Diary, Tohoku, Travel

ชมชิดาเระซากุระสวยเหมือนฝันที่ Nicchu line เมือง Kitakata และซอสึคัตสึด้งสถานี Koriyama ที่ห้ามพลาด

ทริปซากุระในปี 2018 เกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนเวลาเดินทางเพียงแค่ 3 เดือนกว่า แต่เวลาเท่านั้นก็เพียงพอที่จะเตรียมตัววางแผนวิ่งล่าซากุระฟูลบลูมทั่วโทโฮคุบนเส้นทางชินคันเซน Tohoku ระหว่าง 13 – 21 เม.ย. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Tohoku area)

ภารกิจตามล่าซากุระที่เมืองคิตะคาตะ (ฟุกุชิม่า) ll วันที่ 19/04

เช้าวันนี้อากาศแจ่มใสมาก มากที่สุดของทั้งทริปเลยก็ว่าได้ ตรงข้ามกับเมื่อวานที่ฟ้าเทาลิบลับ

วันแดดดีถ่ายรูปสวยแบบนี้ชาวเมืองก็เหมือนพวกเรา หน้าตาผู้คนดูยิ้มแย้มออกจากบ้านมาผ่อนคลายรับแสงอาทิตย์ และไม่น่าเชื่อว่า สถานที่ชมซากุระอันขึ้นชื่อของจังหวัดฟุกุชิม่าอย่าง Nicchu line จะกลายเป็นสถานที่ที่มีคนตั้งตารอไปเยือนกันเยอะมาก

ต้องยกความดีเรื่องการทำแพลนใหม่ให้ทานุจัง มันช่วยจัดตารางเที่ยวตรงกับวันที่ชิดาเระซากุระหรือซากุระพันธุ์ย้อยที่นิจจูไลน์ฟูลบลูมพอดี และยังเช็คสภาพอากาศให้เป็นวันที่ฟ้าใสด้วย ว้าวที่สุด!

รถขบวนเซนได-โคริยาม่า ออกเวลา 8:39 น. เส้นทางวันนี้เป็นเส้นทางเดียวกับเมื่อสี่วันก่อนที่ไป Aizuwakamatsu แต่เราจะเดินทางไกลกว่าเดิม โดยหลังจากที่เราไปเปลี่ยนขบวนจากชินคันเซนเป็นรถไฟ JR สาย Ban-Etsusai Line ที่สถานีโคริยาม่าที่รักเวลา 9:29 น. แล้ว จากนั้นเราก็เปลี่ยนขบวนรถไฟอีกครั้งที่สถานีไอสึวากามัตสึเพื่อนั่งไปลงที่สถานี Kitakata จุดหมายปลายทางของพวกเรา การเปลี่ยนรถไฟถึงสามต่อ ถือเป็นการเดินทางกันยาวนานที่สุดของทั้งทริปเลยก็ว่าได้ ดังนั้นวันนี้เลยมีแพลนชมซากุระเพียงที่เดียว เวลาที่เหลือคือเก็บตกเมืองฟุกุชิม่า และเซนได ก่อนที่เราจะย้ายกระเป๋าไปนอนที่กินซัน ออนเซน จังหวัดยามากาตะกันต่อ

บรรดาลุงๆ ป้าๆ ชาวญี่ปุ่นนี่กระฉับกระเฉงกว่าที่คิดมาก

รถไฟ JR ขบวนที่จะไปสถานีคิตะคาตะแน่นเอี้ยด เต็มไปด้วยผู้โดยสารสูงวัยที่มีแววตาตื่นเต้นพร้อมไปลุยชมซากุระกับพวกเรา วิวสองข้างทางก็น่าตื่นตาตื่นใจ เพลินสุดๆ กับวิวภูเขาบันได (Mouth Bandai 磐梯山) ยังมีหิมะหลงเหลือบนยอดเขาให้ชมจนเราลืมความเมื่อยล้าที่ต้องยืนโดยสารไปเลย โรแมนติก และน่ารัก

เมื่อถึงสถานีคิตะคาตะทุกคนรีบกรูกันออกจากรถไฟ ฝีเท้าของบรรดาลุงๆ ป้าๆ ชาวญี่ปุ่นนี่กระฉับกระเฉงกว่าที่คิดมาก

เราเดินลัดเลาะตามซอกซอยไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาทีเราก็มาถึงทางเข้าที่ชัดเลยว่า คนญี่ปุ่นนี่เขาอินกับงานเทศกาลจริงๆ เหมือนหมีที่จำศีลในฤดูหนาวมาตลอด 4 เดือน แล้วพออากาศเริ่มอุ่น บรรดาหมีก็ออกมาบิดขี้เกียจเดินทางออกจากถ้ำมาพร้อมลูกๆ อ่าาาา งั้นเรากับทานุจังก็ขอเป็นนกที่บินกลับถิ่นบ้านเกิดละกัน มาไกล ฮาาา

อนุสรณ์นิจจู ทางสำหรับจักรยานและเดินเท้า  Nicchu Line-線記念自転車歩行者道 (เมืองคิตะคาตะ) l ซากุระในชุมชน

เจ้าตัวภาษาญี่ปุ่นยาวๆ นี่อ่านออกเสียงว่า นิจจูเซ็นคิเนน จิเต็งฉะโฮะโคฉะโด ขอเรียกสั้นๆ ว่า ‘นิจจูไลน์’ แห่งเมืองคิตะคาตะ Kitakata (喜多方市) เป็นสถานที่ชมซากุระพันธ์ย้อยที่ชื่อ ชิดาเระ ซากุระ (Shidare Sakura-枝垂れ桜) มากกว่า 1,000 พันต้น ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในภูมิภาค Tohoku เราสามารถเพลิดเพลินตลอดระยะทาง 3 ก.ม. โดย 0.5 ก.ม.แรก เป็นภาพซากุระเป็นแนวยาวเรียบบ้านเรือน และทุ่งนา มีฉากหลังเป็นเทือกเขาอีเดะ (飯豊山) ที่ยังมีหิมะหลงเหลืออยู่

เมื่อในอดีตเป็นทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างสถานี Kitakata (คิตะคะตะ) กับ สถานี Atsushio (อัทสึซิโอะ) เส้นทางนี้ถูกยกเลิกใช้ไปในปี 1984 และได้รับการปรับปรุงให้เป็นถนนสำหรับคนเดินและปั่นจักรยาน คำแนะนำคือ หาจักรยานเช่าตั้งแต่อยู่ที่สถานีคิตะคาตะเลย เพื่อไม่ต้องเหนื่อย  ถัดมาเป็นระยะระหว่างกิโลเมตรที่ 2.0 – 2.5 จะมีอุโมงค์ซากุระย้อยลงมาเหมือนม่านน้ำตกสีชมพูสวยงามมาก และระยะกิโลเมตรที่ 2.7 จะเห็นดอกแดฟโฟดิล กับซากุระ

การเดินทาง : จากสถานี JR Koriyama นั่งรถไฟสาย JR banetsu west line ไปลงที่สถานี Aizu-Wakamatsu แล้วเปลี่ยนสายนั่งต่ออีกประมาณ 27 นาที ลงที่สถานี Kitakata จากหน้าสถานีเลี้ยวซ้ายเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร

https://goo.gl/maps/yrHvkLkFdbT2

สำหรับเรา ที่นี่สวยแปลกตากว่าที่อื่นๆ ด้วยพันธุ์ซากุระที่เป็นสีชมพูเข้มเรียงต่อกันยาวสุดลูกหูลูกตา คนที่มาร่วมงานก็น่ารัก ส่วนใหญ่จะมาเป็นแก็งค์ พกกล้องเล็กบ้าง ใหญ่บ้างมาเพื่อถ่ายรูป ทุกคนหน้าตาอารมณ์ดีมาก ไร้สีหน้าเหนื่อยอ่อนจากแดดแรงแต่อย่างใด และมีที่จูงหมาพันธุ์พิเศษๆ มาเดินอวดอย่าง Greyhound ที่เก๋มาก สร้างความคึกคักให้ผู้พบเห็น โดยเฉพาะเรา ฮาา บรรยากาศที่นี่จึงมีสีสัน แม้ตลอดเส้นทางเดินที่จะมีเพื่อนร่วมทางค่อนข้างเยอะ (แต่ไม่เบียดเสียด) แต่การมาเดินเล่นครั้งนี้ถือเป็นการปิดท้ายซากุระฟูลบลูมในแพลนการวิ่งตามล่าที่น่ารัก และสนุกมาก

จะบอกว่าไงดี ที่นิจจูไลน์ เมืองคิตะคาตะวันนี้ ทำให้รู้สึกเป็นอิสระ เรากำลังอยู่ในบรรยากาศที่สวยเหมือนฝัน ไม่มีเสียงบรรยายไทย กลายเป็นสถานที่ที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา และเราไม่รู้จักใคร ที่สำคัญคือ มีตัวตลกสร้างความบันเทิงอยู่ข้างเราตลอด

นี่แหละความสุข

ระหว่างที่กำลังพัก ต้นซากุระที่ออกดอกฟูเต็มต้นมันโบกมือให้เรารัวๆ ลมแรงพัดกลีบซากุระมาทางที่เรายืนอยู่

“ตกลงมาเลยมา จะกินๆ” ทานุจังมันคึก มันพยายามยื่นมือไปคว้ากลีบซากุระที่ปลิวมาระลอกใหญ่

“ฮาาา อ้าปากรับไว้เลย”

“มันตกไม่เข้าปาก เห้ย เข้าาาา นี่ดูๆๆ”

โอ้ยยยยยยยย มากับคนเพี้ยน ตลกกก

เดินเพลินๆ ระยะกว่า 1 ก.ม. จะเห็นหัวรถจักรไอน้ำ (SL) ตัวโชว์ตั้งตะหง่าน เป็นภาพจำที่ควรถ่ายรูปบันทึกไว้มากๆ และตรงนั้นจะเป็นซุ้มขายอาหารที่นั่งสบายๆ จัดเตรียมไว้รอนักท่องเที่ยว และไม่ต้องห่วงเรื่องห้องน้ำ มีเตรียมรอไว้เช่นกัน

เราเข้าไปที่ซุ้มหาไรกินเบาๆ มีทั้งทาโกะยากิ ปลาหมึกย่าง ของทอดเสียบไม้ ส่วนเราเลือกเป็นคากิโกริเวอร์ชั่นงานเทศกาล สีสันสดใส

ฮืออ ไม่อยากกลับ

จากซุ้มอาหารเราเดินต้อนเจ้าทานุจังให้รีบกลับได้แล้ว มันเดินไปถ่ายรูปไปแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าอีก 20 นาทีรถไฟจะออก แล้วระยะทางที่เราเดินเข้ามาตามเส้นทางซากุระมันไกลมากกกก 1.6 กิโลเมตร กว่าจะถึงสถานีคิตะคาตะ โอ้ยย ทิ้งมันไว้ที่นี่เลยดีมะ

สุดท้ายพอมันเริ่มรู้สึกตัว ก็ตอนเดินเลยทางเข้านิจจูมาแล้ว โอยยยยยยยยยยย วิ่งสิ รอไร

วิ่งอีกแล้วว วิ่งพร้อมของพะรุงพะรัง ระยะกิโลอีกแล้วววววว

เราหลับหูหลับตาวิ่ง แต่ขณะวิ่งยังมีเวลาคิดเรื่องกิน พีคคค ตะกละขนาดไหนกันเรา

“ถ้าไม่ทัน จะมากินราเมงใกล้ๆ สถานี แฮ่กๆ ขามาที่เดินผ่านเห็นมีคิวอยู่ด้วย”

มาถึงสถานีจนได้ พวกลุงๆ ป้าๆ ที่ยืนรออยู่ก็มีท่าทางงงๆ กับการหยุดยืนหอบของพวกเรา

“ไอเจ้าทานุกิ พากูวิ่งตลอดเลยยยยย เห็นกูอ้วนมากแล้วหรือไงงงงงง” เราคิดในใจ

แต่พอหันไปเห็นว่ามันตัวเปียกโชกทั้งตัว น่าจะยันกางเกงใน ก็เลยหยุดความคิด

เอออ มันก็ทุลักทุเลไม่แพ้เราล่ะวะ

เราเปียก มันก็เปียก ลงเรือลำเดียวกันแล้ว มันก็ต้องยอมๆ กันไป

สุดท้าย พอได้ขึ้นรถไฟ เพิ่งรู้ตัวว่า หิว! มาก! มาทริปนี้ กินเสร็จก็เผาผลาญหมดอย่างรวดเร็ว

อันที่จริง เราเพิ่งพลาดราเมงสูตรเด็ดเมืองคิตะคาตะ!

เมืองคิตะคาตะมีราเมงที่เป็นหนึ่งในสามของสุดยอดราเมงของญี่ปุ่น พีคคคคคค มีลักษณะพิเศษคือ ใช้โชยุที่ทำจากน้ำใต้ดินอันอุดมสมบูรณ์จากเทือกเขาอีเดะของคิตะคาตะ เมืองแห่งการผลิตสาเก มาทำเป็นซุปที่มีความเข้มข้น และเส้นราเม็งเป็นเส้นใหญ่ ซึ่งภายในตัวเมืองที่เราเพิ่งเดินลัดเลาะมามีร้านค้าประมาณ 120 ร้านเรียงรายอยู่ แต่ละร้านจะนำเสนอรสชาติตามแบบฉบับของตัวเอง เศร้ามาก

เจ้าทานุจังรอบนี้เสนอว่า ที่ไอสึวากามัตสึมีเมนูเด็ดเป็นซอสึคัตสึด้ง (ソースカツ丼-会津若松) เราจะไม่ยอมพลาดอีก! พอมาถึงสถานีโคริยาม่า เราสองคนเดินไปถามนายสถานี

“เราจะกินซอสึคัตสึด้ง หาร้านให้เราหน่อย ขอร้องงงงงง”

นายสถานีถึงกับงงเรียกเพื่อนให้มาช่วยกันหา เราก็ยังยืนรอด้วยแววตามีความหวัง ถ้าไม่ได้ร้านก็จะไม่ยอมไปไหนล่ะงานนี้ ฮาา

สุดท้ายเขาหาให้ได้ เป็นร้านเล็กๆ ในสถานีโคริยาม่าชื่อ もりっしゅ Morishu ซึ่งกลางวันมีเซ็ทซอสึคัตสึด้ง 1,050 เยน มาคู่กับซุป โอ้ยยย ขอบคุณนายสถานีมากค่ะ ถ้าไม่ได้ท่านคงไม่ได้มีโอกาสเดินเที่ยวทั่วสถานีที่กว้างใหญ่ ร้านค้าเยอะแยะ ให้คุ้มกับการมาเยือนเมืองโคริยาม่าของวงดนตรีแก็งค์หมอฟัน Greeeen ซะหน่อย

もりっしゅ Morishu เซ็ทกลางวันซอสึคัตสึด้ง

เมื่อเข้าไปเรารู้สึกโล่ง บอกไม่ถูก ร้านนี้มีเมนูภาษาญี่ปุ่นล้วน ไม่ได้เป็นร้านที่นักท่องเที่ยวมากินกันเยอะแน่ๆ รสชาติน่าจะดี เพราะพ่อครัวดูทำนานพิถีพิถัน ที่สำคัญกลางคืนร้านนี้ท่าทางจะเป็นร้านสาเกมากกว่าร้านอาหารทั่วไป ขวดเหล้าวางโชว์เยอะมาก

เรามองว่าร้านโมริชชูเป็นร้านท้องถิ่นที่หลบซ่อนความอร่อยอยู่ในสถานีใหญ่ ภูมิใจที่ได้มากิน

เซ็ทกลางวันซอสึคัตสึด้ง

เมนูที่สั่งมาคือหมูทอดชุ่มซอสชิ้นใหญ่ล้นชาม รู้สึกพอใจในขนาดของมันมาก ฮาาา ซอสึคัตสึด้งหรือ “คัทสึด้งราดซอส” (Sauce Katsudon) นั้นเป็นเมนูที่นำเอากะหล่ำปลีหั่นฝอยมาโปะลงบนข้าวสวยที่อัดแน่นมาเต็มชาม จากนั้นจึงวางชิ้นหมูทอดที่ซึมซับรสชาติของน้ำซอสจนเป็นสีน้ำตาลฉ่ำลงวางด้านบน ในแถบไอซึนี้มีร้านที่ขายคัทสึด้งราดซอสที่ว่านี้อยู่หลายร้านเลยทีเดียว

ขนาดจะใหญ่แค่ไหน เราสองคนกินกันเกลี้ยง เป็นรสชาติที่เราไม่เคยกินมาก่อน ไม่เหมือนหมูทอดไมเซนเพราะซอสที่ชุ่มซึมเนื้อหมู หวานๆ เค็มๆ มีความสุขมากกก ถ้ามีโอกาสจะมาซ้ำ

 

もりっしゅ

มื้อเที่ยง : 11:00-15:00

※เวลาทำการ:11: 00-22: 00

www.marp-mori.jp

https://goo.gl/

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply