก็เรียกว่ามีที่ขึ้นชื่อหลายที่ แต่เรามาจบลงที่สถานที่ไปง่ายและเหมือนได้เที่ยวไปด้วย

ช้อยส์แรกที่โผล่เข้ามาคือ Akiu Onsen ที่จังหวัดมิยาหงิ แต่พอคิดว่า เดินทางไปเพื่อแช่ออนเซนครึ่งชั่วโมงแล้วกลับเลย ไม่คุ้มเท่าไหร่  ก็เลยเปลี่ยนแผนมาเป็นช้อยส์ที่กินซันออนเซนนี่แหละ เหตุผลง่ายมากๆ คือกลางคืนถ่ายรูปสวยมาก และให้บรรยากาศเหมือนโรงแช่น้ำร้อนในอนิเมชั่นเรื่อง Spirited Away อนิเมชั่นค่าย Studio Ghibli เรื่องโปรดของเรา ฮา

กินซัน ออนเซน (Ginzan onsen : 銀山温泉)

©︎Yamagata prefecture,©︎JNTO

กินซัน ออนเซนตั้งอยู่ในเมืองโอะบะนะซะวะ (Obanazawa) จังหวัดยะมะงะตะ (Yamagata) คือแหล่งน้ำพุร้อนยอดนิยมที่ยังคงสภาพบ้านเมืองในสมัยไทโชเมื่อประมาณ 100 ปีก่อนให้เราได้เห็นกันอยู่ มีเรียวกังที่สร้างจากไม้เรียงรายอยู่ตลอดสองฝั่งคลอง ในยามค่ำคืนจะมีการจุดโคมไฟให้แสงนวลตาสุดแสนโรแมนติก และในฤดูหนาวช่วงมกราคม กุมภาพันธ์ เมืองออนเซ็นแห่งนี้จะสวยงามน่าประทับใจด้วยทิวทัศน์หิมะขาวโพลน นอกจากนี้ ยังมีบ่อน้ำร้อนแช่เท้าให้บริการฟรี ให้ได้แวะอบอุ่นร่างกายระหว่างเดินชมวิวสวยในฤดูหนาวได้อีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง https://www.japan.travel/en/spot/1798/

©︎Yamagata prefecture,©︎JNTO
บ่อน้ำร้อนแช่เท้า ©︎Yamagata prefecture,©︎JNTO
ตารางเวลารถบัส

การเดินทาง : จากโตเกียว นั่งรถไฟชินคันเซน JR Yamagata มาลงที่สถานี Oishida Station ( 3 ชม. 20 นาที 12,000 เยน) จากนั้นต่อรถบัสเข้าไปที่กินซันออนเซน (35 นาที 690 เยน) ราคาชินคันเซนรวมอยู่ในพาส JR EAST PASS (Tohoku area) แต่ไม่รวมราคาบัส

หรือจากยามาเดระ เดินทางไปที่กินซันจะต้องไปเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Uzenchitose จากนั้นค่อยนั่งไปลงที่สถานี Oishida

https://goo.gl/maps/n5cxNKKoUCRur3k87

นั่งรถไฟไปไม่เท่าไหร่ เริ่มรู้สึกเส้นทางมันคุ้นๆ อ้าว ผ่านสถานี Tendo เฉย คนที่น่าถีบลงจากรถไฟคือเจ้าทานุกิ มันทำท่าอยากจะลงไปดูซากุระที่น่าจะกำลังเบ่งบานสวยใจจะขาด เชิญค่ะ ทานุจัง ประตูอยู่ทางนู้นนะคะ

เส้นทางที่กำลังไปนั้นจะไปสุดที่หุบเขา อุณหภูมิก็จะเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมาถึงสถานี Oishida เที่ยวรถโรงแรมที่รับส่งฟรีช่วง 15:45 น. นั้นไปแล้ว ส่วนรถบัสเที่ยวสุดท้าย 15:55 น. ก็ไปแล้วเช่นกัน เหลือช้อยส์เดียวเลยคือ แท็กซี่ที่นั่งไปถึงกินซันราคาก็ปาเข้าไป 5,500 เยน

“รอบนี้ถือเป็นบทเรียนนะ ที่ทำการบ้านมาแล้วแต่มัวโอ้เอ้จนสาย รอบหน้าเราให้นายจ่ายเองทำโทษที่สาย โอเคมะ”

โอเคค่ะ ท่านทานุจัง ที่น่าเจ็บใจคือราคาค่าบัสคือ 690 เยนเท่านั้น ส่วนรถที่โรงแรมมารับก็คือฟรี แต่เราพลาดทั้งหมด ขอโทษค่ะ

ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตรที่นั่งแท็กซี่เข้ากินซัน ออนเซน เรารู้สึกอบอุ่นใจบอกไม่ถูก ท่ามกลางความเงียบสงบเราได้ชมซากุระระหว่างทาง พริ้มเลย แล้วเบื้องหน้าเราเป็นภูเขาที่ยังมีหิมะด้วยไง ยิ่งใกล้กินซันหิมะยิ่งหนา เป็นเดือนเมษายนที่มีให้เห็นครบดีจริงๆ ซากุระ หิมะ ภูเขา ออนเซน

 

พักที่ Aji to Magokoro no Yado SHOWAKA

ที่พักที่เราจองไว้เป็นราคาที่ย่อมเยาที่สุดในเมืองแล้ว Aji to Magokoro no Yado SHOWAKAN เรียกสั้นๆ ว่า “โชวะคัง” ราคาต่อคืนตกคนละ 14,040 เยนหรือราวๆ 4,150 บาท ถึงกระนั้น ก่อนมาที่เรียวกังนี้เราก็ต้องตะล่อมให้ทานุจังมันคล้อยตามถึงราคาที่รวมมื้อเช้าและเย็น บวกการได้แช่ออนเซนนี่คุ้มที่จ่ายไปสี่พันกว่าบาทนา เอ้า ไหนๆ ช้อยส์ก็มาตกที่นี่แล้ว ก็ต้องใช้ชีวิตที่นี่ให้คุ้มล่ะ แช่มัน 3 รอบไปเล้ยย

http://www.shouwakan.net/

เราว่าเหตุผลที่คุ้มไม่ใช่เรื่องอาหาร หรือออนเซนเพียงอย่างเดียว มันคือเวลา ที่เราจะได้ใช้เดินเล่นผ่อนคลายราวๆ สามทุ่มแบบที่ไม่ต้องเจอนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน บรรยากาศคือดีมาก

แนะนำว่า ใครมาที่กินซันควรอยู่ค้างเพื่อให้คลายความเมื่อยล้ากันสักคืน เหมือนที่ทานุจังมันได้ผ่อนคลายสุดๆ “หลับคาโต๊ะไคเซกิ” พีคคค เรื่องราวมันมีดังนี้

หลังจากที่เราเข้าที่พักราวๆ 17:00 น เราก็ออกไปเดินเล่นในเมืองก่อนแสงหมด จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังออนเซนทันทีเพื่อสำรวจก่อนเลยว่า บ่อเป็นอย่างไร ปรากฏว่าที่นี่เป็นบ่อกลมเล็กๆ ในใจนึกสงสัยว่า ถ้าคนแปลกหน้ามานั่งรวมกันในบ่อนี้แบบโป๊ๆ บ่อมันเล็กต้องใกล้ชิดกันมากแน่ๆ เราจะเอาตาไปมองที่ไหนดี ฮาาา

และในเมื่อตอนนั้นไม่มีคนเลย เราจึงต้องรีบทำภารกิจ ก่อนที่มื้อเย็นแบบไคเซกิจะมาเสิร์ฟเวลา 18:15 น

หลังจากที่ล้างตัวแบบเร็วๆ เราก็ค่อยๆ หย่อนตัวลงบ่อ บ่อไม้ทรงกลมแคบๆ นี่แอบลึก น้ำก็ไม่ได้ร้อนลวกตัวเท่าไหร่ เพราะเหมือนแม่บ้านเพิ่งเตรียมน้ำเสร็จ แต่ก็ร้อนกำลังดีสำหรับหนึ่งคนในบ่อ เราได้นั่งแช่น้ำร้อนมองวิวเมืองกินซันที่ยังมีหิมะปกคลุมแม้จะบางตา นี่ช่างเหมือนฝัน

“สงบเหลือเกิน ข้างนอกคนก็ไม่เยอะด้วย อ่าาาา ดีใจที่เลือกมาที่นี่” เราคิดในใจ

กลับมาจากบ่อออนเซนพบว่า พ่อบ้านของที่นี่เริ่มทยอยนำอาหารชุดแบบไคเซกิมาเสิร์ฟไล่ไปทีละห้อง ลำดับห้องของเราน่าจะท้ายๆ ขั้นตอนเริ่มจาก แม่บ้านจะเข้ามาขออนุญาตเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งกินอาหาร นั่นก็คือเลื่อนโต๊ะน้ำชาไปไว้ด้านหนึ่ง ส่วนเรากับทานุจังจะมีโต๊ะส่วนตัวของใครของมันมาวางตรงหน้า จากนั้นพ่อบ้านจะยกอาหารมาเสิร์ฟไล่ไปทีละเมนูพร้อมคำบรรยาย จนกระทั่งปิดท้ายด้วยขนมหวาน ถ้าถามว่า การบริการที่ได้รับคืนนี้เหมือนที่เราเคยดูในหนังหรืออนิเมชั่นหรือไม่

รีวิวชุดอาหารไคเซกิจากอนิเมชั่น okko-inn

ให้เราพูดแบบตรงๆ เลยนะ ไม่ว้าวเท่าไหร่ ถึงจะไม่ได้คาดหวัง แต่สำหรับเราเรื่องความอร่อยของอาหารเราเฉยๆ กับที่นี่ ส่วนเรื่องการบริการแบบ Omotenashi (おもてなし) หรือ หัวใจของการบริการแบบญี่ปุ่น ก็เฉยๆ อีกเช่นเดียวกัน รวมๆ แล้วเลยให้แค่ ☆☆☆ เต็มห้า แต่ที่เราว่าว้าวคือ ประสบการณ์มื้อไคเซกิ สำหรับเรามันคือประสบการณ์ครั้งแรกที่เรามองว่า น่าสนใจนะ มื้อไคเซกิ (懐石 : kaiseki) หมายถึงอาหารชุดที่เสิร์ฟอย่างเป็นลำดับตามธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงความพิถีพิถันในคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล การปรุงแต่ง และกรรมวิธีที่ใช้ในการปรุง จนกระทั่งการนำเสนออาหาร

ทานุจังมันก็มีประสบการณ์ไคเซกิครั้งแรกเหมือนกัน อาหารไล่เรียงหลากหลายราว 14 เมนูเลยทีเดียว ทั้งเส้นและข้าว ต้มๆ ย่างๆ มันคงหิว กินเร็วมาก

“เราขอนอนพักสายตาหน่อยละกัน”

พอมันราบลงไปนอนกับเสื่อตาตามิข้างโต๊ะอาหาร แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ มันกรน! พีคมาก ทั้งๆ ที่ทีวีก็เปิดอยู่ข้างหูมัน เสียงกรนมันเริ่มไล่ระดับความดังเพิ่มขึ้น ฮาาา ระหว่างที่เรากินข้าวอยู่จึงมีความบันเทิงใหม่มาเสริมรสชาติอาหาร แอบถ่ายวิดีโอไว้ซะเลย แฮร่ น่าเสียดายที่วิดีโอนั้นไม่รู้หายไปไหน

หลับไปประมาณ 10 นาทีมันก็ตื่นมาแบบงงๆ

“เมื่อกี๊นายกรนอ่ะ ดังด้วย ฮาาาาาา”

“จริงอ่ะ เราแค่จะนอนพักสายตาเฉยๆ หลับไปไม่รู้เรื่องเลย นี่แหละปิดท้ายภารกิจซากุระ นอนพักผ่อนมันหน้าจานข้าวเลย ฮาาาา”

อ่าาาา หลังจากที่ท้องอิ่ม หนังตาก็เริ่มหย่อน เราขอหลับบ้างง เห้ย ไม่ใช่

สักพักประมาณเกือบ 20:00 น. ป้าแม่บ้านก็เข้ามาในห้องอีกเพื่อปูฟูตองให้เรานอน โดยทั่วไปถ้าไม่ใช่เรียวกัง เราคงต้องปูเองเพราะฟูตองมันวางเรียงในตู้เหมือนในห้องของโนบิตะอย่างนั้นเลย ป้าปูเสร็จ เราก็นอนเล่นพักผ่อน จากนั้นก็เตรียมตัวไปออนเซนอีกรอบ ฮาาาา ตามที่บอกว่าจะแช่ให้คุ้มสามรอบไปเลยนี่ไม่ได้พูดเล่นๆ นะ ทำจริงๆ เช้าตื่นมาอีกรอบ ฮาาา  ออนเซน กิน ออนเซน กิน วนไป ฮาาา

แช่ออนเซนสบายใจ ก็มานั่งรอทานุจังที่หน้าห้องออนเซน

“โอ้ยย หน้าตาดูผุดผ่องขึ้นนะ เป็นไง ชอบมะ”

“เออ สบายดี มาที่นี่เหมือนมาพักผ่อนจริงๆ ชอบ”

หลังจากที่เราแช่ออนเซนเสร็จ มันเพลียๆ แฮะ แต่วันนี้เราจะจบด้วยขั้นตอนออนเซน ง่วง และนอน ไม่ได้ ต้องออกไปเผชิญความหนาวเลขหลักหน่วยก่อนนอน

“ก่อนไปถ่ายรูป เราว่านายแต่งหน้าหน่อยดีกว่า ถ้าจะถ่ายรูปก็เอาให้มันดีๆ ไปเลย จะได้โพสท์โชว์โซเชียลได้ด้วยว่ามากินซันออนเซน”

เออะ กรูเงิบไปเลย ตอนแรกเปลี่ยนชุดใส่เสื้อหนาๆ แล้วเอายูกาตะสวมทับเตรียมเดินออกแล้ว มันพูดถึงขนาดนี้ กูก็เลยฮึบไว้ ก็รู้แหละว่า หน้ากูไม่แต่งนี่จืดเหมือนไก่ต้ม ยิ่งเป็นอิหมวยตาไม่มีเหล่าเต๊ง ยิ่งจืดดดดดดสนิท

“ได้ๆๆ นายรอ 5 นาที”

เราเดินออกมาสัมผัสความหนาวสะท้านของหุบเขา พีคคค กูลากรองเท้าเกี๊ยะมาด้วยให้สมจริงเหมือนนิฮงจิน แต่ยิ่งบ่ได้ใส่ถุงเท้านี่ เดินตัวแข็งเลยจ้า

“เอาล่ะ ตัดความรู้สึกหนาวทิ้งไปนะ สงบจิตใจ แล้วโฟกัสภาพตรงหน้า” บอกตัวเอง

มาถึงที่นี่ ช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นฉากสำคัญของทริปนี้ ต้องรวบรวมสมาธิจดจำทุกอย่างตรงหน้า

เอ่อ พอกำหนดจิตได้แล้วมองรอบๆ คือ พีคเลย สวยมากกกกกกกกกกก

เสียงน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาคือแรงมาก แสงไฟจากตะเกียงสลัวๆ ภาพโรงเตี๊ยมเก่าๆ ดูขลังต้องมนต์สะกด สีสันแปลกตา กลิ่นและบรรยากาศรอบๆ รวมๆ เรียกว่า โรแมนติก คำที่บอกว่าบรรยากาศมันพาไป ที่นี่คือใช่ตามนั้น เราได้ยินมาจากหลายคนแล้วว่า บรรยากาศกินซันออนเซนช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกทำให้คนตกหลุมรักกันได้

“ถ้ามีหิมะ คงโรแมนติกกว่านี้”

พูดอีกครั้งว่า คู่รักควรมากินซันออนเซน ยังไม่รักกันก็ควรมา เดี๋ยวก็รักกันเองที่นี่แหละ แล้วได้โปรดสะกดจิตตัวเองไว้ด้วยสำหรับคนขี้หนาว อย่าให้จิตหลุดเป็นระยะเหมือนเรา ฮาา

 

คืนนี้หลับฝันดีแล้วแหละ เพราะได้ภาพปิดฉากทริปโทโฮคุซากุระที่ตราตรึงใจ

พรุ่งนี้เช้าวันที่ 21 เมษายน เราคงได้เพียงเดินเล่นสักพัก จากนั้นขนกระเป๋าออกไปขึ้นชินคันกลับโตเกียวจากสถานี Oishida รอบ 11:31 น ถึงสถานีอุเอโนะเวลา 14:42 น

สำหรับเรา โดยรวมตลอดทริปโทโฮคุเราพอใจที่ยามากาตะมากที่สุด

และหากให้จัดอันดับสถานที่โปรดตลอดทริป เราขอเลือกรักยามาเดระ เพราะที่นั่นมีองค์ประกอบที่ทำให้ชอบเยอะ (อย่างที่เคยบอกไปว่า เราเป็นคนแอบเยอะ คิดละเอียด)
1. ซากุระสีชมพูอ่อนโยน ซากุระทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา มีความรู้สึกจิตใจมันกระเด้งกระดอน ขึ้นๆ ลงๆ ตามการเคลื่อนไหวของกิ่งซากุระ
2. บรรยากาศข้างแม่น้ำที่กระแสน้ำไหลมาจากบนภูเขาที่บนยอดยังปกคลุมด้วยหิมะ ให้เราเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ทั้งวันยังได้
3. ความเงียบสงบของพื้นที่บริเวณนั้น และความสงบในจิตใจตัวเองแบบที่เราไม่ได้คาดหวังจะมาเจอซากุระแล้วเราได้เจอ
4. ที่สำคัญคือ เวลาผ่อนคลายตอนกินโซบะเย็น และเราชอบที่ทานุจังบอกว่าเป็นโซบะที่ดีที่สุดในชีวิตมัน
ใครที่ชอบธรรมชาติ ภูเขา ซากุระ สายน้ำ และสายเส้น น่าจะหลงรักบ้านนอกที่ยามากาตะเหมือนเรา

บ้ายบาย โทโฮคุ แล้วเราจะได้พบกันอีกแน่นอน รัก

 

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)