Books

ถ้าห้องสมุดไหนจะเหมาะกับการอ่านหนังสือญี่ปุ่นที่สุด คงเป็นที่นี่แหละ Japan foundation ย่านอโศก

ห้องสมุด Japan foundation เรียกว่าไม่ใหม่แล้วสำหรับแฟนพันธ์แท้ญี่ปุ่นทุกท่าน แต่ล่าสุดมีการ Renovate (เปิดให้บริการใหม่อีกครั้งวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา) เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับญี่ปุ่นได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น สถานที่ก็ไปไม่ยากเลย ออกจาก BTS อโศก หรือ MRT สุขุมวิท แล้วเดินมาตามถนนอโศกจนกระทั่งถึงแยกแรก ตึกที่ถึงแรกสุกซ้ายมือคือ ตึกเสริมมิตร กดลิฟมาชั้น 10 ก็ถึงเลย

ผู้ที่มาใช้บริการดูหนัง หรืออ่านหนังสือภายในบริเวณก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ถ้าเป็นการดูหนังก็ไปติดต่อยืมอุปกรณ์ที่เคาท์เตอร์ลงทะเบียนเพื่อขอหูฟังและแผ่นภาพยนต์ที่ต้องการเท่านั้นเอง ง่ายมาก เรียกว่าเอาใจคนที่ชื่นชอบญี่ปุ่นแบบเป็นมิตรสุดๆ

มีทุกเล่มที่นึกออกจริงๆ ใครที่กำลังเรียนภาษาอยู่คิดว่าเหมาะมากนะ เพราะอากาศของที่นี่ก็ดี ไม่ต้องกลัวว่าจะมีฝุ่นรบกวนการอ่านเลย ที่นี่มีตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้แล้ว ขอบอกว่า ฉันก็กำลังเรียนนิฮงโกะเพื่อไปสอบ N2 อยู่เหมือนกัน เรียนด้วยตัวเองอยู่ 2 ปีแล้ว แหมะอยู่ที่เดิม ไม่ขยับขึ้น มีแต่ขยับลง ไฟมันจะลุกโชนก็แค่ตอนไปเดินหาซื้อหนังสือแค่นั้นแหละ พอได้ซื้อกลับมาก็สบายใจ เหมือนได้อ่านแล้ว

ฉันคิดว่า น้องๆ อย่าเลียนแบบเลยดีกว่า ควรเริ่มจากการมาหาหนังสือที่ห้องสมุดอ่าน เมื่อไฟเริ่มติดก็อาจจะไปซื้อมาเป็นของส่วนตัว ช่วยให้ไม่ต้องสิ้นเปลือง และถ้าอยากเข้มงวดกับตัวเองก่อนสอบวัดระดับภาษาที่นี่ไม่เลวเลยนะ

หนังสือวรรณกรรมแปล

ค่อนข้างมีครบนะ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มเป็นแฟนของ มุราคามิ ฮารุกิ (Murakami Haruki) ที่นี่มีตั้งแต่เก่ายันใหม่ เป็นเซ็ทหนังสือที่แค่มาเพื่ออ่านซีรีส์ของเขา ก็คุ้มค่าสมาชิก 600 บาทแล้ว

โซนหนังสือท่องเที่ยวญี่ปุ่น ภาพถ่าย งานดีไซน์

ทั้งหมดอยู่ด้านหน้าห้อง เป็นหนังสือที่ค่อนข้างคุณภาพ หากใครที่หาหนังสือท่องเที่ยวเก่าๆ ที่เขาว่ากันว่าดี ที่นี่มีแน่นอน ส่วนเรื่องงานดีไซน์ ก็ต้องให้ดีไซเนอร์มาลองดูกันเองดีกว่า แอดเป็นแค่หางแถวที่แค่แอบติสท์เท่านั้นจ้า

โซนหนังและอนิเมะ

ยอมรับเลยว่า เป็นหนังที่แอดไม่รู้จัก ส่วนใหญ่เป็นหนังเก่าขึ้นหิ้ง แต่ก็ยังใจชื้นที่ได้เห็นอนิเมะจากสตูจิบลิเวอร์ชั่นลิขสิทธิ์ เสียงภาษาญี่ปุ่น ซับอังกฤษและญี่ปุ่น มาดูได้ที่นี่เท่านั้น ยืมกลับบ้านไม่ได้นะ หูฟังใหม่เอี่ยม แถมสนับสนุนแบรนด์บ้านเกิดอีกด้วย

พื้นที่นั่งอ่านหนังสือถือเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่ง

ลบภาพบรรยากาศทะมึนๆ เทาๆ เก่าๆ เหม็นๆ ทิ้งไปเลย แต่ตอนนี้คือสว่างสดใส อากาศดีไม่มีกลิ่นรบกวน และยังมีที่ชาร์ตแบตสำหรับคนที่ปักหลักอยู่ทั้งวันอีกด้วยนะ ที่ผ่านมา ฉันทำงานชั้น 11 ส่วนห้องสมุดอยู่ชั้น 10 ฉันยังไม่เข้าเลยจ้า จะเข้าไปมีกรณีเดียวคือ แอบไปงีบหลับ ฮา

ที่นี่ฉันว่า ให้ความรุ้สึก เป็นมิตร โดยเฉพาะกับคนที่ชอบญี่ปุ่น และเป็นพื้นที่ของทุกคน ไม่จำกัด เพศ วัย  เชื้อชาติ และความสนใจในญี่ปุ่นจะประเภทไหนก็มาได้หมด

 

อัตราค่าธรรมเนียม อายุสมาชิกภาพ 1 ปี

นักเรียน/นักศึกษา 300 Baht

บุคคลทั่วไป 600 Baht

อาจารย์ผู้สอนภาษาญี่ปุ่น 500 Baht

.

เวลาเปิด/ปิดบริการ

วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 9.00-19.00 น.

วันเสาร์ เวลา 9.00-17.00 น.

(ในกรณีที่วันศุกร์เป็นวันหยุด หรือวันนักขัตฤกษ์ ห้องสมุดจะปิดทำการในวันเสาร์นั้นด้วย)

วันหยุดราชการของไทย

วันหยุดสิ้นปีตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม

 

อ่านรายละเอียดสมัครสมาชิกเพิ่มเติมได้ที่

Japan Foundation Bangkok

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply