Movie theme guide, Movies

ส่องวิธี ‘วันนี้ต้องรอด’ จากสาวออฟฟิส Kaoru และ Retsuko ใน Netflix กับ 5 อาวุธลับเพิ่มหลอดพลังทำงาน

Rilakkuma and Kaoru san และ Aggretsuko ซีซั่น 2 ออกฉายทาง Netflix ระหว่างปี 2019 โดยทั้ง Kaoru และ Retsuko มีมุมน่ารัก หวานๆ ตามสไตล์สาวญี่ปุ่น แต่ถ้าจะให้มีแต่มุมแบ๊วใสอย่างเดียวคงไม่สามารถรอดผ่านชีวิตออฟฟิสที่เข้มงวดและ แสนจะวุ่นวายในหนึ่งวันไปได้แน่ๆ ความโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ และด้วยความกดดันแบบสังคมญี่ปุ่นยังเป็นที่มาของความเครียดอีก ต่างคนจึงต่างหาวิธีเยียวยาใจ เพิ่มหลอดพลังความสุข ให้รอดพ้นวันอันน่าปวดหัวไปได้ เริ่มส่อง 5 อาวุธลับของทั้งคู่กันเลยดีกว่า

Rilakkuma and Kaoru san
รีลัคคุมะ โคะรีลัคคุมะ

วัตถุประสงค์ของการสร้างอนิเมชั่นประเภทสต็อปโมชั่นเรื่อง รีลัคคุมะ คือต้องการให้คนดูรู้สึกผ่อนคลาย ดูแบบสบายๆ ที่บ้านระหว่างนั่งกินขนมไปด้วยกับกิจกรรมแต่ละฤดูกาลของญี่ปุ่น

Rilakkuma and Kaorusan สร้างโดย Dwarf Studio ความยาว 13 ตอน ตอนละ 11-14 นาที เปิดตัวฉายไปเมื่อเมษายน 2019 บน Netflix มากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ทีมงานและผู้กำกับคือ โคบายาชิ มาซาฮิโตะ ส่วนบทคือโอกิกามิ นาโอโกะ โดยริลัคคุมะ หมีสุดขี้เกียจถือกำเนิดในเดือนกันยายนปี 2003 ออกแบบโดย อากิ คอนโด บริษัท San-X net

อ่านรีวิว Rilakkuma and Kaoru san คอนเทนท์ความน่ารักจาก Netflix ที่ชวนให้หลงรักความญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย

คาโอรุจัง เป็นสาวออฟฟิสที่เจอปัญหาจิปาถะแต่ละวัน เช่น ตกหลุมรักหนุ่มส่งของจนซื้อของออนไลน์มาล้นบ้าน ไม่มีตังก์เก็บ อยากไปเที่ยวต่างประเทศกับคนรัก แต่ต้องหาแฟนให้ได้ก่อน ซึ่งชีวิตของคาโอรุที่จัดได้ว่าเหงา วันหนึ่งก็มีแก็งรีลัคคุมะ “รีลัคคุมะ โคะรีลัคคุมะ คิอิโระอิโทริ” ให้ได้ร่วมใช้ชีวิตด้วย ความชิล และความน่ารักน่าเอ็นดูของแก็งค์นี้ค่อยๆ ช่วยปลอบประโลมใจ คลายเหงา ที่สำคัญ ช่วยให้คาโอรุปรับวิธีคิดแก้ปัญหา และผ่อนคลายขึ้น

Aggretsuko

ตรงข้ามกับเรื่องรีลัคคุมะสุดชิล คือความฮาร์ดคอร์ เสียดสีสังคมออฟฟิสในเมืองแบบญี่ปุ่นแบบเจาะลึก โดยมุมมองญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น

Aggretsuko ผลิตขึ้นมาเมื่อปี 2015 เริ่มฉายเมษายน 2018 และมีตอนพิเศษวันคริสมาสต์เมื่อเดือนธันวาคมปีเดียวกันผ่านทาง Netflix เป็นซีรีส์แบบ 10 ตอนจบ ตอนละ 15 นาที โดย Aggretsuko Season 2 จะออกฉายทั่วโลกพร้อมกันในวันที่ 14 มิถุนายน 2019 โดยคาแลกเตอร์ “Aggressive Retsuko” เป็นคาแรคเตอร์ของทางค่าย Sanrio (ค่ายเดียวกับ Hello Kitty)

อ่านรีวิว Aggretsuko ซีซั่น 2 ทาง Netflix ชีวิตที่มีช้อยส์ของเร็ทสึโกะ

เร็ทสึโกะ สาวออฟฟิสวัย 25 ปีราศีพิจิก (สายโหดแต่ฉาบหน้าด้วยความแบ๊ว) เป็นคาแลกเตอร์ที่มีมิติ และมีความเรียลสูง ปะทุความหัวร้อนร้องคาราโอเกะเดธเมธทัลดาร์คๆ ระบายความไม่ได้ดั่งใจในชีวิตอยู่ประจำ

1. ระบายเรื่องอัดอั้น บ่นๆๆ ให้หายเซง

แก็งโยคะที่เร็ทสึโกะมีเจ้วาชิมิ และกอริบุโจวเป็นเพื่อนสนิท

ในขณะที่ในที่ทำงาน เร็ทสึโกะมีเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ให้เมาท์นั่นคือเฟนเนโกะ และไฮดะ นอกที่ทำงานก็มีแก็งเจ้วาชิมิ และกอริบุโจวสวยตัวท้อปที่มีประสบการณ์ทำงานสูงให้ได้ปรึกษาปัญหาชีวิตต่างๆ ที่ไม่ว่าจะพังมาแค่ไหน เจ้ๆ ก็รับฟังและอยู่เคียงข้างเร็ทสึโกะเสมอ โชคดีของเร็ทสึโกะจริงๆ!

คาโอรุกอดน้องรีลัคคุมะ น่าเอ็นดู

ส่วนคาโอรุ นั้นจัดว่า โชคดีมากเช่นกัน ที่มีแก็งค์รีลัคคุมะที่ชิลขั้นสุดให้เล่นด้วย และได้ระบายปัญหาจากที่ทำงาน แม้น้องจะโต้ตอบไม่ได้ แถมไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับชาวบ้านเลย (ก็น้องๆ เป็นสัตว์เลี้ยงน่าเอ็นดูนี่นา) แต่ความรู้สึกที่มีน้องๆ อยู่เป็นเพื่อน หรือการมีพวก ก็ได้ช่วยคลายความกังวล และความเหงาได้มากทีเดียว ที่สำคัญ การได้กอดน้องๆ ยังเติมเต็มจิตใจได้อีกด้วย อ่าาา เอ็นดู น่าร้าก

งานวิจัยของ ริชาร์ด สตีเฟนส์ จากภาควิชาจิตวิทยาในมหาวิทยาลัยคีล ของสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ในวารสารชื่อ The Journal of Pain บอกว่าการได้ปลดปล่อยระเบิดระบายคำพูดอะไรออกมาแรงๆ นั้น จะทำให้เราคลายความเครียดลงไปได้ มีผลในทางการแพทย์แบบ Analgesia คือเป็นเหมือนยาแก้ปวด

2. อยู่ห่างๆ เจ๊ขี้เมาท์ ตัวทำพิษ

เจ๊ขี้โยนงาน

เริ่มเปิดเรื่อง Aggretsuko มาก็เจอความพีค กับความเรียลของพฤติกรรมพนักงานออฟฟิส อย่างเจ๊ฮิปโปขี้เมาธ์ที่มักเริ่มประโยคว่า “รู้ข่าวนี้ยังว่า ...” โอ้ย ไม่ใช่ว่าจะอยากรู้ซะหน่อย อย่ามายัดเยียดความเป็นตัวเองให้คนอื่นเด้ รำคาญ! หรือเฟนเนโกะที่ลับหลังเป็นนักสืบไอจีค้นภาพส่วนตัวของพนักงานรุ่นน้องที่ไม่ชอบขี้หน้า แล้วมาบรรยายวิธีสืบค้นของนางให้เร็ทสึโกะฟัง แต่ต่อหน้าก็จ๊ะจ๋า หวานหู และอีกคนเจ๊ขี้โยนงาน อาวุโสมากจึงมองว่ารุ่นน้องแรงเหลือ “อ่ะ เอางานไปเพิ่ม”

เจ๊ฮิปโปขี้เมาธ์

เอือมเหลือเกินกับบรรยากาศซ้ำซากไม่น่าอภิรมย์เหล่านี้

คนที่อยู่ใกล้ๆ แล้วเหมือนพิษร้ายแทรกทำลายระบบประสาทนั้นขอให้ห่างๆ ไว้ งานวิจัยสุขภาวะคนทำงานจากการสำรวจของ TalentSmart พบว่า คนจำนวน 90% ยอมรับว่า อารมณ์มีอิทธิพลต่อการทำงานว่าจะช่วยให้สัมฤทธิ์ผลหรือล้มเหลว หากจำเป็นต้องทำงานด้วยกัน ลองขอย้ายโต๊ะ หรือทำงานผ่านเครื่องมือสื่อสารแทนการเผชิญหน้ากับคนที่มีพิษเข้มข้นแบบส่วนตัว หากหัวหน้างานพิษใส่เสียเอง ก็ให้พยายามลดช่วงเวลาที่จะอยู่ร่วมกับเขา

3. ดาร์ก ช็อกโกแลต ลดความเครียด

ช็อกโกแลตแมคคาเดเมียของฝากจากฮาวาย

อนิเมชั่นทั้งสองเรื่องพูดถึงชีวิตเหงาๆ ไร้คู่ แถมยังต้องมาพบว่า รุ่นน้องในที่ทำงานลาออกไปแต่งงาน ถึงแม้จะรู้ว่าการแต่งงานเพื่อลาออกจากวงจรชีวิตซ้ำซากสุดจะทนนั้นไม่ใช่เรื่องที่เห็นด้วยก็ตาม แต่ทั้งคาโอรุและเร็ทสึโกะก็ยังโดนสังคมบีบให้คิดตามว่า ถึงวัยที่ควรแต่งงาน ทำหน้าที่ภรรยาได้แล้ว โอยย แค่คิดก็ปวดหัวตึ้บ นี่มันปี 2019 แล้วค่ะ เฮโหล!

ดาร์กช้อกโกแลต เป็นตัวช่วยที่ดีได้เสมอ ในเรื่องเราได้เห็นของฝากจากฮาวาย ช็อกโกแลตแมคคาเดเมีย ที่ทำเอาคาโอรุสิวขึ้น แต่กินไปเหอะ ถ้าคุณเครียด ดีต่อใจแน่นอน ดูอย่างแก็งค์รีลักคุมะ กินเอาๆ ไม่แคร์ใคร

ผลการศึกษาปี 2018 จากมหาวิทยาลัยโลม่า ลินดา สหรัฐอเมริกา พบว่า “ดาร์กช็อกโกแลต” ที่มีส่วนประกอบของ “คาเคา” (Cacao) สูง คือไม่น้อยกว่า 70% จะช่วยลดความเครียด, ลดอาการอักเสบ, ช่วยให้ความจำดี, อารมณ์แจ่มใส และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งพบมากในคาเคา มีสรรพคุณเป็นยาต้านอาการอักเสบ

4. พักดื่มน้ำชงชา หรือกาแฟ ระหว่างทำงาน 52 นาทีต่อครั้ง

‘ห้องชงชาหรือกาแฟ’ = ‘ที่ลี้ภัย’

ฉากที่เห็นบ่อยๆ คือเร็ทสึโกะถูกตันบุโจวสั่งให้ชงชาจนกลายเป็นงานประจำไปแล้ว ‘ห้องชงชาหรือกาแฟ’ จึงกลายเป็น ‘ที่ลี้ภัย’ จากอาการคลุ้มคลั่งของพนักงานออฟฟิส หรือฉากที่เร็ทสึโกะกับเฟเนโกะเริ่มเห็นว่าการเมาท์มอยเรื่องเพื่อนร่วมงานจอมประจบในห้องทำงานไม่สะดวก ทั้งคู่รวมทั้งไฮดะจึงตัดสินใจไปดื่มน้ำที่บริเวณพื้นที่พักผ่อน

เร็ทสึโกะ เฟเนโกะ และไฮดะเมาธ์มอยระหว่างพักดื่มน้ำ

เชื่อได้เลยว่าการพักเบรก ช่วยให้คุณผ่อนคลายขึ้นจากเรื่องน่ารำคาญใจต่างๆ ได้ จาก Leon Straker นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Curtin University พบว่าการนั่งติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง นำมาสู่โรคร้ายนานาชนิด การนั่งนานๆ หน้าคอมฯ ก็ ‘ฆ่า’ คุณได้เช่นกัน

และมีผลสำรวจจาก Draugiem Group ซึ่งเป็นบริษัท IT ในประเทศลัตเวีย ที่ได้ลองติดตามพฤติกรรมของพนักงานในบริษัท พวกเขาพบว่า พนักงานที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘Productive employee’ จะมีรูปแบบการพักเบรกที่มากกว่าพนักงานทั่วไป เฉลี่ยคือพักเบรก 17 นาที ต่อการทำงาน 52 นาที

5. คาราโอเกะเอย ทำอาหารเอย หลังเลิกงานหางานอดิเรกผ่อนคลาย

เบนโตะสำหรับโอะฮานามิฝีมือคาโอรุ

งานอดิเรกที่เราชอบช่วยให้ผ่อนคลาย สำหรับคาโอรุซังที่มีแก็งคุมะรออยู่ที่บ้าน การซื้อดังโงะมาฝาก และทำอาหารมื้อเย็นกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา คือการผ่อนคลาย

เราจะได้เห็นฝีมือการทำอาหารเมนูต่างๆ จากแม่บ้านญี่ปุ่นนี้อย่าง ข้าวห่อไข่ นาเบะหม้อไฟ และอื่นๆ เรียกว่า ความเป็นคนญี่ปุ่นรักสุขภาพยังมีให้เห็นเสมอในเรื่องรีลัคคุมะ สังเกตการเลือกใช้วัตุดิบ ผัก ผลไม้แต่ละเมนูก็ได้ ว่าคนญี่ปุ่นมี 'มะเขือเทศ' เป็นส่วนประกอบเสมอ เพราะมะเขือเทศมีกาบาสูง ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย หรือ ข้าวโพด' เป็นธัญพืชที่มีสารเซโรโทนิน ที่ช่วยให้อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลาย สงบ และสามารถรับมือต่อความเครียดได้ดี หรือจะกินกล้วยหอม 1 ลูก ในตอนเช้าก่อนทำงานจะช่วยให้อารมณ์ดีเพราะในกล้วยหอม ก็มีเซโรโทนินอยู่ด้วยเหมือนกัน

ท่าเตรียมพร้อมก่อนเริ่มร้องคาราโอเกะเพลงแนว Death Metal

ส่วนเร็ทสึโกะที่ไม่ปล่อยให้ความเครียดสะสม ปลดปล่อยออกมาทุกวันผ่านการร้องคาราโอเกะเพลงแนว Death Metal ว้ากให้สุด และยิ่งมีแก็งค์โยคะวาชิมิซัง และกอริบุโจว เป็นผู้ล่วงรู้กิจกรรมปลดปล่อยลับๆ นี้ และพวกเขาก็รับได้! ยิ่งทำให้รู้สึกมีเพื่อนรักเพิ่มขึ้น จิตใจก็ผ่อนคลายขึ้นตามมา

 

แม้สังคมญี่ปุ่นจะมีกฏและกรอบธรรมเนียมประเพณีมากเพียงใด แต่การรู้ว่าตัวเองเป็นใคร เหมาะกับอะไร ใส่ใจความรู้สึกตัวเองแทนที่จะต้องไปแคร์สังคม ใครว่าอย่างไรก็ตอบกลับไป (ในใจ) ว่า “แล้วไง ใครแคร์” น่าจะเป็นเรื่องที่ผู้หญิงยุคใหม่อย่างเร็ทสึโกะ และคาโอรุได้ทำมาแล้ว การเรียนรู้ความชอบความถนัด หรือไม่ถนัดของตัวเอง ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้ลดความเครียดลงได้ โดยสรุปคือ การเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง จะทำให้หลอดพลังเราเต็มอยู่เสมอ

Source : sciencedaily

thematter

thaihealth

jpain

 

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply