About

[ที่มา] บล็อก little forest ญี่ปุ่นลุยๆ เที่ยวตามรอยหนังญี่ปุ่น

little forest ญี่ปุ่นลุยๆ

ชีวิตท่องเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติที่บ้านนอกญี่ปุ่น แบบลุยๆ

 

สวัสดีค่ะ 

ชื่อปุ้มค่ะ เป็นคนไทยที่ชอบความญี่ปุ่นมากค่ะ
ถามว่าชอบอะไรของญี่ปุ่น
เริ่มต้นชอบจากอนิเมะของสตูดิโอจิบลิ ชอบมากค่ะ
ชอบความเขียวขจีของกราฟฟิกในเรื่อง
ต้นไม้มันพริ้วไหวสวยมาก ยิ่งเวลาลมพัดแรงๆ ฮาาา 

จริงๆ เปิดบล็อกมา ก็อยากให้คนรู้จัก Little forest ญี่ปุ่นลุยๆ
ในฐานะที่มันเป็นส่วนผสมทั้งความสงบ และความลุย
แบบอิสระอย่างนี้แหละ
บล็อกนี้เลยอินดี้
เอาแต่เขียนสิ่งที่อยากเขียนอย่างเดียว
555555 จะปรับปรุงตัวค่ะ

 

บล็อกที่สร้างมานี้เลยมีวัตถุประสงค์
"เพื่อที่จะชวนคนให้มาเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ เพราะบ้านนอกญี่ปุ่นมันดี และบางที... อาจมีคนคิดเหมือนกัน 🌾🌱"

แต่ทำไปทำมา ด้วยความที่ก็ชอบดูหนังมาก
ยิ่งเป็นหนังประเภทฟีลกู้ดด้วยยิ่งชอบ
เลยยิ่งอยากจะแนะนำให้คนที่หลงใหลญี่ปุ่นได้พบโลกใบนี้ด้วยเช่นกันและได้ร่วมเดินทางไป ณ สถานที่ในเรื่องด้วย

จากนี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

 

ความเดิม

เราเริ่มเที่ยวเองเมื่อเดือน เม.ย. ปี 2016 ไปวูฟ (Wwoof) ที่คิวชูระยะเวลา 2 เดือน

รอบนั้น เราได้แรงบันดาลใจจากหลายสื่อมาก สื่อที่เห็นภาพคือ ซีรี่ย์ที่ชื่อว่า STAY ซากะ..ฉันจะคิดถึงเธอ (2015)

แต่สื่อที่เห็นผลคือ การอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์ Sunday Afternoon: Hokkaido Summer โดย ปาลิดา พิมพะกร ทำให้รู้จักว่า การไปใช้ชีวิตฟาร์มสเตย์ที่บ้านนอกญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร และทำอย่างไรถึงจะได้ไป

หลังจากที่อ่านจบ เข้าใจเรื่องขั้นตอนการสมัครวูฟครบถ้วน เดือน ธ.ค. 2015 เราก็สมัครวูฟและเลือกวูฟโฮสทันที

รอบนั้นแอดเวนเจอร์จริง ประสบมาทุกความสนุกและความชิบหายวายป่วง แต่อย่าไปคิดมาก ชีวิตนึงครั้งนึง จนสุดท้ายต้องพกเครื่องรางจากศาลเจ้าที่ฟุกุโอกะ คุ้มครองให้การเดินทางที่เหลือของทริปแคล้วคลาดจากภัยอันตราย

และเดือน ก.ย. ปี 2017 เราก็พร้อมอีกครั้ง รอบนี้ไปโทโฮคุ 8 วัน (วันบินไม่นับ นับเฉพาะวันเที่ยวจริงๆ ) ลุยเหมือนเดิม เราพาคณะเพื่อนร่วมทัวร์ไปอีก 4 ชีวิต เป็นเพื่อน ป โท และน้องชาย กับภาษาญี่ปุ่นที่เริ่มจางหายไปแล้ว รอบนี้แบกเป้เข้าป่า ไปเหนือสุดของโทโฮคุ ที่ลำธาร Oirase และภูเขา Hakkoda จังหวัดอาโอโมริ เป็นสถานที่ตามธรรมชาติที่สร้างความทรงจำดีๆ ได้เหมือนเดิม รอบนี้ชาวคณะไม่พีคมาก ไม่มีเรื่องให้ต้องลุ้นเท่าไหร่

และเดือนเม.ย.ปี 2018 ไปโทโฮคุซ้ำ 10 วันเลย รอบนี้มันส์ เพราะเป้าหมายคือตามล่าซากุระ โหด มันส์ ฮา ของจริง เรากลับที่พักแบบหมดสภาพทุกคืน ไปปิดท้ายทริปที่กินซัน ออนเซ็น แช่น้ำแร่ให้ผ่อนคลาย หลังจากที่เพื่อนพีคๆ ร่วมทริปของเรา 1 ท่าน มันพาเราวิ่งหาซากุระจนร่างพัง แต่สุดท้ายก็ได้เห็นที่ฟูลบลูมสมใจ

และเดือน ก.ค. 2018ไปทำงานเก็บข้อมูลที่ Gunma Nagano Niigata Yokohama 9 วัน วันแรกแทบคลั่ง มันร้อนเกินไป หน้าร้อนญี่ปุ่นที่ดินแดนซากุระหวานละมุนเมื่อครั้งก่อนมันลุกเป็นไฟ เราออกจากห้องแอร์ทีไรได้ฟีล “ฟู่วววว~” นึกว่าอยู่ห้องสตรีม และสุดท้ายได้ไปปิดทริปแบบพังๆ นอนห้อง Dorm รวมกับชาวบ้านที่โยโกฮาม่า

หลังจากทริปทั้งหมดที่กล่าวมา เราก็เริ่มกระจ่างว่า ทุกทริปที่ลุยกันขนาดนั้น เป็นเพราะเราต้องการรีดความเหนื่อยล้าจากการทำงานในเมืองออกมาเป็นเม็ดเหงื่อ เรานั่งรถไฟเที่ยว ใช้พาสโคตรคุ้ม และลุยเข้าป่าเข้าสวนทุกทริป และถึงแม้ร่างจะพังมาสักกี่ทริป เราก็จะยืนยันว่า ลุยแบบนี้แหละสมวัยดี ฮา ลุยจนขากลับบนเครื่องบินเราหลับตลอดทาง ตื่นมาแค่กินข้าว แล้วหลับต่อ 

“เราต้องสู้จนจบทริปแล้วค่อยกลับไปนอนตายที่บ้าน มันถึงจะคุ้มค่า” เราคิดอย่างนี้

 

แรงบันดาลใจ Little Forest ญี่ปุ่นลุยๆ

little forest poster

และเมื่อเดือน ต.ค. 2018 เราเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง Little Forest ทั้งภาค Summer/Autumn (2014) และ Winter/ Spring (2015) รวดเดียวจบ อิจิโกะ นางเอกของเรื่องทำให้เรานึกถึงตัวเองเมื่อครั้งไปวูฟ เหนื่อย! เหงา! ขนาดมีน้องที่เรียนญี่ปุ่นไปด้วยกัน มันยังเหงา เพราะสิ่งเอนเตอร์เทนเดียวคือของกินอร่อยๆ 

อิจิโกะทำอาหารจากวัตถุดิบผักสวนครัวในแต่ละฤดูจากสวนรอบๆ บ้าน แม้แต่ปลา เป็ด ยังจับมาทำอาหารด้วยตัวเอง ทำเองหมดทุกขั้นตอน พีค! หนังเล่าเรื่องชีวิตเกษตรกรในเมืองโคโมะริ ที่โทโฮคุผ่านเมนูอาหารที่เธอทำ

“โคโมะริ เป็นชุมชนเล็กๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของภูมิภาคโทโฮคุ ไม่มีห้างร้าน ที่กลางหมู่บ้านมีร้านค้าไม่กี่ร้าน และมีตลาดเล็กๆ หนึ่งแห่งที่บริหารโดยสหกรณ์ เส้นทางส่วนใหญ่เป็นเนิน ขี่จักรยานลงเขาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ตอนขากลับจึงใช้เวลานานกว่า เวลาที่หิมะตกในฤดูหนาว ใช้เวลาเดินประมาณ 1.30 ชม. คนส่วนใหญ่ไปซื้อของที่ซูปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ในเมืองข้างๆ กว่าฉันจะไปและกลับต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็ม” เป็นประโยคเปิดเรื่องของทั้งสองภาค

เราว่าเธอลุย เธอสู้ และสุดท้ายเธอก็ใช้ชีวิตแบบลุยๆ ของเธอได้อย่างมีความสุข 

เราก็เลยได้แรงบันดาลใจในการทำคอนเทนท์เรื่องญี่ปุ่นลุยๆ จากเธอนี่แหละ เดือน ก.พ. 2019 เราจึงเปิดบล็อกนี้ขึ้นมา ต้องการถ่ายทอดชีวิตท่องเที่ยวสายธรรมชาติช่วงสั้นๆ ที่บ้านนอกญี่ปุ่น ในแบบที่ทุกคนอาจจะไม่เคยไปพบเจอหากอยู่เฉพาะในเมือง เพราะเราเชื่อว่า บ้านนอกญี่ปุ่นมันดี และบางที... อาจมีคนคิดเหมือนเราก็ได้

นอกจากนี้ เรายังอยากให้ผู้ที่ชื่นชอบการดูหนังญี่ปุ่น และอนิเมชั่นญี่ปุ่นอย่างเรา ที่เริ่มต้นจาก “ดู อิน ตามรอยหนัง และอินขึ้นไปอีก” มีโอกาสได้ออกนอกบ้านไปท่องเที่ยวตามรอยโลเคชั่นหนังญี่ปุ่นบ้าง เราจึงแทรกลายแทงสถานที่ไว้ในการแนะนำหนังแต่ละเรื่องในบล็อก 

ซึ่งล่าสุด เดือน ก.ย. 2019 เราเกือบได้ไปตามรอยอนิเมชั่นที่สุดในใจตลอดกาลอย่าง Spirited Away ที่โดโกะออนเซน จังหวัดเอฮิเมะ แต่น่าเสียดาลที่การเดินทางเพื่อไปเก็บข้อมูลที่ ชิโกะคุ 5 วัน นี้ไม่มีเอฮิเมะอยู่ในแผน ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ภูมิภาคนี้ก็ถือเป็นการผจญภัยขั้นสุดของสายลุย ลุยทั้งฝนเพื่อไปถ่ายรูปน้ำตกแบบทุลักทุเล ปีนเขา ลงเรือข้ามเกาะ ปีนบันไดเชือก เรียกว่า ใช้ทุกนาทีแบบสุดพลังของแท้ 

และเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2019 ไปคันไซ พ่วง Shizuoka 12 วัน เราได้ตามรอยหนังสำเร็จที่ศาลเจ้าโอมิ จังหวัดชิกะ สถานที่แข่งขันยอดฝีมือคารุตะจากเรื่อง Chihayafuru ทั้งๆ ที่ต้องเดินกลางฝนดั้นด้นไป ก็ไม่ท้อ จนได้เห็นภาพในฝันหน้าศาลเจ้าพร้อมใบไม้แดง แต่แล้วก็หวัดกินเป็นของแถม จากนั้นมาปิดท้ายทริปด้วยการขับรถตามล่าหามุมฟูจิซังที่ชัดที่สุด 

 

★ เพราะบ้านนอกญี่ปุ่นมันดี และบางที... อาจมีคนคิดเหมือนกัน 🌾🌱

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)