Diary, Tohoku, Travel

เบนโตะกิวตัน หรือลิ้นวัวย่าง ของดีประจำเมืองเซนได

Gyutan Yaki / 牛たん焼

ทริปซากุระในปี 2018 เกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนเวลาเดินทางเพียงแค่ 3 เดือนกว่า แต่เวลาเท่านั้นก็เพียงพอที่จะเตรียมตัววางแผนวิ่งล่าซากุระฟูลบลูมทั่วโทโฮคุบนเส้นทางชินคันเซน Tohoku ระหว่าง 13 – 21 เม.ย. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Tohoku area)

ภารกิจตามล่าซากุระที่เซนได (มิยางิ) ll วันที่ 13/04

ขากลับจากเทศกาลซากุระแห่งโองะวะระ และชิบาตะ เราสองคนลากขากลับแบบจ๋อยๆ ทำไมขากลับมันไกลจังวะ ฮา

เมื่อถึงสถานีฟุนาโอกะ  เรามาหยุดรอรถไฟพร้อมๆ กับนักเรียนญี่ปุ่นที่เพิ่งเลิกเรียน และทีมไทยที่เฟลด้วยกันที่เทศกาลซากุระ อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ แถมยังเหนื่อยมากแล้วด้วย แต่เรายังต้องปลุกความร่าเริงตัวเอง และทานุจัง ด้วยการถ่ายวิดีโอเก็บภาพบรรยากาศต่อไป

แต่ทานุจังเริ่มเข้าสู่โหมดปิดการรับรู้ เหมือนมันจะอยากครุ่นคิดเรื่องการปรับแผนไปดูซากุระใหม่ทั้งหมด รวมถึงการทำใจกับสิ่งที่ได้ไปเห็นมา สถานีฟุนาโอกะยามพระอาทิตย์ใกล้ตก อันที่จริงก็สวยนะ และยังเป็นสถานีที่ค่อนข้างคึกคัก แต่อาการที่ยังปรับตัวไม่ได้กับทุกอย่างรอบตัว รวมถึงระยะทางที่ต้องกลับไปนอนพักที่โตเกียวอันแสนไกล เราจึงเข้าสู่ Sleep mode เซฟพลัง

ก่อนมาเซนได คีย์เวิร์ดเกี่ยวกับเซนไดที่ฉันได้ยินบ่อยสุดๆ จากน้องที่ทำงานหลังจากที่น้องเขากลับมาจากทริปเซนไดไม่นานคือคำว่า กิวตัน! (ลิ้นวัวย่าง : Gyutan Yaki / 牛たん焼)

“พี่ปุ้มต้องไปกินกิวตันนะ ถ้าไม่ไปถือว่าไปไม่ถึงเซนได”

ระหว่างที่พูดนั้น ฉันเหลือบไปเห็นกล่องกูลิโกะสีแดงดำขนาดใหญ่ที่น้องซื้อมาจากเซนไดนั่นคือ แท่ง PRETZ รสกิวตันขนาดอลังการ ถ้าจะประทับใจขนาดนี้ เห็นที ไม่กินไม่ได้!

สถานีเซนได l Sendai station

คืนนั้นเราต้องการจะออกจากเซนไดไม่เกิน 2 ทุ่ม เพื่อให้ถึงที่พักโตเกียวที่จองไว้ไม่ดึกมากไป แต่เมื่อไปถึงสถานีเซนไดก็ประมาณ 18:30 น

“ถ้าเราจะไปถึงที่พัก 4-5 ทุ่ม เราว่า ไปซื้อเบนโตะกินบนชินคันเซนดีกว่า แต่ถ้านายจะเลือกกินที่นี่ก็ได้ ก็ห้ามงอแงเรื่องกลับดึกนะ และอันที่จริง วันมะรืนนี้เราก็กลับมาพักที่เซนไดอีก จะกลับมากินตอนนั้นก็ยังได้”

ทานุจังช่วยคิด แต่ที่สถานีเซนไดมีร้านลิ้นวัวย่างเกือบ 10 ร้าน คนตะกละอย่างฉัน เห็นหน้าร้านมีคิวเกือบทุกร้านจึงหูดับ จะเข้าร้านตรงหน้าให้ได้ แถมคิดเข้าข้างตัวเองอีกว่า ราคาระหว่างซื้อเบนโตะกับกินที่ร้านก็ไม่แตกต่างกันหรอก ไหนๆ มาถึงวันแรก ก็ต้องประเดิมซะหน่อย กินที่ร้านยังไงก็คุ้มกว่า! เลยตัดสินใจเข้าร้านสุดท้ายที่ไม่มีคิวด้วยความที่ไม่ชอบรอด้วยกันทั้งคู่ แต่ปรากฏว่า พอพนักงานมาต้อนรับกลับไม่มีที่นั่ง ต้องรอ รอไม่ได้! ถ้างั้น หันหลังกลับไปซื้อเบนโตะก็ได้

ฉันเดินคอตกไปซื้อเบนโตะ เมนูที่สั่งจึงไม่พ้น ข้าวกล่องหน้าลิ้นวัวย่าง เราเลือกแบบทั่วไป  ส่วนทานุจังเลือกแบบที่ดึงเชือกแล้วกล่องข้าวจะร้อนขึ้นทันที รอไม่นานก็พร้อมกิน พอได้คีบกิวตันเข้าปากเท่านั้นแหละ รู้เรื่อง! ฮือออ~ เราเลือกผิด! ข้าวเราชืดไม่พอ ลิ้นวัวยังแข็งและเหนียวอีก และเรายังไม่ชอบกลิ่นแห้งๆ สาบๆ ของมันอีกด้วย เราเลยต้องเอาพริกตำที่ทำหน้าที่เป็นซอสกินคู่ แต่ก็ไม่ช่วยเท่าไหร่ ม่ายยย~

ในขณะที่ฝืนทนกิน เขี่ยข้าวเล่นด้วยความเซง ฉันหันไปมองฝั่งทานุจังที่กำลังยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ และกินเบนโตะของมันอย่างร่าเริงต่อไป !!!

ของเจ้าทานุจัง กิวตันด้งแบบอุ่นร้อน

พังมากวันนี้! เบนโตะกิวตันเฮงซวย! ฉันแอบคิดในใจว่า พอได้กลับมานอนที่เซนไดเมื่อไหร่ จะพาตัวเองไปกินร้านกิวตันย่างโคตรโลคอลทำสดใหม่ แบบที่เราก้าวเท้าเข้าร้านปุ๊บ เจ้าของร้านคำรามต้อนรับเราให้คนทั้งร้านได้ยินชดเชยให้ได้ ต้องเป็นร้านโลคอลเบอร์นั้นเลย!

ร้านกิวตันยังมีเมนูที่ปรุงลิ้นวัว นอกจากการย่างแล้วยังสามารถนำไปตุ๋นจนเปื่อย หรือใส่เป็นส่วนผสมของสตูหรือแกงกะหรี่ได้ด้วย ซึ่งไม่ว่าอะไรก็อร่อยทั้งนั้น

สถานีโตเกียว l Tokyo Station 21:04

เอาล่ะ ถึงเวลาต้องเลิกงอแงแล้ว อย่างที่บอกนั่งชินคันเซนเพียง 1.30 ชม เราสองคนก็ต้องกลับมาเจอความสับสนวุ่นวายที่สถานีโตเกียวอีกครั้ง สถานีนี้ใหญ่และมีจุดที่เหมือนๆ กันหลายจุด  เช่น ร้านสะดวกซื้อแบรนด์สีเขียว มีแบรนด์เดียว แต่หลายสาขามากทั้งสถานี ดังนั้นเราห้ามจำว่า ตู้ล็อกเกอร์อยู่ข้างร้านสะดวกซื้อดังกล่างเด็ดขาด

ด้านหน้าตึก Tokyo Station ฝั่ง Marunouchi Building
โดม ฝั่ง Marunouchi Building
JR EAST Travel Service Center ใน Tokyo Station
ข้างใน JR EAST Travel Service Center ก็สวยน้า
ไม่ต้องไปไกลถึงเซนได ก็หาข้าวกล่องกิวตันได้ที่ Tokyo Station เหมือนกัน

อันที่จริง Tokyo Station นี่คุ้มที่จะมาแวะเปลี่ยนสถานีนะ ถ้าไม่นับปริมาณคนที่มาเชื่อมต่อสถานีทั้งรถไฟ JR และชินคันเซนที่นี่อย่างมหาศาลต่อวันแล้ว ฝั่ง Marunouchi มีความงามด้านสถาปัตยกรรมแบบที่อยากจะบอกต่อ รูปแบบอาคารเดิมจากการออกแบบของสถาปนิกชาวญี่ปุ่น Kingo Tatsuno เป็นแบบยุโรปที่คล้ายคลึงกับ สถานีรถไฟ Amsterdam Central แห่งเนเธอแลนด์ และภายในอาคารฝั่งเดียวกัน ด้าน North Gate ยังมี Tokyo Station Gallery  แถมด้วยโดมที่สวยสุดพลัง เจ้าโดมนี้เองยังเป็นฉากจำในหนังหลายๆ เรื่อง ล่าสุดในอนิเมะเรื่อง Mirai ยังนำสถานที่นี้ไปแทรกในเรื่องได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ข้างๆ กันยังเป็นที่ตั้งของ JR EAST Travel Service Center สถานที่แลกพาสรถไฟอีกด้วย เราอยากให้ทุกคนมาที่นี่ด้วยความไม่รีบร้อนเหมือนพวกเรา และบรรจงถ่ายรูปไปได้เรื่อยๆ


JR EAST PASS (Tohoku area)
ไหนๆ ก็พูดการแลกพาสที่ JR EAST Travel Service Center แล้ว ขอลากยาวไปถึงพาสรถไฟเลยละกัน พาสที่นักท่องเที่ยวต่างชาติควรมีไว้เวลามาวิ่งตามล่าซากุระในโทโฮคุคือ JR EAST PASS (Tohoku area) ใช้ได้แบบอิสระ 5 วัน ภายในระยะเวลา 14 วันนับจากวันที่เริ่มใช้ ซื้อจากต่างประเทศ 19,000 เยน (ซื้อในประเทศญี่ปุ่น 20,000 เยน) และสำหรับใครที่ตั้งใจจะไปดูซากุระที่ฮาโกดาเตะด้วย JR East – South Hokkaido Rail Pass พาสที่ขึ้นรถไฟ JR และชิงคังเซ็นไปทั่วโทโฮคุยาวไปถึงฮาโกดาเตะแบบไม่อั้นในระยะเวลาการใช้งาน 6 วันแบบไม่ต่อเนื่อง ในระยะเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันแรกที่ใช้พาส ซื้อจากต่างประเทศ 26,000 เยน (ซื้อในประเทศญี่ปุ่น 27,000 เยน)

เราเคยถามพี่ที่เขาเซียนเรื่องเที่ยวในจังหวัดฟุกุชิม่า จังหวัดนี้เขาปลูกซากุระให้ทั่วและสวยแบบตระการตาจริง เขาบอกว่า ถ้าต้องการเที่ยวช่วงซากุระแบบเปลี่ยนแผนได้ปุบปับพาสทั้งสองนี้คุ้ม เพราะสถานีรถไฟไปจอดเกือบถึงจุดชมซากุระเลย แต่ถ้าเป็นวิวใบไม้เปลี่ยนสีบนเขา หรือบริเวณหุบเขา พวกที่ไปยากๆ รถไฟไปไม่ถึงให้เช่ารถยนต์แล้วเจาะเป็นจุดๆ ไปเลยดีกว่า ง่ายและสะดวกมากกว่า เพราะใบไม้แดงไม่ได้ถูกลมพัดแล้วร่วงทั้งต้น จะเร็วหน่อยหรือช้าหน่อยก็ยังไม่ผิดหวังมาก

ถ้าให้เราลองคำนวนค่าเดินทางตลอดทั้งทริปหากไม่ใช้พาส 19,000 เยน (นับเฉพาะค่าชินคันเซน) เล่นๆ นะว่า มันจะพีคขนาดไหน แบ่งเป็นวันๆ ไป เข้าเว็บ http://www.hyperdia.com/ แปบ

ฉะนั้น ก็ขอให้เชื่อเถอะว่า คุ้ม!

ตัดภาพมาที่เราสองคน ที่ยังคงหัวหมุน หลงทางอยู่ในเขาวงกตของสถานี Tokyo อยู่ ร้องไห้

ตอนถัดไป ฟุกุชิม่า ♫ เบนซากุระที่แม่น้ำคันนนจิประหนึ่งภาพวาดสีน้ำมันที่ยังวาดไม่เสร็จ

🌸 เมืองเซนได
สำหรับเรา เราให้เซนไดเป็นบ้านเกิดเราเลยนะ เป็นเมืองอันดับ 1 ในใจจากทั่วญี่ปุ่นในตอนนี้ เซนไดอยู่ในจังหวัดมิยางิ และเพราะเป็นเมืองที่ต้นไม้เยอะมาก มีแม่น้ำฮิโรเซะที่ไหลผ่านกลางเมือง และมีต้นเคยากิที่เขียวชอุ่มเป็นแนวตลอดถนนโจเซนจิโดริ เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามน่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะใจกลางเมืองหลายแห่งที่เป็นทั้งจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียง และเต็มไปด้วยสีเขียว ทำให้เซนไดได้สมญาว่าเป็นเมืองแห่งต้นไม้

ถึงแม้จะเรียกว่าเป็นศูนย์กลางการขนส่ง และการกระจายสินค้าของโทโฮคุ แต่ไม่ได้มีความเป็นเมืองจ๋า ผู้คนไม่ได้ดูเร่งรีบมาก ไม่มีความหน้ามุ่ยตอนเช้า

แถมให้อีกหน่อย ด้วยความที่เห่อบ้านเกิด ขอโชว์สถานีเซนไดของ JR East ที่มีเส้นทางเจอาร์ 7 เส้น และเป็นสถานีหลักของเส้นโทโฮคุชินคันเซน (เจ้าเขียวแถบชมพู) ฮอกไกโดชินคันเซน (เจ้าเขียวแถบม่วง) และอะกิตะชินคันเซน (เจ้าแดง) รวมถึงมีรถไฟใต้ดินสำหรับเดินทางภายในเมืองเซนไดอีกด้วย

ตรงข้ามสถานียังมีห้างชื่อดังมากมาย หนึ่งในนั้นมีร้าน Loft ที่มีอยู่คืนหนึ่งทานุจังวางแผนไว้ว่าเช้าวันที่จะต้องจากลาเซนไดจะไปให้ได้ จะไป จะไป! อยู่มา 5 คืนไม่ไปเนอะพวกเรา บ่นๆๆ

และเรื่องวันที่ 11 มีนาคม 2011 ไม่พูดถึงคงไม่ได้
เวลา 14:46 นาฬิกาได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่นตะวันออก (มิยางิ อิวาเตะ และฟุกุชิม่า) ความรุนแรงของแผ่นดินไหวมีระดับถึง 9.0 แมกนิจูด และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่มีความสูงกว่า 7 เมตรที่โถมถล่มเมืองเซนได โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกนั้นเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

ภายหลังจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว เมืองเซนไดได้รุดหน้าทำการฟื้นฟูสภาพเมือง โดยได้รับการช่วยเหลือจากทั้งในและนอกประเทศ

และในปี 2015 ได้เปิดทำการรถไฟใต้ดินเซนไดสายโทไซ และสถานีรถไฟอะระอิที่เป็นเสมือนประตูของพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก การเดินทางก็สะดวกยิ่งขึ้น โดยพื้นที่อะระอิและอะระฮามะ เปิดให้นักท่องเที่ยวมาลองสัมผัสประสบการณ์กับบันทึกความทรงจำเมื่อครั้งภัยพิบัติแผ่นดินไหวและวิถีทางการฟื้นฟูได้อีกด้วย

แอบตื่นเต้นปนดีใจที่จะได้มานอนเซนไดแล้ว ♪


panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply