Movie review, Movies

รีวิว Rilakkuma and Kaoru san คอนเทนท์ความน่ารักจาก Netflix ที่ชวนให้หลงรักความญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย

สำหรับคนที่รักน้องรีลัคคุมะอยู่แล้ว คิดว่า ต้องหลงรักเรื่องราวทั้งหมด 13 ตอนนี้ที่เพิ่งเริ่มฉายไปเมื่อ 19 เมษายน 2019 ที่ผ่านมาเข้าอย่างจัง และอยากจะเข้าไปเรียนรู้โลกของญี่ปุ่นเพิ่มเติมแน่ๆ ส่วนคนที่รักญี่ปุ่นอยู่แล้ว ต้องอยากดูต่อตอนถัดไปให้ครบทั้ง 5 ฤดู ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว มีเทศกาลตามแบบญี่ปุ่นให้คนดูได้อินตามและอยากจะไปใช้เวลาที่ญี่ปุ่นเหมือนอย่างที่ตัวละครทั้งหมดได้ทำกิจกรรมร่วมกัน

 

ส่วนฉันที่ค่อนไปทางรักญี่ปุ่นมากกว่า บอกเลยว่า ดูจบ 13 ตอนได้ภายใน 2 วัน เพลินมาก (ให้ดูซ้ำยังได้เลย)

มันเป็นความลงตัวมากๆ ของการนำสื่อเด็กที่มีตัวละครสาววัยทำงานชาวญี่ปุ่นเข้าไปเพื่อเพิ่มทาร์เก็ต เด็กโต และสาววัยทำงาน (หรือบางทีก็แอบมีหนุ่มๆ แอบดูอยู่เช่นกัน) แน่ๆ แหละว่า Netflix นี้เป็น Production ของทางอเมริการ่วมสร้างกับทาง Dwalf animation และจากเบื้องหลังการถ่ายทำที่เขาเปิดเผยให้ดู คนดูก็สามารถเข้าใจการทำงานแบบญี่ปุ่นได้ดีขึ้นตลอด 2 ปี มีทั้งหมด 13 ตอน แต่ละวันได้ฟุตเทจแค่ 10 วินาทีต่อวัน ถ่ายภาพประมาณ 220,000 เฟรม การถ่ายทำอย่างเดียวใช้เวลา 7 เดือน กำกับโดย โคบายาชิ มาซาฮิโตะ และเขียนบทโดย โอกิคามิ นาโอโกะ

ขอเล่าถึงผู้เขียนบทผู้ทรงอิทธิพลในวงการหนังชาวญี่ปุ่นคนนี้หน่อย โอกิคามิ นาโอโกะ เธอเป็นทั้งผู้กำกับและผู้เขียนบทโดยมีผลงานล่าสุดคือ Close-Knit (2017) และผลงานที่สร้างชื่อให้กับเธอคือ Kamome Diner (2006) และ Glasses (2007) ซึ่งเรื่องหลังนี้เองที่เธอได้คว้ารางวัลจาก The Berlin International Film Festival โดยแนวทางทำหนังของเธอถูกจัดในกลุ่มที่เรียกว่า "iyashi-kei eiga-癒し系 映画" หรือ หนังที่ทำมาเพื่อเยียวยาจิตใจ เป็นมุมมองด้านบวกสดใส กว่าหนังญี่ปุ่นอื่นๆ

“ผมอยากให้คุณดูไปพักไปแล้วกินขนมไปด้วย”  เป็นประโยคหนึ่งที่ โคบายาชิ มาซาฮิโตะ ผู้กำกับได้พูดไว้

และนี่สินะ คือที่มาความน่ารักของรีลัคคุมะ (Rilakkuma) โคะริลัคคุมะ (Korilakkuma) คิอิโระอิโทริ (Kiiroitori) คือมองไปแล้วให้ความรู้สึกเอ็นดู อยากเข้าไปกอด หงึกๆ

ไอเดียที่ยอมรับว่า กระแทกใจเข้าอย่างจังเลยคือ การเริ่มต้นด้วยฉากซากุระ และประโยคเปิดที่บอกว่า ฤดู “ใบไม้ผลิมาถึงแล้วเนอะ” มันเป็นการเริ่มต้นของชาวญี่ปุ่นแท้ๆ เลย โดยสาวคาโอรุก็เป็นตัวแทนคนญี่ปุ่นที่ร่วมส่งเสริมวัฒนธรรมการโอะฮานามิได้อย่างน่ารัก ทั้งการทำเบนโตะที่มี ทามาโงะยากิ กับดังโงะ และการเตรียมไปจองพื้นที่ปูเสื่อเพื่อนั่งชม หรือแม้แต่การชมซากุระยามค่ำคืนที่นักท่องเที่ยวที่ไปถึงญี่ปุ่นนก็ชื่นชอบกันมาก และปิดฉากตอนที่ 13 ด้วยการย้ายบ้าน เหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ในชีวิตอีกครั้งซึ่งก็ตรงกับเวลาที่ซากุระกำลังเริ่มบานพอดี

และสุดท้ายคือการสื่อมุมมองบวกของความเป็นสาวออฟฟิสผ่านชีวิตประจำวันของสาวคาโอรุ มีฉากที่ฉันคิดว่าน่ารัก คือฉากที่คาโอรุตัดพ้อว่า ซากุระนี่สวยตลอดในช่วงที่ออกดอกสีชมพูฟูลบลูม ใครๆ ต่างก็อยากมาเห็นเพื่อชื่นชม ต่างกับเธอที่ถูกทิ้ง แล้วถ้าฉันได้เป็นดอกชมพูนั้นบ้าง จะป่าวประกาศว่าฉันอยู่ตรงนี้ แต่สุดท้ายเธอก็คิดว่า แล้วถ้าได้เป็นจริงๆ จะแล้วไงต่อ ฮาาา น่ารักมาก ซึ่งก็แอบสังเกตว่า การบ่นๆ และเปรียบเทียบตัวเองกับสิ่งต่างๆ คงเป็นแบบเฉพาะของคนญี่ปุ่นนั่นแหละ บางทีคาโอรุก็เปรียบตัวเองกับซากุระบ้าง ขยะบ้าง ตลกปนน่ารักดี

รวมถึงการพูดถึงพฤติกรรมการช็อปปิ้งออนไลน์ และการไปดูดวง จนกลายเป็นสายมูเตลู ที่น่าจะคล้ายกับสาวอื่นๆ ทั่วโลก

นอกจากเรื่องราวความน่ารักเชิงแฟนตาซีแล้ว ยังมีเรื่องราวความจริงอันโหดร้ายที่คาโอรุต้องเผชิญอีก เช่น การลดเงินเดือนลง 10% และไม่มีพนักงานใหม่เพิ่ม เนื่องจากว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นตกต่ำ แต่ก็ขอให้พนักงานทุกคนตั้งใจทำงานในเวลาด้วย เรื่องรายได้จากบริษัทญี่ปุ่นในระยะหลังมันทำให้พนักงานรุ่นใหม่ต้องปรับตัว ใช้ชีวิตที่พอเพียงมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งโอกิคามิ นาโอโกะ ผู้เขียนบทได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “แต่ละวันที่เธอจัดการกับสถานการณ์ยากๆ ต่างๆ ในชีวิต แต่มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นกัน”

สุดท้าย ฉากที่ชอบมากที่สุดคือ ช่วงเทศกาลฤดูร้อน แล้วทีมรีลัคคุมะก็รำวงบงโอโดริ น้องเต้นพร้อมๆ กัน แล้วน่าเอ็นดูมากกก

 

Genres : Animation l Family

ผู้กำกับ : โคบายาชิ มาซาฮิโตะ-Kobayashi Masahito

ผู้เขียนบท : โอกิคามิ นาโอโกะ- Okikami Naoko

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply