Books

เตรียมพร้อมก่อนเริ่มต้นปีใหม่ ผ่านแนวคิด อิคิไก และ 5 ปรัชญาแบบญี่ปุ่น

คำว่า อิคิไก (生き甲斐 Ikigai) ในภาษาญี่ปุ่นประกอบด้วยคำว่า อิคิ 生き ที่แปลว่ามีชีวิต และคำว่าไก 甲斐 แปลว่าเหตุผล การรู้เรื่องแนวคิด อิคิไก ก็เพื่อเข้าใจความหมายของชีวิตในแบบของเรา นำไปสู่การสัมผัสถึงความสุขในแบบของตัวเอง โดยที่เราไม่ต้องไปแสวงหาจากไหนเลย

ความน่าสนใจของหนังสือ "อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่" The Little Book of Ikigai : The secret Japanese way to live a happy and long life (แปลภาษาไทยโดย พี่อ๋อง-วุฒิชัย กฤษณะประการกิจ ตีพิมพ์ไทย เมษายน 2018) คือ

นี่เป็นผลงานเขียนของอาจารย์เคน โมหงิ Ken Mogi ชื่อเต็มคือ Kenichirō "Ken" Mogi ซึ่งเป็นนักประสาทวิทยาชาวญี่ปุ่น หรือผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับระบบความคิด และสมอง มีงานวิจัยตีพิมพ์แล้ว 30 ชิ้น และมีหนังสือมากกว่า 100 เล่มทั่วญี่ปุ่น 

Ken Mogi
Kenichirō "Ken" Mogi (茂木 健一郎) เกิดที่โตเกียว ปีนี้อายุ 57 ปี ผู้เขียน หนังสือ อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่ The Little Book of Ikigai : The secret Japanese way to live a happy and long life

ระหว่างที่อ่านผลงานของเขา ผู้เขียนเข้าใจไปเองว่า ท่านนักเขียนคนนี้มองวิธีคิดแบบอิคิไกจากมุมมองชาวตะวันตก แต่เปล่า! เขาคือคนญี่ปุ่นที่เขียนหนังสือเล่มนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ

เอาล่ะ ยิ่งได้รู้ว่า เจ้าของแนวคิด อิคิไก หรือคนญี่ปุ่นเขียนเอง ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ

เมื่อได้อ่านเลยอยากจะแชร์แนวคิดดีๆ ผ่านศัพท์ภาษาญี่ปุ่นในหนังสือเพื่อปรับใช้กับชีวิตให้เกิดความสุขจากความเรียบง่ายกันค่ะ

หนังสือ อิคิไกนี้เหมาะกับใคร 

  1. สำหรับคนที่มีความสนใจเรื่องราวญี่ปุ่นอยู่แล้ว หากยังไม่เข้าใจแนวคิดอิคิไก สำหรับผู้เขียนถือว่า ยังไม่เข้าถึงความญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
  2. หนังสือสอดแทรกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี กระบวนการความคิด และปรัชญาแบบญี่ปุ่น ส่วนนี้เป็นจุดที่เพิ่มความพิเศษ ที่ถ้าหากใครได้เดินทางไปญี่ปุ่นจะสังเกตส่วนต่างๆ นี้ได้เอง แต่หากมีผู้รู้มาชี้ให้เห็นจะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ
  3. ผู้ที่ค้นหาความหมายของชีวิต และตามหาความสุข หนังสือจะบอกวิธีคิด การรับรู้ความสุขอย่างง่ายๆ แบบที่ไม่ต้องออกไปแสวงหา

นอกจากหนังสือแล้ว ยังอยากชวนอ่านบทความ หนังญี่ปุ่น ‘ฟีลกู้ด’ ที่พูดเรื่อง การค้นหาความหมายของ ‘การมีชีวิตอยู่’ เพิ่มเติมสำหรับคอหนังญี่ปุ่นค่ะ

ก่อนอื่น อาจารย์ เคน โมหงิ มีบันทึกถึงผู้อ่าน

เสาหลักห้าประการของอิคิไก

1.การเริ่มต้นเล็กๆ
2.การปลดปล่อยตัวเอง
3.ความสอดคล้องและยั่งยืน
4.ความสุขกับสิ่งเล็กๆ
5.การอยู่ตรงนี้ ตอนนี้

 ทั้งห้าข้อจะถูกพูดให้คิดตามตลอดทั้งเล่ม แน่นอนว่า เป็นใจความหลักของหนังสือ

 

อิคิไก (生き甲斐 Ikigai)  คืออะไร

“อิคิไกคือ การค้นพบ ให้นิยาม และชื่นชมกับเรื่องดีๆ ในชีวิตที่มีความหมายสำหรับคุณ ถึงแม้ว่าเรื่องราวของจิโร่ โอโนะ และเรื่องราวที่คุณจะได้อ่านต่อไปในหนังสือเล่มนี้จะเกี่ยวกับการแสวงหาความสุขส่วนตัวในชีวิต ซึ่งมักนำไปสู่รางวัลทางสังคมด้วย 

แต่ก็ไม่เป็นไรเลยถ้าคนอื่นจะมองไม่เห็นคุณค่าพิเศษนั้น คุณสามารถค้นหา และบ่มเพาะอิคิไกของตัวเอง ให้มันเติบโตอย่างลับๆ ช้าๆ จนกระทั่งถึงเวลาผลิดอกออกผล”

อย่างลับๆ ช้าๆ คือเรื่องที่อยากให้สนใจ มันคือการฝึกให้เรียนรู้อิคิไกของตัวเอง 

jiro ono ตัวแทนคนที่มี อิคิไก
จิโร่ โอโนะ เจ้าของร้านซูชิชื่อดังในโตเกียว ซุคิยาบาชิ จิโร่ (すきやばし次郎 Sukiyabashi Jirō) ผู้เป็นตัวแทนคนที่มี อิคิไก แบบที่ชัดเจนที่สุด คนหนึ่ง

อาจารย์โมหงิ ยกตัวอย่างเรื่องราวของ จิโร่ โอโนะ เจ้าของร้านซูชิชื่อดังในโตเกียว ซุคิยาบาชิ จิโร่ (すきやばし次郎 Sukiyabashi Jirō) ที่เริ่มต้นธุรกิจ ไม่ได้เพราะมีความฝันสวยหรูยิ่งใหญ่ แต่เพราะ ร้านซูชิใช้ต้นทุนต่ำ เขาฝึกปรือเพื่อเพิ่มระดับรสชาติของอาหารให้ดีถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเพอร์เฟก

ยกตัวอย่าง เขาพัฒนากระบวนการพิเศษเพื่อทำให้มีไข่ปลาแซลมอน อิคุระ สภาพสดใหม่ขายได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะอร่อยที่สุดจำกัดแค่ฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น 

 

วาบิ ซาบิ (侘寂 Wabisabi) ความงดงามอย่างสงบ

วาบิซาบิ ตามหนังสือ หมายความว่า ความงดงามอย่างสงบ เป็นความสัมพันธ์กับธรรมชาติแบบญี่ปุ่น ยกตัวอย่าง การนำสนหอม ฮิโนะคิมาใช้ในโรงอาบน้ำ ผสานกับกลิ่นเปลือกส้มยูซุ เป็นตัวอย่างหนึ่งของความงามนี้ เพราะมันให้ทั้งความสะอาด และความผ่อนคลาย 

หากแตกศัพท์ “วาบิ  (侘) “ หมายถึงความงามที่พบได้บนความไม่สมบูรณ์แบบ และความเรียบง่าย ส่วนคำว่า “ซาบิ (寂) หมายถึง ความเรียบง่ายสมถะอันสง่างาม (เปิด Dictionary มาแล้วจ้ะ)

อิคิไก วันภูเขา
山の日 เดือน 8 วันที่ 11 ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันภูเขา ของประเทศญี่ปุ่น ผู้คนจะออกจากบ้านไปเข้าป่า ปีนเขา สูดอากาศ

การเดินสูดอากาศ การปีนเขา จึงเป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น 

ความคิดนี้ สร้างบุคลิกแบบญี่ปุ่นคือ ท่าทีที่สงบเสงี่ยมแต่มั่นคง มากกว่าท่าทีหวือหวาฉูดฉาด หาความพึงพอใจประเดี๋ยวประด๋าว เพื่อความต้องการชั่วครั้งชั่วคราว

มันมาจากความคิดที่แสดงความเกรงใจและคำนึงถึงผู้อื่น  ระลึกถึงผลกระทบจากการกระทำของคุณต่อสังคมในวงกว้าง

สรุปคือ การศึกษาอิคิไกเรื่องการยับยั่งชั่งใจ และการแสดงออกอย่างถ่อมตัวขณะพิจารณาระบบของสิ่งมีชีวิตโดยรวม ที่เราเองเป็นส่วนหนึ่ง จะช่วยสร้างความยั่งยืนในวิถีชีวิตของเราร่วมกัน

 

ดัตสึ ซาระ  (脱サラ Datsu-sara) การออกจากความเป็นซาลารี่แมน

ปรากฏการณ์ที่มนุษย์เงินเดือนเดินออกจากการทำงานประจำที่มั่นคง แต่ขาดความน่าตื่นเต้น เพื่อตามหาความปรารถนาของตัวเอง 

อันที่จริง หนังสือต้องการบอกว่า การมีสัมผัสของอิคิไกอันทรงพลัง คุณจะต้องรักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิต

ประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศแห่งนักทำงานอดิเรก

โดจินชิ ถือเป็นตัวอย่าง อิคิไก
งาน คอมิเก็ต หรือ คอมิก มาร์เก็ต (Comiket) เป็นงานขายตรงโดจินชิที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดจินชิ ถือเป็นตัวอย่าง อิคิไก

เหมือนกับการทำความสุขกับสิ่งเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา ผู้คนรู้สึกประสบความสำเร็จ เมื่อได้เห็นชิ้นงานนั้นเสร็จสมบูรณ์ ยกตัวอย่าง ผู้คนจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ วาดการ์ตูนมังงะของตัวเอง (โดจินชิ)

เมื่อถึงสุดสัปดาห์ก็นำไปวางขายในตลาดนัดการ์ตูน และงาน คอมิเก็ต หรือ คอมิก มาร์เก็ต (Comiket) เป็นงานขายโดจินชิที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

อิจิโก อิจิเอ  (一期一会 Ichigo-ichie) ครั้งเดียวในชีวิต

คำนี้ มีต้นกำเนิดมาจากพิธีชงชา

สรรพสิ่งที่ได้พบเจอนั้นไม่จีรังยั่งยืน เราจึงต้องยิ่งให้ความสำคัญกับมัน ชีวิตเราถูกเติมเต็มด้วยสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว 

ดังนั้นทุกโอกาสจึงล้วนพิเศษ คนญี่ปุ่นจึงเอาจริงเอาจังกับรายละเอียดที่เล็กที่สุดในพิธีต่างๆ ราวกับว่า เป็นเรื่องความเป็นความตาย ดังนั้นถ้าลองสังเกตรายละเอียดในชีวิต จะพบว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นซ้ำกันเลย

และถ้าคุณสามารถทำให้กระบวนการแห่งความพยายาม กลายเป็นพื้นฐานแห่งความสุข นั่นคือ คุณได้บรรลุสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตแล้ว  

ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้สร้างอนิเมะญี่ปุ่น
ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้สร้างอนิเมะญี่ปุ่น Spirited Away, My Neighbor Totoro ถ่ายภาพคู่กับโปสเตอร์อนิเมะเรื่องล่าสุด The Wind rises (風立ちぬ Kaze Tachinu)

ยกตัวอย่าง ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้สร้างอนิเมะญี่ปุ่น Spirited Away, My Neighbor Totoro ที่ต้องใช้เวลายาวนาน และทำงานหนักเพื่อลูกค้ากลุ่มเด็ก เขาเล่าเรื่องหนึ่งให้อาจารย์โมหงิฟัง ครั้งหนึ่งมีเด็กห้าขวบมาที่สตูดิโอ ขากลับมิยาซากิต้องการขับรถเปิดประทุนไปส่งพ่อแม่ และเด็กคนนี้ที่สถานีรถไฟใกล้ๆ

และนึกในใจว่า เด็กต้องชอบแน่ๆ ถ้าเขาขับรถไปส่ง และเปิดหลังคาขึ้นมา แต่พอคิดจะกดปุ่มเปิด ฝนก็โปรยปรายลงมา “เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน” เขาตัดสินใจแบบนั้น แล้วก็ขับรถไปส่งโดยยังปิดหลังคาไว้ 

แต่ผ่านไป เขากลับรู้สึกเสียดาย เขาเรียนรู้ว่า สำหรับเด็ก หนึ่งวันก็คือหนึ่งวัน และหนึ่งวันนั้นไม่หวนคืนกลับมา ถึงแม้อีกหนึ่งปีข้างหน้า เด็กคนนั้นกลับมาแล้วเขาพานั่งรถเปิดประทุน มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว 

เรื่องที่เล่ามานี้สะเทือนใจอาจารย์โมหงิ คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของเด็กคือ อยู่กับปัจจุบัน ณ ตอนนี้ ตรงนี้ เป็นคุณลักษณะสำคัญของการทำงานสร้างสรรค์

 

โคดาวาริ (こだわり Kodawari) ระดับมืออาชีพที่ทุ่มเทอุทิศตนให้

หมายถึง มาตรฐานส่วนตัวที่คนๆ หนึ่งทุ่มเทอุทิศตนให้ โดยยึดถือวิถีทางในชีวิตอันมั่นคงแน่วแน่

มุมที่สำคัญที่สุดของโคดาวาริคือ ผู้คนจะแสวงหาเป้าหมายของตัวเองที่เหนือกว่า และไกลกว่าความคาดหวังอย่างสมเหตุสมผลที่มีความต้องการของตลาดเป็นพื้นฐาน 

การผลิตสินค้าที่ “ก็ดีนะ ก็ได้แหละ” จะทำให้คุณประสบความสำเร็จตามสมควร แต่คนที่มีโคดาวาริ จะไปไกลกว่านั้น แค่เพียงคำว่า “ดีพอ” ไม่เคย “ดีพอ” สำหรับพวกเขา

คนทั่วไปจะมองคนที่มีโคดาวาริว่า พวกเขาทำอะไรเว่อร์ไป และใช้ความพยายามมากเกินไป ในขณะนั้นเอง สิ่งมหัศจรรย์จะบังเกิดขึ้น มันทำให้เกิด การทะลุขีดจำกัดขึ้นไป หรือเป็นการสร้างสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

 ทัมโปโป (タンポポ Tampopo) (1985)
หนังเรื่อง ทัมโปโป (タンポポ Tampopo - 1985) เป็นตัวอย่างของโคดาวาริผ่านทุกแง่มุมของการทำราเมง

ยกตัวอย่าง ราเมง อาหารเส้นแบบนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เมื่อเข้ามาถึงญี่ปุ่น มันก็แตกแขนงเป็นเส้นราเมงหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับรสชาติของน้ำซุป  วิธีการทำเส้น และการเลือกวัตถุดิบจนกลายเป็นความหลากหลายมหาศาล หนังเรื่อง ทัมโปโป(タンポポ Tampopo - 1985) เป็นตัวอย่างของโคดาวาริผ่านทุกแง่มุมของการทำราเมง รวมถึงลูกค้าต้องเรียนรู้วิธีลิ้มรส และซดราเมงให้ถูกต้อง

ลองปรับใช้กับคุณเลย

ทบทวนกันอีกครั้งค่ะ เสาหลักห้าประการของอิคิไก

1.การเริ่มต้นเล็กๆ
2.การปลดปล่อยตัวเอง
3.ความสอดคล้องและยั่งยืน
4.ความสุขกับสิ่งเล็กๆ
5.การอยู่ตรงนี้ ตอนนี้

คือแกนของเรื่องทั้งหมด ที่ท้ายที่สุดแล้ว การยอมรับตัวเอง จะพาคุณไปสู่ความสุขได้อย่างแท้จริง ส่วนปรัชญาญี่ปุ่นอีก 5 อย่างที่กล่าวไปถูกพัฒนามาจากแกนเสาหลักห้าประการนี้ ลองอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือ และปรับใช้กับตัวเองดูค่ะ 

อิคิไก Ikigai
หนังสือ "อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่" The Little Book of Ikigai : The secret Japanese way to live a happy and long life ผลงานเขียนของอาจารย์เคน โมหงิ Ken Mog

ก่อนหมดปี หลายคนคงทบทวนเรื่องราวชีวิตที่เจอมาตลอดทั้งปีที่แตกต่างกันไป 

สำหรับผู้เขียนแล้ว ปี 2019 นี้ มีเรื่องให้เรียนรู้เยอะมาก แม้จะเจอเรื่องที่ไม่สมหวังมาเยอะมากที่ผ่านมา แต่ถ้ามองบวก ผู้เขียนได้ค้นพบ อิคิไก ของตัวเอง ในปีนี้ นั่นคือ การได้เขียนบล็อก littleforest Japan นี่คือเรื่องที่ดีที่สุดของปีนี้ หรือจริงๆ อาจเรียกได้ว่าทั้งชีวิต

แม้ว่า จะไม่ได้เขียนต่อเนื่องอย่างน้อยเดือนละบทความตามที่ตั้งใจไว้ แต่ตั้งเป้าไว้แล้วว่า ปีหน้านี้ จะหาเวลามากขึ้นเพื่อทำสิ่งที่รัก และทำอย่างต่อเนื่อง ขยันๆๆ ค่ะ

นอกจาก อิคิไก เรื่องการเขียนบทความญี่ปุ่นแล้ว ผู้เขียนจะเพิ่มมาตรฐานการเขียนของตัวเองมากขึ้นไปอีก ด้วยทุ่มเทอุทิศตนให้การเรียนภาษาญี่ปุ่นให้อยู่ในเลเวลที่สูงขึ้น (เรียนรู้มุมมองแบบญี่ปุ่นผ่านภาษา) ความพยายามนี้ (ที่จัดว่ายากมาก ทำมาแล้วตลอด 5 ปี ตั้งแต่ 2015 แต่ไม่ได้ทุ่มเทมากพอ จึงยังต้องพยายามต่อไป) จะกลายเป็นพื้นฐานแห่งความสุขนั่นเอง

สรุป 

หนังสือเรื่องอิคิไก เรียกว่าถ่ายทอด อิคิไก ของคนญี่ปุ่น ได้อย่างละเอียดมาก และอธิบายพร้อมตัวอย่างประกอบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คิดว่า ไม่มีใครที่ไม่เหมาะกับหนังสือเล่มนี้ มันช่วยพัฒนาตัวเอง เรื่อยไปจนถึงสามารถเข้าถึงจิตวิญญาณความเป็นคนญี่ปุ่นได้ไม่มากก็น้อย

เรียกว่า เราจะเข้าใจความคิดคนญี่ปุ่นมากขึ้นว่าแท้จริงแล้วที่จิตใจคนญี่ปุ่นแข็งแกร่ง แต่ถ่อมตัว มาจากรูปแบบความคิดอย่างไร

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)