Movie review, Movies

【รีวิว】 เจ้าเหมียวจิบิหายไปไหนนะ? Only the cat knows ผู้ชายญี่ปุ่นเอาใจเมียไม่เป็นจริงเหรอ?

Only the cat knows สร้างโดยอ้างอิงจากมังงะชื่อเรื่องเดียวกัน “初恋 お父さん、チビがいなくなりました” (Otousan, Chibi ga Inakunarimashita) เขียนโดย “อาจารย์นิชิ เคย์โกะ” พิมพ์ตั้งแต่ปี 2013 โดยเป็นแนวโจเซย์เน้นทาร์เก็ตกลุ่มผู้หญิงช่วงอายุ 30 ปี กำกับโดยโคบายาชิ โชทาโร” จากเรื่อง Hamon: Yakuza Boogie” (2017)

เล่าเรื่องมาซารุและ ยูกิโกะคู่แต่งงานที่ใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 44 ปี พวกเขามีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ว่าแต่ละคนก็โตจนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว มาซารุซึ่งเป็นคนไม่แสดงความรู้สึกจนเกือบจะเรียกได้ว่าเย็นชาก็ออกจากบ้านไปนั่งเล่นโชกิ หรือหมากรุกญี่ปุ่น ยูกิโกะจึงอึดอัดใจกับท่าทีของเขา จนกระทั่งวันหนึ่ง ยูกิโกะก็ได้บอกกับลูกสาวของเธอว่าตนต้องการจะหย่ากับมาซารุ และตอนนั้นเองเจ้าจิบิก็เกิดมาหายตัวไป

หนังสะท้อนวัฒนธรรมครอบครัวญี่ปุ่นที่ผู้ชายเป็นใหญ่ในบ้าน และภรรยาปรนนิบัติสามีอย่างสมบูรณ์แบบ จนบางทีเราก็แอบเซอร์ไพรส์ อีกหนึ่งจุดเด่นคือ หนังสื่อภาพชีวิตประจำวันของแม่บ้านญี่ปุ่นวัยเกษียณใน 1 วันได้อย่างน่ารัก ตรงไปตรงมา แต่ค่อนไปทางเนิบช้า

มาซารุเป็นตัวแทนสามีญี่ปุ่นที่มักชอบวางมาด เข้าใจว่าการแสดงออกความรักเป็นเรื่องน่าอาย จึงแสดงเป็นเย็นชาแทน จนอีกฝ่ายไม่รู้ความในใจตั้งแต่สาวยันแก่ ซึ่งแสดงถึงความ Conservative ที่แม้การแสดงออกของฝ่ายสามีจะไม่น่ารัก แต่ภรรยายังต้องทำหน้าที่ให้เป๊ะ เริ่มจากทำอาหารเช้าและเบนโตะ ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน จ่ายตลาดเลือกของที่ทำกับข้าวมื้อเย็น เตรียมน้ำร้อนแช่ตัว และฟูตองให้สามี

ในขณะเดียวกันหนังก็มีข้อโต้แย้ง โดยมีนาโอโกะเป็นตัวแทนฝั่ง Feminist หัวสมัยใหม่ที่เคยผิดหวังเรื่องความรัก และเห็นชีวิตที่เหงาของแม่ จึงเลือกใช้ชีวิตสตรองแบบตัวคนเดียว เข้าคอนเซ็ปท์ “แม้จะต้องเหงาจนเฉาตาย แต่ก็ดีกว่าที่จะมีคนรักที่ไม่เหลียวแล” คาร์แรกเตอร์ของเธอจึงเก่งกว่าผู้ชายทั้งด้านหน้าที่การงานที่เป็นถึงหัวหน้าแผนกและเงินเดือนสูงกว่าแฟนเก่า และการใช้ชีวิต

ในความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่เพียงนาโอโกะเท่านั้นที่สตรอง แต่คุณแม่ยูกิโกะสตรองกว่า เพราะการใช้ชีวิตอยู่กันมาแบบไม่ได้รู้สึกได้รับความรัก มันเหงามากกว่า แต่ก็มีมุมหักล้างคือ คนที่จะคบกับผู้ชายญี่ปุ่นน่าจะเข้าใจในเรื่องการไม่แสดงความรักเป็นอย่างดีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการเรียกร้องความรักอะไร แต่จริงๆ ความรักเป็นเรื่องของการเข้าใจ และให้กำลังใจกันและกันอย่างสม่ำเสมอมากกว่า เหมือนประโยคหนึ่งของยูกิโกะว่า “ไม่ต้องช่วยตามหาแมว แต่แค่ให้เข้าใจในความรู้สึกที่แมวฉันหายไปแค่นั้นก็พอ” ถึงอีกฝ่ายจะแสดงออกว่ารัก พูดจาหวาน เอาใจซื้อของขวัญให้ไม่เป็น แต่การแสดงออกว่าเข้าใจก็ทำให้รู้ว่ารักอยู่ได้เหมือนกัน เรียกว่าดูจนจบก็แอบลุ้น ให้ความรัก 44 ปีของยูกิโกะไม่ใช่การรักเพียงข้างเดียว ถือเป็นหนังญี่ปุ่นที่อบอุ่นเรื่องหนึ่ง

ผู้กำกับ: โคบายาชิ โชทาโร Shotaro Kobayashi 小林聖太郎

นักแสดงนำ: จิเอโกะ ไบโช Chieko Baisho 倍賞千恵子, ทัตสึยะ ฟูจิ Tatsuya Fuji 藤竜也, มิคาโกะ อิชิคาวะ Mikako Ichikawa 市川実日子

 

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)