Diary, Tohoku, Travel

เกิดมาคุ้มแล้ว! ได้นั่งโอะฮานามิกินยากิโซบะประหนึ่งเป็นชาวเมืองยามากาตะที่ Kajo Park

ทริปซากุระในปี 2018 เกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนเวลาเดินทางเพียงแค่ 3 เดือนกว่า แต่เวลาเท่านั้นก็เพียงพอที่จะเตรียมตัววางแผนวิ่งล่าซากุระฟูลบลูมทั่วโทโฮคุบนเส้นทางชินคันเซน Tohoku ระหว่าง 13 – 21 เม.ย. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Tohoku area) 

ภารกิจตามล่าซากุระที่ยามากาตะ ll วันที่ 16/04

เช้านี้อากาศมัวๆ เล็กน้อย ไม่มีแดด แต่ก็ไม่มีฝนเหมือนเมื่อวานที่ผจญทั้งความหนาว และฝนที่ Aizu-Wakamastu ฟุกุชิมะ และวันนี้ยามากาตะรอเราอยู่

วันนี้เป็นวันที่เราไม่ได้ใช้พาสรถไฟ จึงเป็นวันที่ไม่ต้องตรงตามเวลาชินคันเซนแบบเป๊ะๆ แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ เราก็ตั้งใจว่าจะไปขึ้นรถไฟ JR Senzan line รอบ 08:18 เพื่อไปลงสถานียามากาตะที่เวลา 09:29 แผนวันนี้มีไปดูซากุระถึง 3 ที่ เลยต้องรีบออกเดินทางกันหน่อย

ระยะทางจากโรงแรมเรา Hotel Hokke Club Sendai ไปสถานีเซนได ประมาณ 1 กิโลเมตร เดิน 15 นาที และทานุจังวางกฏไว้ว่าต้องไปรอรถไฟล่วงหน้าอย่างน้อย 20 นาที รวมแล้วคือ เราต้องออกจากโรงแรม 7:43 ซึ่งเจ้าทานุจังจะเป็นคนจี้เราเองถ้าเราเพลิน ฮาาา

อาหารเช้าแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
มิโสะจากทั่วโทโฮคุ

ความเพลินมันอยู่ที่มื้อเช้าแบบญี่ปุ่นสุดอลังการของโรงแรมนี้นี่แหละ และนี่เป็นเหตุผลสำคัญอันดับ 1 ที่ทำให้เราเลือกพักที่นี่ มองจานอาหารบุฟเฟ่แล้วอยากจะลองชิมทุกอย่างที่มีวางไว้ โดยฉพาะโซนซุปมิโสะที่มาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วโทโฮคุ เลือกตักแล้วเอาน้ำซุปปลาแห้งเทตาม

และด้วยความที่เคยได้ยินมาว่า ระหว่างการเดินทาง เมื่อถึงเวลากิน ต้องกินให้อิ่มเต็มที่ เพราะข้างหน้าไม่รู้จะเจออะไร มื้อถัดไปอาจจะเลื่อนไปไกลเลย เราก็จดจำคำสอนนั้นไว้อย่างดี กินได้ 100 เรายัดไป 120 ฮาาาา

แฮปปี้กับอาหารตรงหน้ามาก ส่วนทานุจังก็เอนจอยกับถาดหลุมลายน่ารักของเด็ก และนัตโตะ มันเป็นคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่นไม่แพ้กัน และคุ้นเคยกับความตะกละของเราเป็นอย่างดี เราตักมารอบหนึ่งแล้ว อันไหนอร่อยลุกไปตักซ้ำอีกแหนะ นั่นไง ไข่ลวกยังไม่ตอก แต่อีก 10 นาทีต้องเดินออกจากโรงแรมแล้ว

เอาไงล่ะทีนี้ ก็กินต่อไปจ้า

“นาย อีก 10 นาทีต้องออกแล้วนะ! แล้วนี่นายยังไม่ได้ขี้เลยใช่มะ ที่นี่ไม่ทันแล้ว ไปที่สถานีเลย”

เราได้แต่โกยทุกอย่างตรงหน้าเข้าปาก แล้วเดินเคี้ยวตามหลังทานุจังไป

โรงแรม Hotel Hokke Club Sendai

ตอนที่จองก็ตัดสินใจเลือกเพราะว่า ภาพอาหารเช้าที่เย้ายวน น่ากิน และหลากหลายมาก เรียกว่า ตื่น~ มาแล้วขอหลับต่อในดินแดนอาหารญี่ปุ่นเลยละกัน

เราได้ทำการเปรียบเทียบภาพซุ้มบุฟเฟ่ของโรงแรมใกล้เคียง และถาดอาหารที่มีคนถ่ายรูปโพสท์ในแอพประจำ Tripadvisor แอพเจ้านี้เราค่อนข้างเชื่อถือนะ แล้วพอดีที่นี่มีคนคอมเมนท์มาว่าอร่อย และหลากหลาย

เหตุผลที่เลือกมีแค่นั้นเลยจริงๆ

และโชคดีมากมายที่เมื่อจองไปแล้วมาพบว่า อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะนิชิอีก เป็นจุดชมซากุระในเมืองเซนได ที่ชาวเมืองมาปิกนิกกัน น่ารัก ♪ (แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ไม่ได้แม้แต่แวะไปดูสวน)

ออกจากโรงแรมมาพบกับความหนาว พวกเราเดินกันนานกว่า 15 นาที เพลินถ่ายรูปซาราลี่แมนเมืองเซนได และชอบใจตรงความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ที่คลุมพื้นที่ถนนเหมือนเป็นอุโมง นอกจากช่วงที่ข้ามสะพานลอยแล้ว แทบจะไม่เจอแดดส่องเหม่งเลย ดี้ดี

อันที่จริงแผนเดิมที่วางไว้ สวนคาโจ (Kajō Park-山形城・霞城公園) จะอยู่ในวันศุกร์ที่ 20 แต่เนื่องจากทานุจังเช็คว่า วันนี้มันฟูลบลูม เราก็เชื่อใจไปตามแผนใหม่

สวนสาธารณะคาโจ (Kajō Park-山形城・霞城公園)

เราไปถึงสถานียามากาตะที่โอ่โถง มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้สอบถามเรื่องการเดินทาง ทานุจังเข้าไปต่อคิวสอบถาม ส่วนเราก็ไปเดินไปดูโซนขายของที่ระลึก ซื้อชาเขียวร้อนมา 2 ขวด เดินดูของดีประจำจังหวัดยามากาตะจนครบ เอ๊ะ ทำไมยังไม่เสร็จ เลยเดินไปฟังใกล้ๆ จึงได้ความว่า มีฝรั่งที่มาสอบถามด้วยเช่นกัน ต่างก็กางแผนที่มาร์กจุดให้เข้าใจอย่างละเอียด สื่อสารกันเป็นภาษาอังกฤษกับเจ้าหน้าที่

ได้ข้อมูลมาว่าจากจุดที่ 1 สวนคาโจ ไปแม่น้ำมามิงาซาคิ ให้เรียกแท็กซี่จะสะดวกสุด เพราะอยู่ไม่ไกลกันภายในเมือง และจุดถัดไปที่กำลังชั่งใจคือ สวนเทนโดบนเขาไมซูรู Tendo Park ที่นี่ต้องกลับไปขึ้นรถไฟที่สถานียามากาตะต่อไปยังสถานีเทนโด

ก่อนเดินเข้าไปเที่ยวสวนสาธารณะคาโจ (Kajō Park-山形城・霞城公園) มาศึกษาประวัติเบาๆ กันก่อน อดีตที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของปราสาทที่สรัางเมื่อปี 1357 มาก่อน ซากุระที่นี่มีถึง 1,500 ต้นเป็นพันธุ์โซเมโยชิโนะ และเมื่อมันบานพร้อมกันทั้งสวนจะฟูสวย แม้ว่าสวนจะใหญ่มากมีพื้นที่ราว 3,490 ตร.กม. แต่เรากับทานุจังก็วิ่งเล่นราวกับเด็กเห็นเครื่องเล่นในสวนสนุก ฮา

ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเมืองที่มานั่งปิกนิก โดยนักท่องเที่ยวอย่างเราหากมาแล้วไม่ได้เตรียมอาหารมาสำหรับมื้อเที่ยง ก็ยังมีซุ้มอาหารขายเช่น ยากิโซบะ ที่ใกล้บริเวณอนุสาวรีย์ Shiba Kaneyori ผู้สร้างปราสาทอีกด้วย โดยมุมนอกกำแพงปราสาท จะเห็นภาพต้นซากุระเก่าแก่ย้อยลงมาข้างบ่อน้ำข้างปราสาท คู่ไปกับภาพรถไฟทั้งเจอาร์ และชินคันเซนวิ่งผ่าน เป็นภาพที่น่าจดจำมาก เมื่อถึงเวลากลางคืนก็อย่าลืมตั้งค่ากล้องให้พร้อม และมาดู Light-up ที่จะให้ภาพซากุระยามค่ำคืนเป็นความโรแมนติกอีกแบบ

นี่แหละ คือ ฤดูใบไม้ผลิที่เราจินตนาการไว้ ฤดูแห่งการเริ่มต้นใหม่ จิตใจที่เบิกบานพร้อมจะเผชิญกับความยุ่งยากของชีวิตอีกครั้ง ของเก่าก็ให้กลบทิ้งและละลายหายไปกับกองหิมะ

เราเคยถามน้องที่มาเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นนานๆ ความรู้สึกของฤดูหนาวเป็นอย่างไร

“ก็จะทึมๆ หนาวๆ และเฝ้ารอคริสมาสต์ที่โตเกียว ดิสนีย์ ซี” จ้ะ

“แต่ถ้าฤดูร้อน หนุ่มสาวก็ได้เวลาออกหาคู่ของจริง มันจะสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และสนุก”

คนไทยกุงเตพอย่างเรา ไม่เคยได้ไปอยู่ต่างประเทศนานๆ นึกภาพตาม

แต่พอหันกลับมาดูซากุระที่สวนคาโจ เข้าใจทันทีเลยว่า อาการตกอยู่ในภวังค์คืออะไร

โลกเบื้องหน้าเรา มันอ่อนโยน เป็นสีละมุนๆ ชมพูอ่อน ซากุระสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนที่ได้เห็น

เดินเรียบสนามบอลไป ปรากฏเจอคู่ออเจ้า แต่งชุดไทยใส่โจงกระเบน พีค!!!!

คนไทยแน่ๆ ไม่ต้องถามเลย ทั้งคู่เป็นชายนะคะ ถือกล้องถ่ายรูปคู่อย่างชื่นมื่น เรากับทานุจังก็กระซิบกันในระยะไกลๆ ว่า นั่นไง กระแสบุพเพสันนิวาศมาไกลถึงยามากาตะ หนาวแค่ไหนก็ไม่หวั่นจีงๆ

“คนไทยใช่ไหมคะ” เริ่มทำทีเป็นทักทาย
“ถ่ายรูปคู่ให้ไหมคะ”
“เดี๋ยวรบกวนถ่ายให้หน่อยได้ไหมคะ”
แฮร่ ปิดจ้อบ

ก็ไม่มีใครถ่ายให้นี่นา
ฟูสวยขนาดนี้

วันนี้ซากุระทุกพื้นที่สวยแตกต่างกันไปหมด พวกเราร่าเริงเดินไปกลางสนามบอล ไล่ยาวไปถึงที่จอดรถ และทางเดินที่สองข้างทางมีต้นซากุระ และก็เจออีกแล้ว!

คราวนี้เป็นคู่รักชุดกิโมโนจ้า คู่ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถ่ายภาพ Pre-wedding กัน

สวยงามมากกก

“นั่นๆ มีม้านั่งว่างอยู่ เราหยุดนั่งพักตรงนั้นกัน”

กลีบดอกซากุระปลิว พริ้วๆ อ่อนโยน อ่าห์ นี่แหละความสุข

เราเพลินถ่ายรูปวิว และคู่บ่าวสาวเป็นแบกกราว ความหรูหราสง่างามเข้าคู่กับความละมุนของสีชมพูอ่อน

ยังเพ้อไม่พอ เผลอแป๊บเดียว เราเดินมาหยุดที่หน้าร้านยาไตของเทศกาลชมซากุระ ในมือมีดังโงะ และยากิโซบะ พร้อมกิน แฮร่

เราสองคนใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้วเว้ยยยย

เหลือเพียงหาที่นั่งเหมาะๆ ใต้ต้นซากุระเท่านั้น ต้นซากุระที่ยังไม่มีคนนั่ง ที่นี่มีให้เลือกเพียบ เรานั่งใกล้ครอบครัวที่มีเด็ก และคู่ฝรั่งนักท่องเที่ยว

การได้นั่งกินดังโงะชิลๆ พร้อมโอะฮานามิ ความสุขอบอวลมาก (ยิ้ม)

เหตุผลที่ยกให้สิ่งนี้คือเป้าหมาย เพราะการนั่งกินและได้ชิลประหนึ่งเป็นคนท้องถิ่น และได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างช้าๆ ได้เก็บและจดจำทุกองค์ประกอบด้วยตาและใจตัวเอง ไม่ใช่แค่เพียงไปเพื่อเก็บภาพแลนด์มาร์กผ่านเลนส์กล้องแล้วเอากลับไปอวดโลกโซเชียลเท่านั้น

ความช้านี่แหละคือพอยท์สำคัญ มันช่วยให้จิตใจเราผ่อนคลาย และมองรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น  

ขอย้ำ การแสวงหาความสุขที่ต้องมาไกลถึงยามากาตะสำเร็จแล้ว เย่!!! และทุกครั้งที่คิดย้อนกลับไป ภาพความสุขนั้นก็ยังคงอยู่

“นายเรามาถ่ายรูปกินดังโงะคู่กัน” ทานุจังทัก

เราสังเกตว่า เวลาที่ทานุจังมีความสุข มันจะเซลฟ์ฟี่ แสดงว่าตอนนี้มันกำลังมีความสุขเช่นกัน 🙂

11:40

เสร็จจากมื้อเที่ยงเบาๆ เราก็ไปถ่ายรูปให้ทั่วกันต่อ

นักเรียนหญิงกลุ่มใหญ่เดินผ่าน ขณะที่เรากำลังปีนบันไดขึ้นไปเพื่อถ่ายรูปฉากซากุระริมบ่อน้ำข้างกำแพงปราสาท

“นายว่าในกลุ่มสาวๆ นี้มีคนสวยอยู่มะ”
“ไม่มีเหมือนในมังงะเลยว่ะ แต่เดี๋ยวพอขึ้นม ปลายก็เริ่มสวยละ”

เราก็คิดอย่างนั้น ฮาาา ยังหาน่ารักไม่เจอเลย ไม่ฟิน

แต่ภาพความฟินคือซากุระต้นยักษ์ที่ฟูย้อยลงไปในบ่อน้ำ โอว

อ่าว นั่นชินคันเซ็นกำลังวิ่งมาจอดที่สถานียามากาตะ อ่าห์ ฟิน เป็นภาพที่หาดูได้ไม่ง่ายเลยนะ คือชินคันเซ็นวิ่งผ่านอย่างช้า จนกระทั่งสามารถถ่ายรูปชัดได้ พร้อมต้นซากุระยักษ์ ยามากาตะชอบมีของดีซ่อนอยู่

ก่อนจะผ่านสถานียามากาตะไป ขอเล่าเรื่องราวของจังหวัดยามากาตะสั้นๆ ยามางาตะ เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายและมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เต็มไปด้วยภูเขา แม่น้ำ และทะเล ความน่าดึงดูดของยามางาตะนั้นคงไม่สามารถบรรยายได้ด้วยคำเพียงไม่กี่คำ ก็เหมือนการเฟ้นหาสมบัติน่ะ

ความโดดเด่นอย่างหนึ่งคือ มีสิ่งที่เรียกว่า สโนว์มอนสเตอร์ หรืออสุรกายหิมะแห่งเทือกเขาซาโอะ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หิมะและน้ำแข็งได้ปกคลุมต้นไม้ไปทั่วบริเวณจนทำให้มอง ดูคล้ายกับรูปปั้นของอสูรกาย

นอกจากนี้ยังมีภูเขาที่มีชื่อเสียงอื่นๆอีก เช่น เทือกเขา Chokai,เทือกเขา Nishiazama และเทือกเขา Dewa Sanzan ที่ประกอบไปด้วยภูเขาศักดิ์สิทธ์ 3 ลูกในยามางาตะ

สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยหมู่บ้านออนเซ็นที่ไม่ซ้ำกันกระจายอยู่ทั่วจังหวัด

และที่สำคัญคือ เชอร์รี่ที่มีสวนให้เก็บกินไม่อั้นช่วงต้นเดือนมิ.ย.-กลาง ก.ค. รสชาติหวานฉ่ำอย่าบอกใคร

เตรียมตัวออกเดินทางต่อ ระหว่างที่เรายืนรอทานุจังที่หน้าห้องน้ำ เราก็เจอรถแท็กซี่ขับมาส่งผู้โดยสารพอดี เราเลยเรียกไว้ ทานุจังออกมาก็โดดขึ้นรถเลยทันที

ครึ่งเช้าเราจบไปแบบเหมือนฝัน เห้ย มันดีเกินไปจนเหลือเชื่อ มันต้องมีอะไรรอเราอยู่แน่

ตอนถัดไป ยามากาตะ ♫ เมืองเทนโด ยามากาตะ กับซากุระหมากรุกคนที่ไร้วี่แววฟูลบลูม

สวนสาธารณะคาโจ (Kajō Park-山形城・霞城公園) l ซากุระในสวน
การเดินทาง : จากสถานี JR Yamagata เมื่อออกจากสถานี เดินย้อนขึ้นตามทางรถไฟที่นั่งมา ประมาณ 10 นาที
https://goo.gl/maps/xz6bw8BT51G2


panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply