Diary, Tohoku, Travel

เที่ยวญี่ปุ่น ชมซากุระทั่วโทโฮคุวางแผนอย่างไร (แจกแพลน 10 คืน 11 วันเที่ยวแบบครบรส)

ซากุระที่ สวนสาธารณะคาโจ ยามากาตะ

ทริปเที่ยวญี่ปุ่น ชมซากุระเกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนเวลาเดินทางเพียงแค่กว่า 3 เดือน 

แต่เวลาเท่านั้นก็เพียงพอที่จะเตรียมตัววางแผนวิ่งล่าซากุระฟูลบลูมทั่วโทโฮคุ บนเส้นทางชินคันเซน พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Tohoku area) ระหว่างวันที่ 13 – 23 เมษายน 2018 แล้วสำหรับมือใหม่ที่ต้องการไปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อชมซากุระควรจะเริ่มวางแผนอย่างไรให้เห็นช่วงฟูลบลูมพอดี

ก่อนอื่น อยากจะชวนให้นักเที่ยวญี่ปุ่น ด้วยตัวเองได้เห็นความพิเศษของการเที่ยวช่วงซากุระ ซึ่งต่างกับช่วงทั่วไป ดังนี้ค่ะ

  • ซากุระไม่ได้อยู่รอให้เราไปชม แต่เราต้องออกไปตามหา นี่ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก
  • ซากุระมีเวลาการบาน หรือที่เรียกว่าช่วงฟูลบลูมที่จำกัด อยู่เพียง 5-7 วัน มันจึงทั้งสงบสุนทรีย์ และเร้าใจในเวลาเดียวกัน 
  • ความสวยของซากุระมันละมุน และมีหลายรูปแบบ เช่น ซากุระในสวน ซากุระข้างแม่น้ำ ซากุระล้อมปราสาท แต่ละแบบสวยต่างกัน ลองอ่านเรื่อง แนะนำ 15 สถานที่ชมซากุระ เรียกน้ำย่อยก่อนได้ค่ะ
    ความสวยละมุนมันไปกระตุ้นความรู้สึก “สวยจังน้าาา อยากเห็นอีก” ขึ้นมา
  • ซากุระ มาคู่กับ ความเป็นญี่ปุ่นค่ะ

เหนือสิ่งอื่นใด ซากุระจะกลายเป็นความทรงจำที่น่ารัก นั่นคือ ความร่าเริงของพวกเรา นักล่าซากุระที่ยิ้มรับดอกซากุระไม่ว่าจะอยู่บนต้นหรือที่พื้น 

เริ่มทำแผนตามหัวข้อดังนี้กันค่ะ


กางแผนการเที่ยวเพื่อชมซากุระ แจกแพลนตรงนี้เลยค่ะ

แผนการเที่ยวซากุระ โทโฮคุ
แผนที่โทโฮคุ มาร์กจุดการเดินทางของทริปนี้ ญี่ปุ่นฝั่งตะวันออก ไว้ตามนี้เลยค่ะ (ระยะทางครึ่งเกาะฮอนชูเชียว)

ขอเริ่มจากการเอาแผนของเราออกมากางก่อน 

เราเที่ยวทั้งหมด 10 วัน 

รายละเอียดของแต่ละสถานที่ในแต่ละวัน เราไปเจออะไรมาบ้าง วันไหนเราใช้พาสบ้าง เราเขียนไว้ข้างล่างนี้ค่ะ

และช่วยคลิกอ่านลิงค์รีวิวที่แปะตามชื่อสถานที่หน่อยนะคะ
รีวิวนั้นอาจจะขอเล่าออกมาในรูปแบบรีวิวปนไดอารี่ ประกอบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ค่ะ

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2018 • JR EAST PASS (Tohoku Area)
วันที่ 1 : มาถึงญี่ปุ่น สนามบินนาริตะ → สวนสาธารณะซากปราสาทฟุนาโอกะ/ แม่น้ำชิโรอิชิ สถานที่ชมซากุระยอดฮิตในเซนไดกลับเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่สถานีโตเกียว → ไปนอนที่โตเกียว 

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน 2018
วันที่ 2 : เช้าไปตลาดสึกิจิหาของกิน  → บ่ายไปคาวาโกเอะจังหวัดไซตามะ → ยังกลับมานอนที่โตเกียว

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน 2018 • JR EAST PASS (Tohoku Area)
วันที่ 3 : ออกจากโตเกียว ขึ้นชินคันเซ็นไปฝากกระเป๋าที่สถานีโคริยาม่า → แม่น้ำคันนนจินั่งแท็กซี่ไปปราสาทสึรุกะ → ไปนอนที่เซนได  

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2018 
วันที่ 4 : นั่งชินตันเซนไปสวนสาธารณะคาโจ กินข้าวเที่ยง → นั่งแท็กซี่ไป-กลับแม่น้ำมามิงาซาคิ → นั่งรถไฟต่อไปที่สวนเทนโดบนเขาไมซูรู → กลับมานอนที่เซนได 

วันอังคารที่ 17 เมษายน 2018
วันที่ 5 : เช้าไปกินข้าวที่ตลาดปลาชิโอกามะ → ชมซากุระที่ศาลเจ้าชิโอกามะ → ไปต่อที่จุดชมวิวมัตสึชิมะ ไซเกียว โมโดชิ โนะ มัตสึ → กลับมานอนที่เซนได

วันพุธที่ 18 เมษายน 2018 • JR EAST PASS (Tohoku Area)
วันที่ 6 : ออกไปขึ้นชินคันเซนแต่เช้าตรู่เพื่อไปชมซากุระที่สวนสาธารณะเทนโชจิริมแม่น้ำคิตะคามิ →แวะกินข้าวเที่ยงที่สถานีชินอาโอโมริ → เข้าไปเที่ยวในเมืองอาโอโมริ → กลับมานอนที่เซนได

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน 2018 • JR EAST PASS (Tohoku Area)
วันที่ 7 : วันนี้ไปจุดไฮไลต์ซากุระอนุสรณ์นิจจู → กลับไปกินหมูทอดซอสทงคัตสึที่สถานีโคริยาม่า → แวะกินเกี๊ยวซ่าที่สถานีฟุกุชิม่า → กลับมานอนที่เซนไดคืนสุดท้าย

วันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2018
วันที่ 8 : ออกไปขึ้นรถไฟไปวัดยามาเดระ → นั่งรถไฟต่อแท็กซี่ไป Ginzan onsen คืนนี้นอนนี่

วันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2018 • JR EAST PASS (Tohoku Area)
วันที่ 9 : ออกจากกินซันออนเซ็นไปขึ้นชินคันเซนไปสถานีอุเอโนะ ฝากกระเป๋า → นั่งรถไฟ JR เที่ยวในเมืองโตเกียว → นอนที่โรงแรมโตเกียวที่เดิม

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2018
วันที่ 10 : โตเกียวดิสนีย์แลนด์ทั้งวัน 

วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2018 วันที่ 11 : ออกจากที่พักเช้าตรู่ ไปขึ้นเครื่องเที่ยวบิน 12:00 น. ที่สนามบินนาริตะ


เริ่มทำแพลนเที่ยวชมซากุระอย่างไรดี สำหรับมือใหม่

ซากุระที่ ปราสาทสึรุกะ เมืองไอสึ วากามัตสึ
ซากุระที่ ปราสาทสึรุกะ เมืองไอสึ วากามัตสึ

เราเริ่มจองที่พักตั้งแต่ต้นปี (ถ้าในโทโฮคุเรามีจองที่พักเพียง 2 ที่เท่านั้นคือเซนได และกินซันออนเซนค่ะ) และเสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคม

หลังจากจองทุกอย่างเรียบร้อย เราค่อยมาทำแผน 1. วันไหนจะตามล่าซากุระที่ไหนดี 2. วางแผนการเดินทาง ทำตารางเที่ยวไว้ 3. รวมถึงปรับแผนตามการบานของซากุระปี 2018

ทำแผนเรื่อยๆ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ยัน วันสุดท้ายก่อนบิน ฮาาา แถมพอไปถึงญี่ปุ่นยังมีปรับแผนที่หน้างานอีก

1. วันไหนจะตามล่าซากุระที่ไหนดี

พยากรณ์ซากุระ 2016-2020
ภาพตารางการพยากรณ์การบานของซากุระโทโฮคุ ตลอด 5 ปี 2016-2020

เพราะว่าเราซื้อตั๋วเครื่องบินไปแล้ว วันที่เราไปจะเจอซากุระที่ไหนบานบ้าง เราเช็คก่อนไป จากเว็บไซต์ https://sakura.weathermap.jp/

การพยากรณ์การบานอาจจะคลาดเคลื่อนไป 2-5 วันได้นะคะ 
ซึ่งระยะเวลาที่เรียกว่าฟูลบลูม จะมีเพียงแค่ 5-7 วันเท่านั้น 
ช่วงฟูลบลูมต้นซากุระทั้งต้นจะมีแต่ดอก ไม่เห็นใบแซม ทำให้บรรยากาศสวยงามเป็นพิเศษค่ะ 
เพื่อให้ไม่เสียใจควรไปก่อนวันฝนตก เพราะฝนจะพากลีบบางๆ ร่วงหมดต้น

จากตารางข้างบน ปีที่เราไปคือ 2018 ซึ่งบานเร็วกว่าทุกๆ ปีประมาณ 1 สัปดาห์ 

ถ้านำข้อมูลจากปี 2013-2015 มาเปรียบเทียบการบานของเมืองเซนไดร่วมด้วย 3 ปีนี้ซากุระเริ่มบานวันที่ 9, 7 และ 3 เมษายน 

หมายความว่า ซากุระบานเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี 

และปีนี้ 2020 อัพเดตล่าสุดที่เซนไดเริ่มบานวันที่ 25 มีนาคม เร็วกว่าค่าเฉลี่ย 2 สัปดาห์ ดังนั้นใครที่ออกเดินทางช่วงสงกรานต์ก็ให้ข้ามเซนได เช่นในใจกลางเมือง ไปก่อนค่ะ
ถ้าดูจากวันที่ซากุระฟูลบลูมแล้ว นักท่องเที่ยวสายล่าซากุระโทโฮคุ คงต้องมีระยะเวลาเที่ยวทั้งหมด 18 วัน
แต่ถ้าแบ่งภูมิภาคโทโฮคุเป็นทางใต้ (จังหวัดฟุกุชิม่า จังหวัดยามางาตะ และจังหวัดมิยางิ-เมืองเซนได) และทางเหนือ (จังหวัดอิวาเตะ-เมืองโมริโอกะ จังหวัดอะกิตะ และจังหวัดอาโอโมริ) ก็จะใช้ระยะเวลาโซนละประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ

หรือใครจะไปเก็บความงาม ภาพพรมสีชมพูซีดจางเกือบขาวใต้ต้นซากุระก็ได้ค่ะ 
ความงามที่เรียกว่า วาบิซาบิ ความงดงามของการผลิบานและร่วงโรยในเวลาอันแสนสั้น (สัจธรรมมาซะงั้น ฮา)

1.1 เครื่องมือที่ช่วยคาดคะเนการบานซากุระ

1. เริ่มต้นก่อนเดินทาง ด้วยเว็บพยากรณ์ซากุระ Sakura weathermap  

2. ก่อนไป 3 วัน เช็คอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่า สถานที่ชมซากุระดังๆ ณ เวลานั้นกำลังฟูลบลูม จากเว็บไซต์ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของซากุระแบบเรียลไทม์เช่น Japan-guide 

3. เมื่ออยู่ที่หน้างาน ลองติดตามเฟสบุ๊คประจำจังหวัดในโทโฮคุที่เขาอัพเดตภาพแบบเรียลไทม์ เผลอๆ มี live สด ให้ดู คิดว่าช่องทางนี้ก็มีประสิทธิภาพค่ะ

แนะนำ เมือง Aizu-Wakamatsu ที่มีพื้นที่เป็นหุบเขา แม้จะอยู่ในฟุคุชิมะแต่ก็บานช้ากว่าพื้นที่ในเมือง ตามที่เพจฟุกุชิมะได้ค่ะ

2. วางแผนการเดินทาง ทำตารางเที่ยวเตรียมไว้

จากนั้นลองคำนวนเส้นทางการเดินทาง พร้อมระยะเวลาที่ใช้เดินทาง

แผนการเที่ยวเราจะไล่เที่ยวจากโทโฮคุใต้สุดจังหวัดฟุกุชิมะ ขึ้นไปทางเหนืออย่างจังหวัดอิวาเตะ 

โดยทุกคืนเราจะกลับมาพักใกล้สถานีโทโฮคุชินคันเซนนั่นคือ “สถานีเซนได” ที่นี่เป็น “ศูนย์กลางโทโฮคุ” ด้านการคมนาคม ไปได้ทุกจังหวัด สะดวกในการปรับแผนแบบวันต่อวันค่ะ (เผื่อเวลาไปถึงสถานีล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง แวะซื้อเอคิเบนโตะที่นั่น ทีนี้ก็ได้จะได้ใช้เวลาเพลิดเพลินบนชินคันเซน) 

เพื่อไม่ให้กังวลเรื่องค่าชินคันเซนจากการเปลี่ยนแผนหน้างาน เราซื้อพาสการเดินทางที่สามารถขึ้นโดยสารชินคันเซนไม่จำกัดจำนวนครั้งใน 1 วัน JR EAST PASS (Tohoku Area) ซื้อจากไทย 19,000 เยน (ซื้อในประเทศญี่ปุ่น 20,000 เยน) ใช้ได้แบบอิสระ 5 วัน ภายในระยะเวลา 14 วันนับจากวันที่เริ่มใช้ 

ยกตัวอย่าง ภายใน 1 วันเราก็สามารถดูซากุระข้ามจังหวัดจากอิวาเตะ แล้วไปต่อที่อาโอโมริได้ด้วย แต่ต้องคำนวนเวลาการบานให้ตรงกันพอดี (คนญี่ปุ่นเองยังอิจฉานักท่องเที่ยวแบบเราๆ ที่สามารถซื้อพาสเดินทางโดยรถไฟได้ไม่จำกัดเลยนะ)

เราเคยถามพี่ที่เขาเป็นเซียนเรื่องเที่ยวในจังหวัดฟุกุชิม่า จังหวัดนี้เขาปลูกซากุระให้ทั่วและสวยแบบตระการตาจริง เขาบอกว่า ถ้าต้องการเที่ยวช่วงซากุระแบบเปลี่ยนแผนได้ปุบปับพาสนี้คุ้ม

เพราะสถานีรถไฟไปจอดเกือบถึงจุดชมซากุระเลย

เชื่อว่าคุ้มมากๆ คุ้มอย่างไร เราขึ้นชินคันเซนไปทั้งหมดกี่เยน ลองดูตารางนี้ค่ะ

JR EAST PASS ตารางค่าเดินทาง

ทริปนี้ใช้ค่าตั๋วชินคันเซนไปทั้งหมด 43,150 เยน ส่วนต่างที่ซื้อพาส 19,000 เยนคือ 24,150‬ เยน หรือประมาณ 6,762‬ บาท ฉะนั้น ก็ขอให้เชื่อเถอะว่า คุ้ม!


สรุป แผนโทโฮคุนี้ได้ผลอย่างไร

จากแผนการเดินทางที่มีการปรับแผนหน้างานแล้ว เราได้ตามล่าซากุระไปทั้งหมด 12 ที่
บางที่ร่วงเหลือแต่กลีบบอบบางบนพื้น ให้มองแล้วร้องในใจดังๆ นั่งกินดังโงะแก้กลุ้ม 
บางที่ฟูเต็มต้นจนเผลอร้องว้าวออกมา บางที่เป็นตุ่มอูมๆ เตรียมตัวบาน  
สรุปมาเป็นหน้าเศร้า คือเฟล กับ ภาพดอกซากุระ แสดงว่าเจอฟูลบลูม เย่

จากทั้งหมด 12 ที่ เราเฟลไป 6 ที่และได้ชมแบบฟูลบลูมอีก 6 ที่ ก็ไม่เลวนะ ฮาาา

13/04 มิยางิ : ☹ แม่น้ำชิโรอิชิ Shiroishigawa Ugan Riverside Park
☹ สวนสาธารณะซากปราสาทฟุนาโอกะ Funaoka Castle Ruins Park
รีวิว : Ch.1 บ่นๆๆ ความเฟลที่พลาดชมฟูลบลูมซากุระที่สวนซากปราสาทฟุนาโอกะ เซนได
รีวิว : Ch.2 เบนโตะกิวตัน หรือลิ้นวัวย่าง ของดีประจำเมืองเซนได

15/04 ฟุกุชิม่า :
☹ แม่น้ำคันนนจิ Kannonji river sakura
รีวิว : Ch.3 ซากุระที่คันนนจิ-Kannonji River ประหนึ่งภาพวาดสีน้ำมันที่ยังวาดไม่เสร็จ
🌸 ปราสาทสึรุกะ Tsuruga-jō
รีวิว : Ch.4 ซิ่งแท็กซี่กว่าหมื่นเยนไป Tsuruga-jo เมือง Aizu-Wakamastu ซากุระจะสวยงดงามคุ้มค่าเสียหายหรือไม่ ไปดูกัน!

16/04 ยามากาตะ :
🌸 สวนสาธารณะคาโจ Kajō Park
รีวิว : Ch.5 เกิดมาคุ้มแล้ว! ได้นั่งโอะฮานามิกินยากิโซบะประหนึ่งเป็นชาวเมืองยามากาตะที่ Kajo Park
🌸 แม่น้ำมามิงาซาคิ Mamigasaki River
☹ สวนเทนโดบนเขาไมซูรู Tendo Park
รีวิว : Ch.6 เมืองเทนโด ยามากาตะ กับซากุระหมากรุกคนที่ไร้วี่แววฟูลบลูม

17/04 มิยางิ :
🌸 ศาลเจ้าชิโอกามะ Shiogama Shrine
☹ สวนมัตสึชิม่า ไซเกียว โมโดชิ โนะ มัตสึ Matsushima Saigyo Modoshi no Matsu Park
รีวิว : Ch.7 รวมเมนูที่สุด ของดีประจำเมืองเซนได กิวตัน หอยนางรม ของสดจากตลาดปลาชิโอะกามะ และซึนดะ
รีวิว : Ch.8 ครึ่งวันเพลินๆ จากศาลเจ้าชิโอะกามะ ไปต่อจุดชมวิวอ่าวมัตสึชิมะ

18/04 อิวาเตะ :
☹ สวนสาธารณะเทนโชจิริมแม่น้ำคิตะคามิ Tenshōchi
รีวิว : Ch.9 แม้ซากุระที่ที่ ‘คิตะคะมิ เท็นโชจิ’ ยังไม่บาน แต่ใจเราไม่ฝ่ออีกแล้ว
รีวิว : Ch.10 ความยิ่งใหญ่แห่งอาโอโมริ สถานี Shin-Aomori กับโฮตาเตะที่แสนคิดถึง

19/04 ฟุกุชิม่า :
🌸 อนุสรณ์นิจจู ทางสำหรับจักรยานและเดินเท้า Nicchu Line
รีวิว : Ch.11 ชมชิดาเระซากุระสวยเหมือนฝันที่ Nicchu line เมือง Kitakata และซอสึคัตสึด้งสถานี Koriyama ที่ห้ามพลาด

20/04 ยามากาตะ :
🌸 วัดยามาเดระ Yamadera
รีวิว : Ch. 12 วัดยามาเดระ แห่งยามากาตะ ของแถมการชมซากุระที่เพิ่มความทรงจำหวานละมุนๆ
รีวิว : Ch. 13 Ginzan onsen เรียวกังออนเซนสวยโรแมนติก พร้อมฉากอำลาโทโฮคุ

ซากุระที่ศาลเจ้าชิโอกามะ
ซากุระที่ศาลเจ้าชิโอกามะ


สรุปค่าใช้จ่าย

ทริปนี้มีค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.พ เลขที่ออกคือ 72,288 บาทจ้า

1. ตั๋วเครื่องบินราคา 18,792 บาท : เรานั่ง Hongkong Airline
เป็นตั๋วโปร ความดีงามคือตรงเวลามาก และซิ่งมากด้วย

2. ค่าที่พักรวม 13,761 บาท : เราพักทั้งหมด 10 คืน มีที่ถูกมาก และที่แพง 4,000 บาทต้นๆ ที่กินซัน ออนเซน โดยเฉลี่ยตกคืนละ 1,376 บาท

3. ค่าเข้า Disneyland 2,250 บาท (สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าโตเกียวก็ตัดช้อยส์นี้ทิ้งได้เลย)

4. Pocket wifi 550 บาท : นี่ก็ราคาโปรอีกแล้ว ฮา

5. Pocket Money รวม 30,695 บาท : ที่เราก็แยกย่อยไม่ถูกว่าค่าอาหาร ค่ารถไฟที่ต้องจ่ายเพิ่ม ค่าช้อปปิ้งของที่ระลึกเบาๆ 
ทริปเราจะเน้นเรื่องอาหารดีๆ ในทุกวันเพราะเราเป็นสายแดก เปลืองค่ากินนี่แหละ 

6. ค่าเดินทางรวม 6,240 บาท : พาสรถไฟนั่นเอง
มีในส่วนที่ใช้ในโตเกียว Keisei skyliner one way+ 24hour subway 840 บาท
และ JR EAST PASS (Tohoku Area) 5,400 บาท


โดยสรุป

กว่ามือใหม่จะกลายเป็นเซียนในด้านการเที่ยวช่วงซากุระด้วยตัวเองได้ ก็คงต้องใช้พลังเยอะ 
ผ่านความสุข ความผิดหวัง ใช้สมอง และเงินมาเยอะ ฮาาาา (หัวเราะทั้งน้ำตา) 
แต่ถึงอย่างไร เราคิดว่า มันก็ยังคุ้มค่าที่ได้ไปซ้ำแล้วซ้ำอีกในช่วงนี้ 
ยิ่งถ้าเราทำการบ้านหาข้อมูลสถานที่ชมซากุระและมีสำรองไว้ วางแผนให้ละเอียด แต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้เมื่อถึงหน้างาน 
การทำแพลนนี่แหละ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและสนุกขึ้นไปอีกจ้า
เริ่มออกเดินทาง ตามล่าซากุระ วันแรกที่เซนได กันเลย

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply