Movie review, Movies

【รีวิว】 Chihayafuru จิฮายะ กลอนรักพิชิตใจเธอ พร้อมดูอนิเมะ SS3 ตุลาคม 2019

Chihayafuru poster

Chihayafuru (ちはやふる) เรื่องราวเกี่ยวกับการเล่นไพ่คารุตะ ที่ทำให้คารุตะกลายเป็นกิจกรรมที่ได้ความนิยมมากทั้งในญี่ปุ่น และทั่วโลก เริ่มต้นจากมังงะเมื่อปี 2007 จนกระทั่งสร้างเป็นอนิเมะในปี 2011 และปี 2019 นี้ก็เป็นข่าวดีของแฟนๆ ที่อนิเมะภาคสามซึ่งเป็นภาคสุดท้ายได้ฤกษ์ฉาย นอกจากนี้ ยังพัฒนาสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดงอีกด้วย จึงทำให้ Chihayafuru มีรูปแบบสื่อที่ถือว่าจบครบสมบูรณ์ทั้งมังงะ อนิเมะ และหนัง Live Action

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ เรื่องนี้ได้รับความนิยมยาวนานถึง 12 ปี ค้นหา พร้อมร่วมดูอนิเมะภาคสามไปด้วยกัน

มังงะ

Chihayafuru.manga

เขียนโดย Suetsugu Yuki พิมพ์ตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งได้รับรางวัล Manga Taisho และ Kodansha Manga Award 

และได้ปลุกกระแสให้คนญี่ปุ่นหันมาสนใจการเล่นคารุตะ รวมถึงสนใจบทกวี Ogura Hyakunin Isshu อีกด้วย

 

อนิเมะ

Chihayafuru anime

จากนั้นจึงสร้างเป็นภาคอนิเมะทั้งหมด 3 ภาค ภาคละ 25 ตอน 

  • ภาคแรกเริ่มฉายเมื่อปี 2011
  • สองปีถัดไป ก็เริ่มฉายภาคสอง ในปี 2013
  • จากนั้น ก็รอไปอีก 6 ปี ที่เริ่มฉายภาคสามในเดือนตุลาคม 2019

 

(เดาว่าที่อนิเมะภาคสาม ห่างไป 6 ปี เพราะนำทีมงานมาทุ่มพลังให้กับฝั่งหนัง Live Action)

 

หนัง Live Action

Chihayafuru Live Action

สำหรับหนังคนแสดงแบ่งเป็น 3 ภาค 

  • ภาคแรก Chihayafuru: Kami no Ku, ちはやふる 上の句 (2016)
  • ภาคสอง Chihayafuru: Shimo no Ku, ちはやふる 下の句 (2016) 
  • ภาคสาม Chihayafuru: Musubi,ちはやふる 結び (2018) 

 

เนื้อหาในหนังไม่ได้เหมือนต้นฉบับ 100% ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่โดยโคอิซูมิ โนริฮิโระ ผู้กำกับจากเรื่อง The Liar and His Lover ให้มีเนื้อหาเข้มข้นตรงกับต้นฉบับมังงะมากที่สุด

แต่ความเห็นส่วนตัวเนื้อเรื่องได้ถูกขมวดให้กระชับและเข้มข้นขึ้นมาก ทำให้ตัวละครแต่ละตัวมีคาร์แลกเตอร์ที่โดดเด่น และชัดเจน โดยเฉพาะภาคสามที่มีการแข่งขันกับควีน และมีประเด็นเรื่องการตัดสินใจทั้งด้านคารุตะและความรัก

สำหรับภาพและเทคนิคการถ่ายทำเรียกว่า เป็นหนังฟอร์มใหญ่ได้เลย 

การถ่ายสโลว์ระหว่างปัดไพ่นั้นสวยงามตรงจังหวะ 

การถ่ายมุมกว้างให้เห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองทำได้เยี่ยม 

นักแสดงก็เรียกว่าฝีมือเหนือกว่าที่คาดไว้ ทั้งฮิโรเสะ ซึสึ น้องสาวจากเรื่อง Our little Sister, โนมุระ ชูเฮ จากเรื่อง Confession of Murder, อาราตะ แมคแคนยู จากเรื่อง Let's Go, Jets และ มัตสุโอกะ มายุ จากเรื่อง Little Forest 

Hirose Suzu and perfume
วง Perfume และฮิโรเสะ ซึสึ

ซึ่งใครที่ชอบน้องฮิโรเสะ ซึสึคงได้หลงเสน่ห์ในความกระตือรือร้นของเธอจากเรื่องนี้แน่นอน 

นอกจากนี้ยังประทับใจเพลงจบ Flash ของวง Perfume ที่นำมาใช้ในทั้งสามภาคอีกด้วย

กำกับและเขียนบท : โคอิซูมิ โนริฮิโระ Koizumi Norihiro (小泉徳宏)

แสดง : ฮิโรเสะ ซึสึ Hirose Suzu (広瀬すず), โนมุระ ชูเฮ Nomura Shûhei (野村周平), อาราตะ แมคแคนยู Arata Mackenyu (新田真剣佑) และ มัตสุโอกะ มายุ Matsuoka Mayu (松岡茉優)

 

เรื่อง Chihayafuru เหมาะกับใคร

  • คนที่ชอบเรื่องราวความรักวัยเรียน ความสัมพันธ์จะเหมือนเรื่อง Nisekoi ในบางที 
  • คนที่เป็นหนอนหนังสือ ชอบเรื่องการอ่านบทกวี หรือนิยาย
  • คนที่ชื่นชอบศิลปะวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ตัวผู้เขียนเองได้ไปตามรอยหนังที่ศาลเจ้าโอมิ จังหวัดชิกะที่อยู่ติดกับเกียวโตเพื่อดูภาพสีแดงเข้มของศาลเจ้ามาแล้วเช่นกัน

 

เนื้อเรื่องของ Chihayafuru

เนื้อเรื่องเล่าถึง อายาเสะ จิฮายะ  ที่ได้แรงบันดาลใจเล่นไพ่คารุตะจาก วาตายะ อาราตะ ตั้งแต่สมัยประถม โดยมีมาชิม่า ไทจิร่วมทีมด้วย เมื่อต้องเข้าเรียนมัธยมต้นทั้งสามต่างต้องแยกย้าย จึงสัญญากันไว้ว่าหากยังเล่นคารุตะจะได้เจอกันอีกแน่นอน จนกระทั่งเข้ามัธยมปลาย จิฮายะ และไทจิ ได้มาอยู่โรงเรียนเดียวกัน จึงตกลงร่วมกันก่อตั้งชมรมคารุตะขึ้นเพื่อให้ได้ไปแข่งขันระดับประเทศที่ศาลเจ้าโอมิเพื่อเจออาราตะอีกครั้ง

 

พาร์ทการพัฒนาฝีมือ คารุตะ

chihayafuru Karuta
การแข่งขันระหว่างควีนและอายาเสะ

ในส่วนของการนำเสนอการเล่นไพ่คารุตะซึ่งเป็นการแข่งกันด้วยสมอง การจดจำ และวิเคราะห์ หนังแสดงให้เห็นศิลปะวัฒนธรรมของญี่ปุ่นได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น

  • การทำความเคารพคู่แข่ง และผู้อ่านบทกวีบนเสื่อตาตามิในชุด Hakama 
  • การอธิบายความหมายของบทกวีที่ต้องตีความ 
  • ความงามของแต่ละฤดูกาลในบทกวี 
  • รวมถึงการพูดถึงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผู้แต่งบทกวีด้วยเล็กน้อย 

 

โดยหนังได้ผูกประเด็นการแข่งขันคู่กับการทำตามฝันเพื่อให้คนดูร่วมลุ้นตาม ซึ่งแม้คนดูจะไม่เคยรู้จักการเล่นคารุตะมาก่อน แต่ก็ยังสนุกกับการดูได้ไม่ยาก

ยกตัวอย่างบทกวี “ซากุระดอกสวยของสีซีดจาง ฝนชะล้างต่อเนื่องมานานแสน ดั่งตัวข้าสังขารร้างลาจากแดน น่าคับแค้นมัวครุ่นคิดหมดเวลา” 

หมายความว่า ไม่มีใครหยุดยั้งเวลา คนเรามีพลังที่จะเป็นอมตะได้เพียงชั่วครู่ จงรีบทำสิ่งที่ตั้งใจไว้

สำหรับผู้เขียนมองว่า หากใครเป็นแฟน Chihayafuru จะพบว่า การเอาจริงเอาจังเรื่องการเล่นคารุตะ ตรงกับหลักการของคนญี่ปุ่นเรื่อง อิคิไก มากทีเดียว 

การฝึกฝนพัฒนาทักษะความสามารถแบบที่คนภายนอกมองว่า ทำอะไรเว่อร์เกินไป แต่กลับเห็นผลลัพธ์น้อยมาก จนกระทั่ง อยู่ๆ เขาคนนั้นก็พัฒนาเป็นควีน และเมจินได้ นี่แหละคือ อิคิไก ในด้านโคดาวาริ

 

พาร์ทความรัก ใครเป็นพระเอก?

Chihayafuru Taichi Arata
การพบกันที่ฟุคุอิระหว่างอาราตะ และไทจิ

ในส่วนความสัมพันธ์คนดูยังได้ร่วมลุ้นกับเรื่องราวรักสามเส้าระหว่าง จิฮายะ ไทจิ และอาระตะ ในพาร์ทความรักนั้นไม่ใช่รักแบบโรแมนติก แต่กลับทำให้ดีมากในความรักแบบเพื่อนแอบรักเพื่อน 

ความรักที่ถูกซ่อนไว้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังก้าวข้ามขีดความสามารถของตัวเอง เพื่อให้คนที่เรารักได้เห็นในความสามารถด้านคารุตะจนกระทั่งมีเลเวลความเก่งเทียบเท่ากันนั้น 

มันเป็นความรักที่อึดอัด ทว่าสวยงาม 

เพราะการจะทำความฝันเพียงลำพัง เราอาจจะท้อแท้และหยุดพัก จนกลายเป็นห่างจากความฝันนั้นไปเลย 

ในทางกลับกันหากทำความฝันที่ตัวเองรักเพื่อใครสักคน คนนั้นจะเป็นพลังให้เรานึกถึงในยามที่เราอ่อนล้า และอยากเลิกได้เสมอ 

ไม่ว่าจะยากแค่ไหน แต่เพื่อคนๆ นั้น ภารกิจสำเร็จได้แน่นอน หนังเรื่องนี้สอนไว้อย่างนั้น และการให้กำลังใจเพื่อนในทีมในการแข่งขัน

------------------------------

#ทีมไทจิ (ถ้าใครเป็นทีมอาระตะอ่านข้ามไปก่อนได้เลยค่ะ)

สำหรับผู้เขียนมองว่า ไทจิมีพัฒนาการด้านคารุตะที่เด่นชัดมาก โดยมีจิฮายะเป็นแรงบันดาลใจแบบลับๆ 

(แม้ว่า เริ่มต้นชีวิต ม. ปลาย เขาไม่ได้ตั้งใจจะเอาดีด้านคารุตะด้วยซ้ำ)

ไทจิคือผู้ที่ไม่ยอมให้โชคชะตามาลิขิตชีวิต ไม่ว่าเป็นเรื่องการแข่งคารุตะ หรือเรื่องความรัก 

เขามักจะต้องเจอกับศึกชี้ชะตาในการแข่งเสมอ การแข่งที่จะเหลือไพ่คนละใบระหว่างคู่ต่อสู้กับตัวเอง และสุดท้ายคู่แข่งจะชนะเสมอ แต่เมื่อแข่งไปเรื่อยๆ ไทจิเริ่มมองว่า จริงๆ แล้ว ศึกชี้ชะตา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงดีเท่านั้น

แต่เพราะเป็นคนที่มีความสามารถสูง จึงเป็นคนที่ทะเยอทะยาน และใจร้อน ต้องการที่จะเก่งเทียบเท่าจิฮายะ และอาระตะให้เร็วที่สุด 

จนกระทั่งฤดูใบไม้ร่วงของม. ปลายปีสอง เป้าหมายกลับกลายเป็นว่า ไทจิต้องการชนะจิฮายะ ผู้เขียนเลยคิดว่า เป้าหมายที่สูงในระยะเวลาที่สั้นทำให้ไทจิเครียดและเหนื่อยมากไป แม้ผลลัพท์จะออกมาดีก็ตาม 

อย่างไรก็ตาม ไทจิแสดงให้เห็นว่า เขาอุทิศทั้งชีวิต ม. ปลายให้คารุตะ และในความเห็นของผู้เขียนแล้ว เขาทำได้สำเร็จทั้งเรื่องความรักและคารุตะ 

------------------------------

สรุปคือ

ในด้าน ความรักของตัวละทั้งสามนี้ไม่ใช่การแสดงออกว่า ฉันรักเธอ ในแบบหนุ่มสาว แต่คือการแปลงรูปแบบความรักให้กลายเป็น แรงบันดาลใจ และ Passion เพื่อพัฒนาตัวเอง

  • จิฮายะ ได้แรงบันดาลใจจาก อาระตะ จากคำพูดที่ว่า ถ้าเป็นที่หนึ่งของการแข่งคารุตะ ก็เป็นมากกว่าที่หนึ่งของญี่ปุ่น คือเป็นที่หนึ่งของโลก แต่ต่อมา ไทจิคือผู้ที่ทำให้เธอมีกำลังใจในการเล่นคารุตะ เพราะมีเพื่อนร่วมทางที่คอยสนับสนุนเธออยู่เสมอ
  • ไทจิ ที่แอบชอบจิฮายะมาตั้งแต่เด็ก ก็ได้แรงขับเคลื่อนจากจิฮายะมาตลอด จนกระทั่งตั้งเป้าหมายให้เท่าจิฮายะ คือถ้าจิฮายะต้องการเป็นควีน เขาก็จะเป็นเมจิน
  • อาระตะ ได้แรงบันดาลใจมาจากคุณตาของเขาที่เป็นยอดฝีมือด้านคารุตะ และใกล้ชิดกับเขาตั้งแต่เด็ก เคยบอกว่า สักวัน อาระตะจะสามารถไปแข่งกับ สุโอะ เมจิน 5 สมัยได้สำเร็จ เขาจึงตั้งเป้าที่จะแข่งเพื่อเป็นเมจิน ประกอบกับการได้เห็นเพื่อนทั้งสองที่ไม่เคยถอยเรื่องคารุตะ

【ของแถม】ตามรอยสถานที่ Chihayafuru

ฉากที่อายาเสะได้เจออาราตะที่เมืองฟุคุอิบนเส้นทางจักรยานใต้ต้นซากุระ สวยงามมาก

นอกจากการถ่ายทำในโตเกียวแล้ว หนังยังพาไปเที่ยว Fukui จังหวัดที่บ้านนอกแต่น่ารักในภูมิภาค Chūbu เป็นฉากที่อายาเสะได้เจออาราตะที่เมืองฟุคุอิบนเส้นทางจักรยานใต้อุโมงค์ซากุระ สวยงามมาก รวมทั้งยังได้ฟังสำเนียงบ้านนอกนี้จากอาระตะด้วย น่ารัก

ศาลเจ้าโอมิ แสดงพลังด้วยสีแดงเข้ม ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สวยงามอีกแล้ว

ศาลเจ้าโอมิ แสดงพลังด้วยสีแดงเข้ม ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สวยงามอีกแล้ว
อีกสถานที่สำคัญคือ ศาลเจ้าโอมิ (Ōmi Jingu 近江神宮) ที่ถูกพูดถึงในฐานะสถานที่ประลองฝีมือระดับประเทศตั้งอยู่ที่เมือง Otsu จังหวัด Shiga ภูมิภาคคันไซ ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบบิวะ เราได้ไปตามรอยมา อ่านทริปการตามรอยเพิ่มเติมได้ที่ 【ตามรอยหนัง】 Chihayafuru ทริปเด็กเนิร์ด กับศาลเจ้าโอมิ (Ōmi Jingu) จังหวัดชิกะ

การแข่งขันคารุตะระดับประเทศจัดขึ้นที่ศาลเจ้าในเดือนมกราคม ผู้ที่ได้ที่หนึ่งจะได้ชื่อว่า Meijin สำหรับผู้ชาย และ Queen สำหรับผู้หญิง

อีกเทศกาลคือ การแข่งขันระดับประเทศสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปลายจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม

การแข่งขันคารุตะถูกจัดขึ้นที่ศาลเจ้าโอมิเนื่องจากจักรพรรดิ์เทนจิ กษัตริย์ผู้สถาปนาเมืองโอสึ (Otsu) ให้เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และตั้งให้ศาลเจ้าโอมิเป็นศาลเจ้าประจำกษัตริย์นั้น ท่านเป็นผู้แต่งกลอนบทแรกของกวี Ogura Hyakunin Isshu ซึ่งเป็นกวีร้อยบทที่ใช้ในการแข่งไพ่คารุตะ

Ōmi-jingū Shrine (Otsu, Shiga, Japan)
https://goo.gl/maps/1AieU9A7sCD1JqWv5

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)