Diary, Tohoku, Travel

เมืองเทนโด ยามากาตะ กับซากุระหมากรุกคนที่ไร้วี่แววฟูลบลูม

ทริปซากุระในปี 2018 เกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนเวลาเดินทางเพียงแค่ 3 เดือนกว่า แต่เวลาเท่านั้นก็เพียงพอที่จะเตรียมตัววางแผนวิ่งล่าซากุระฟูลบลูมทั่วโทโฮคุบนเส้นทางชินคันเซน Tohoku ระหว่าง 13 – 21 เม.ย. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Tohoku area)

ภารกิจตามล่าซากุระที่ยามากาตะ ll วันที่ 16/04

“ยามากาตะ” แม่น้ำมามิงาซาคิ (Mamigasaki River-馬見ヶ崎川)

นั่งแท็กซี่ออกจาก Kajō Park เมืองยามากาตะ ขับลัดเลาะเข้า-ออกซอยหลังบ้านคนเมืองยามากาตะ มาถึงซุ้มยาไตขายอาหารของเทศกาลชมซากุระข้างแม่น้ำมามิงาซาคิ (Mamigasaki River-馬見ヶ崎川) ประมาณ 10 นาทีจากสวนคาโจ

ที่นี่ทานุจังย้ำนักย้ำหนาว่า จะทดแทนฮิโตเมะเซนบงที่แม่น้้ำชิโรอิชิให้ได้ โดยที่เราไม่ต้องเจอกับผู้คนมากมายเหมือนที่นั่น  

เมื่อมาถึงความรู้สึกคือ ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นของภูมิภาคโทโฮคุ มันมีความโลคอลสูงมาก และเป็นส่วนตัวมากๆ มองจากมุมซุ้มยาไต เราเห็นทั้งแม่น้ำที่นี่ลุงพาหมาจิบะมาเดินเล่นริมแม่น้ำ

บรรยากาศคือ เดินเล่นยามบ่ายเพื่อพักผ่อนเป็นปกติชีวิตประจำวัน และเลยไปหน่อย จะเจอหนุ่มสาวที่เตรียมข้าวของมาปิกนิกกลุ่มใหญ่ โดยมี 2-3 คนในกลุ่มที่อาสามาเตรียมจองพื้นที่ไว้ก่อน

เราแอบอิจฉาคนเมืองนี้นะ มีทั้งสถานที่ชมซากุระที่เป็นส่วนตัวมากๆ แทบไม่เจอนักท่องเที่ยวเลย และมีวิวร้อยล้านอยู่ตรงหน้า ภาพภูเขาจะยังมีหิมะปกคลุมหลงเหลืออยู่แบบพาโนราม่า ดังนั้นเราสามารถเอนจอยชมความงามดอกซากุระไปพร้อมๆ กับความงามของหิมะที่ปกคลุมบนภูเขาเป็นฉากหลังอยู่ได้อีกด้วย

ซากุระริมแม่น้ำมามิงาซาคิอาจจะไม่ได้โด่งดังสู้ที่แม่น้ำชิโระอิชิ เมืองโอกาวาระ มิยางิ หรือที่ เมืองคิตะคามิ อิวาเตะ เพราะมีต้นซากุระประมาณ 200 ต้น แต่ข้อดีของที่นี่คือ คนน้อย แทบไม่เห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเลย จะมีก็แต่ตากล้องที่พกเลนส์ซุปเปอร์ซูมมาถ่ายความสวยงามของซากุระที่สวยเทียบเท่าสองที่ดังกล่าว

ความชิลของที่นี่คือดีย์ ใช้เวลาอยู่ที่นี่ 2 ชม

เราแอบสังเกตเด็กน้อยเดินกลับบ้าน หยุดยืนแล้วก้มเก็บดอกซากุระที่ร่วงขึ้นมาดูจากพื้น เราแอบดูความน่ารักนี้จนกระทั่งเด็กน้อยเข้าบ้านไป ฮาา พลางนึกอิจฉาในใจ ซากุระเป็นร้อยๆ ต้นอยู่หน้าบ้าน อาจจะเห็นจนชินแล้วก็ได้ แต่กับแขกต่างบ้านต่างเมืองอย่างเรา กรีดร้องในใจแบบลับๆ เชื่อว่าจะกลายเป็นภาพจำตลอดกาลของเรา และทานุจัง

“ยามากาตะ” แม่น้ำมามิงาซาคิ (Mamigasaki River-馬見ヶ崎川) l ซากุระริมแม่น้ำ
การเดินทาง : เรียกแท็กซี่จากสถานียามากาตะ ใช้เวลา 10 นาที
https://goo.gl/maps/sSbYbpfovp52

เดินถ่ายรูปจนฟินแล้วก็เดินย้อนกลับไปที่ซุ้มยาไตเดิม ทีนี้แหละ เทนโด จะเป็นอย่างไรต่อไป ใจก็ตุ้มๆ ต่อมๆ แต่คนงอแง อยากไปต้องได้ไปอย่างทานุจัง เราต้องยอมเขาเลย

จะกลับไปที่สถานียามากาตะเพื่อนั่งรถไฟไปสถานีเทนโดก็ต้องแท็กซี่ แรกสุดเราสองคนตกลงว่า เอาวะ เดินไปหา ตำรวจที่กำลังโบกรถอยู่ตรงกลางสามแยก แต่จะไปสื่อสารก็ยากแล้ว ยังต้องเรียกพี่เขาให้ผละจากภารกิจหลักอีก ชักจะยากกว่า

เราเลยคิดแผนการใหม่ ไปทำท่าเป็นซื้อยากิโซบะ หรือทาโกะยากิก็ได้ เลือกป้าหรือลุงเจ้าของร้านที่หน้าตาใจดีที่สุดในละแวกนั้น แล้วขอให้เขาช่วยโทรเรียกแท็กซี่ให้

แผนนี้ไม่เลวเลย เราเล็งร้านทาโกะยากิสั่งเรียบร้อย เอ้า สติ เรียกความสงสารป้าด้วยประโยคแรกคือ

“ขอโทษนะคะ มีเรื่องให้ช่วย คือเราเป็นชาวต่างชาติอ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าจะเรียกแท็กซี่อย่างไร จะช่วยเรียกให้เราได้ไหม”ไดอะล็อกเดิมๆ ที่ใช้สำเร็จมาแล้ว ฮาาาา

ป้าใจดีมากกกก ลุงสามีก็ช่วย โทรเรียกให้เลยทันที บอกให้เราอยู่ตรงหน้าร้านนี้นะ จะให้แท็กซี่มารับถูก
โอ้ยยย ทาโกะยากิก็อร่อย ร้อนๆ เลย คนโลคอลก็ใจดี แฮปปี้มาก

ไม่นานแท็กซี่ก็มา ป้ายังเดินมาบอกอีกแหนะว่า คันนี้ๆ มาแล้ว เราขอบคุณอีกรอบค่ะ

ขึ้นแท็กซี่เพื่อไปสวนเทนโดบนเขาไมซูรู  (Tendo Park-天童公園(舞鶴山)) ต่อ เราเริ่มได้กลิ่นและวี่แววของความชิบหายวายป่วง เพราะเจ้าเทนโดที่ว่า เราก็ไม่ได้รู้เท่าไหร่ว่าคืออะไร อย่างไร แต่ก็เออออมาตามคำขอ

ป้ายต้อนรับเข้าสู่เมืองเทนโด

พอขึ้นรถไฟ JR yamagata line 20 นาทีก็รู้เรื่อง มีน้องนักเรียนขึ้นรถไฟที่สถานีก่อนเทนโดเพื่อกลับบ้านกันเพียบ แล้วพอถึงเทนโดก็แทบไม่มีใครลง แค่สถานียังดูไม่ออกว่า อ่อออ ผีหลอก ฮาาาา

เมืองร้าง

แล้วพอเดินเลยตัวสถานีไปหน่อยก็พบว่า นี่มันคล้ายหมู่บ้านร้างเลยคร่า เรียกว่ามา In the middle of nowhere อีกแล้ว มีแต่บ้านคน แต่ไร้เงามนุษย์

เราผงะกับภาพตรงหน้า

คำถามผุดขึ้นในใจ เราจะพบกับสวนซากุระที่ทานุจังมันขายฝันไว้จริงๆ เหรอวะ ในที่ที่ดูไม่มีไรเลยเนี่ยนะ ร้องไห้ TT

แต่เอาวะ ไปต่อค่ะ เดินตามทางที่ Google map มันนำพาไป มาถึงนี่แล้วจะกลัวไร

แล้วพอไปใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง ก็พบโรงเรียบอนุบาลจ้าาา เห้ย เจอคนแล้วว่ะ

มีอาจารย์หรือพี่เลี้ยงนี่แหละ เดินๆ อยู่แถวนั้น โอวววววววว รีบพุ่งเข้าหาเลยค่ะ ถามทางว่า นี่เราจะพบกับสวนซากุระจริงๆ ใช่ไหม ฮาาาาา

เขาก็บอกอย่างมั่นใจว่า ใช่ๆ เรามาถูกทางแล้ววว ฮือออออ ดีใจ ไม่หลงทาง

เราเริ่มหายกลัวจากการหลงทาง และเริ่มชินกับบรรยากาศอ้างว้างรอบตัว ก็เลยขอเล่นที่สนามเด็กเล่นที่มีต้นซากุระออกดอกสวยตรงนั้นก่อนจ้าาาา

วันนั้นเลยเรียกว่า เป็นความสุขมากเว้ยแก๊ เคยเห็นพวกชินจัง โดเรมอนเล่นในสนามเด็กเล่น แล้วพอได้มาเล่นเอง มันฟินมากเว้ย คือไม่น่าเชื่อว่า จะเล่นได้ไม่อายเด็ก ที่นี่หลังจากพี่ที่เราถามทางหายวับไป ก็ไร้วี่แววผู้คนอีกครั้ง

ทานุจังมันยังจดจ่อกับสวนซากุระอยู่ แฮร่

งั้นเราเดินต่อก็ได้

“ยามากาตะ” สวนเทนโดบนเขาไมซูรู  (Tendo Park-天童公園(舞鶴山))

เดินไปจนกระทั่งถึงปากทางขึ้นเขาไมซูรูที่ Google map พามา

เมื่อเรามองไปรอบๆ พบว่า ที่นี่คือสุสานขนาดย่อม ไร้เงา และป้ายบอกทางเลยว่า มันจะพาไปสวนซากุระที่อยู่บนเขาจริงๆ เอาไงดีวะทีนี้

เอาแล้วไง ร่าเริงได้แปบๆ หงอยอีกละ แม่ง ไบโพล่าชัดๆ

เราทำเป็นใจสู้ เพราะเห็นมีนักท่องเที่ยวคล้ายไต้หวันหรือจีนนี่แหละเดินถือโกโปรถ่ายรูป ท่าทางเหมือนเพิ่งลงมาจากเขา ภายหลังเราพบว่า คนที่มาสวนนี้ส่วนใหญ่จะเดินทางมาด้วยรถยนต์จ้าาาา แล้วเราเดินขึ้นเขาเหมือนพกแรงมาเต็มไง ระยะทางจากสถานีรถไฟเท่าไหร่คะคู๊นนน ให้ทาย

2.2 กิโลเมตรค่ะ

พีคคคคค

โดนหลอกสุด

เราเดินต้วมเตี้ยมพร้อมเริ่มบ่นๆๆ ทานุจังว่า
“ไหนจะพาเรามาดูซากุระ นี่มันเมืองที่ไม่มีอะไรเลย นายหลอกเรามาใช่ไหม เจ้าทานุกิ”

ระหว่างทางก็เจออีกแล้ว

ตากล้องที่พกเลนส์ รอบนี้ไม่รู้ซูมป่าว แต่ดูโปรมาก มาเพื่อถ่ายรูปคุณปู่ซากุระ ซึ่งต้นนี้เป็นซากุระป่าแน่ๆ พันธุ์ชิดาเระซากุระ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวไร้เพื่อนฝูง โถ คุณปู่

อ่ะๆ ยังไม่ถึงครึ่งทางเลย พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้วจ้า

ในใจเรานี่ครุกรุ่นมาก ทำไมเมิงต้องพากูมาลำบากวะ เจ้าทานุกิ ขึ้นไปถึงกูหิวโซแน่ๆ ปีนขนาดนี้

แล้วพอถึงทางที่เริ่มไม่ใช่ทางคนเดิน กลายเป็นทางรถวิ่งอย่างเดียว ก็พบทางเดินที่เหมือนคนกรุยทางแหวกป่าขึ้นเขาไว้ให้ เจ้าทานุกิมันต้องทั้งลากทั้งจูงขึ้นแล้วล่ะทีนี้ ลำบากสาดดดดด หรือมันมีทางดีๆ แล้วกูไม่รู้วะ

ลานหมากรุกคนที่ว่างเปล่า

จนกระทั่งโผล่หน้ามาถึงยอดเขา เจอพีคยิ่งกว่า

ไม่มีซากุระให้เห็นซักดอก น้องยังเป็นตุ่มไม่มีวี่แววว่ากำลังจะบานแม้แต่ดอกเดียว ฮืออออออออออออ

เราหันหลังกลับหาซุ้มยาไตเลย หมดอารมณ์มาก

ด้านหลังที่ควรจะเป็นสวนซากุระออกดอกฟูลบลูม คงต้องรออีกสัก 1 อาทิตย์นู่นถึงจะได้เห็น แต่ที่แปลกใจคือ มันมีลานกว้างๆ และมีอัฒจันทร์ให้คนนั่งดูอะไรสักอย่าง

ภาพจาก  
yamagatajapan.thai/
ภาพจาก  
yamagatajapan.thai/

ภายหลังมาเสิร์ชหาข้อมูลพบว่า ทีนี้ความจริงแล้ว เป็นลานหมากรุกญี่ปุ่น (Shogi-将棋) ที่พิเศษคือ ตัวหมากเป็นคนจริงๆ ที่ใส่ชุดกิโมโน และชุดนักรบ รวมๆ คือลานหมากรุกคน (Human Shogi) งานเทศกาลหมากรุกคนประจำปีจะจัดขึ้นวันที่ 21 – 22 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระกำลังบานพอดี คนที่มาดูหมากรุกจะสามารถชื่นชมทั้งเกมส์หมากรุก และซากุระที่สวยงามถึง 2,000 ต้นทั่วสวนบนยอดเขาไมซูรู มันต้องสวย และพิเศษสุดต่างจากที่อื่นๆ แน่ๆ แถมกลางคืนยังมีไลท์ อัพที่แม่น้ำ Kuratsu เริ่ม 6:30 PM – 10 PM

เหตุผลที่เทนโดมีสถานที่พิเศษอย่างนี้อยู่เป็นเพราะว่า ตั้งแต่ปลายยุคเอโดะเกิดเศรษฐกิจตกต่ำที่ทำให้ตัวแทนคนเทนโดที่ชื่อ Daihachi Yoshida โปรโมตตัวหมากที่มีอักษรคันจิ รวมทั้งกระดานหมากรุก เรียกว่าได้ว่าเป็นแหล่งผลิต ทำให้ผู้คนในเทนโดสามารถหาเลี้ยงชีพไปพร้อมกับความภูมิใจในสายเลือดซามูไรได้อยู่ เพราะว่า โชงิ เป็นการจำลองชั้นเชิงที่ใช้ในสนามรบจริง

พอมารู้อย่างนี้ทีหลังนี่ก็รูสึกว้าวขึ้นมาเหมือนกันนะ แต่ตอนนั้นรู้เพียง โดนหลอก! ฮา

นอกจากเราจะมาค้นหาข้อมูลว่า ที่เราไปมาคืออะไรกันแน่แล้ว เรายังพบข้อมูลที่เหนือกว่า คือ เมืองเทนโดนี้ไม่ใช่ In the middle of Nowhere อย่างที่เห็นนะฮะ มีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่

นั่นคือ ออนเซนน้ำแร่อย่างดี

พีคคคคคคคค เราเป็นคนชอบออนเซนมากๆ แต่ดันผ่านเมืองนี้ไปอย่างไม่เห็นค่า เก๊าขอโทษน้า

http://www.tendoonsen.or.jp/

และนี่คือเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลโรงแรมหรือเรียวกังที่มีออนเซนสวยทั้งกลางแจ้งและในร่ม เป็นเมืองที่ไปง่ายกว่า Ginzan onsen มากกกกก แต่คุณภาพน้ำแร่นั้นดีพอๆ กัน แถมค่าที่พักยังย่อมเยาว์กว่ามาก

เอาล่ะ ขึ้นไปเพื่อยลโฉมต้นที่ไร้ดอกซากุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลากลับแล้วจ้าาาาา

เราเริ่มเห็นวี่แววที่ไม่ค่อยดีลอยๆ อยู่ตรงหน้าแล้ว เพราะเราไม่คิดว่ามันต้องใช้เวลาขึ้นเขานานขนาดนี้ เลยเผื่อเวลาไว้ว่า 1 ชมก็เพียงพอสำหรับการชมซากุระ

ขากลับเลยวิ่ง 4 คูณ 100 ร้องไห้ TT

เราไม่ไหวแล้วค่ะ

นอกจากจะวิ่งแล้วเรายังเกือบหลงทาง แม่เจ้าระยะทาง 2 กิโลกว่าๆ เราวิ่งตลอดเลยเว้ย จนกระทั่งใกล้ถึงสถานีถึงรู้ว่าเราทันรถไฟแน่ๆ แล้ว โอว มาย ก้อดดดด

“ยามากาตะ” สวนเทนโดบนเขาไมซูรู (Tendo Park-天童公園(舞鶴山)
การเดินทาง เดินเท้าจากสถานีเทนโด 20 นาที หรือจะเช่าจักรยานจากหน้าสถานีมาเลยก็ได้ค่ะ
https://goo.gl/maps/3zGn2kGdTR92

ภาพถูกตัดมาที่แสงไฟ Light-up จากต้นซากุระต้นยักษ์ข้างคูน้ำรอบสวนสาธารณะคาโจ

รถไฟคันที่เราขึ้นหลังจากที่เปลี่ยนขบวนที่สถานี Uzen-Chitose เพื่อมาขึ้น JR สาย Senzan กลับเซนได พาเราผ่านสถานียามากาตะและสวนคาโจที่จะกลายเป็นภาพความทรงจำที่งดงาม และสนุกสนานต่อไป

บ้ายบาย ยามากาตะ พบกันใหม่วันที่เราจะมาแช่ออนเซนที่กินซันนะ เย่

ตอนถัดไป เซนได-ชิโอะกามะ-มัตสึชิม่า (มิยางิ) ♫ รวมเมนูที่สุด ของดีประจำเมืองเซนได มิยางิ-กิวตัน หอยนางรม ของสดจากตลาดปลาชิโอะกามะ และซึนดะ

ภูมิภาคโทโฮคุ
เราพูดถึงภูมิภาคโทโฮคุตั้งหลายครั้ง รอบนี้เลยจะขอลงรายละเอียดซะหน่อย จริงๆ แล้ว โทโฮคุ คือภาคอีสานของญี่ปุ่น หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงศตวรรษที่ 20 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของโทโฮคุ เซนไดเป็นเมืองที่มีประชากรสูงที่สุด (1,045,000) และเมืองหลักในโทโฮคุมีดังนี้
เมืองอิวาคิ จังหวัดฟุกุชิมะ (333,000)
เมืองโคริยามะ จังหวัดฟุกุชิมะ (331,000)
เมืองอากิตะ จังหวัดอากิตะ (322,000)
เมืองโมริโอกะ จังหวัดอิวาเตะ (300,000)
เมืองอาโอโมริ จังหวัดอาโอโมริ (297,000)
และเมืองฮาจิโนะเฮะ จังหวัดอาโอโมริ (234,000)
ซึ่งเราเกือบจะได้ไปที่ฮาจิโนะเฮะแล้ว ที่นั่นเป็นเมืองติดทะเล เสียดายยังไม่ได้ไป รอบหน้าๆ

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply