Diary, Tohoku, Travel

เผยเทคนิควิธีวางแผนการเดินทางให้ได้เห็นซากุระงามๆ โดยรถไฟชินคันเซนทั่วโทโฮคุ

ซากุระไม่ได้อยู่รอให้เราไปชมแบบชิลๆ นางเล่นตัวหนักมาก เราต้องออกไปตามล่า ตามหา วิ่งให้พล่านเพื่อเห็นน้องเขาบานสวยแบบฟูเต็มต้นจริงๆ

แผนของเราคือ ไล่จากที่ใต้สุดและบานไวอย่างมิยางิ ขึ้นไปทางเหนืออย่างอิวาเตะ โดยมีที่พักคือเซนไดทุกคืน เพื่อสะดวกหากจะสลับวันตามสถานที่ที่ซากุระบาน เราเริ่มจองที่พักตั้งแต่ต้นปี และเสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคมนั่นแหละ หากจองเลตกว่านี้ จะยิ่งทำให้ยากต่อการตัดสินใจ และได้ช้อยส์ที่เราไม่ได้ชอบเท่าไหร่เพราะเต็มไวมาก 

แอบบอกเคล็ดลับให้ว่า แอพจองการจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศควรหาแอพที่มี call center 24 ชั่วโมง เผื่อเรื่องฉุกเฉินต้องแก้ไขไฟล์ทบินต่างๆ จะได้มั่นใจได้ว่าได้บินชัวร์ และถ้าหากมีเส้นทางการบินที่ครอบคลุมทั่วโลก ก็จะยิ่งดี แนะนำเลย! แอพ Traveloka ยังมีผู้คนมากมายเลือกใช้ ดังนั้นมั่นใจหายห่วง
https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-japan

และอีกเรื่องหนึ่งที่แอดมินคิดว่า ใครที่จองโรงแรม หรือ Hostel ที่ญี่ปุ่นต้องดูข้อมูลนี้เอาไว้คือ ขนาดของห้องพัก เนื่องจาก หากพลาดไปตัดสินใจจองจากภาพที่อยู่ในแอพเลย จะไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด ทางที่ดีคือควรเปิดกระเป๋ากางออกแล้วยังพอมีที่เดิน เท่านั้นแอดถือว่าโอเคแล้ว แต่ถ้ากางออกแล้วต้องเดินข้ามกระเป๋าถือว่าไม่โอเค ลองเลือกเอาละกันค่ะ

แอบบอกเคล็ดลับให้ว่า ใครที่จองโรงแรม หรือ Hostel ที่ญี่ปุ่นต้องดูข้อมูลนี้เอาไว้คือ ขนาดของห้องพัก เนื่องจาก หากพลาดไปตัดสินใจจองจากภาพที่อยู่ในแอพเลย จะไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด ที่ดีคือควรเปิดกระเป๋ากางออกแล้วยังพอมีที่เดิน เท่านั้นเราถือว่าโอเคแล้ว แต่ถ้ากางออกแล้วต้องเดินข้ามกระเป๋าถือว่าไม่โอเค ลองเลือกเอาละกันค่ะ

หลังจากจองทุกอย่างเรียบร้อย เราค่อยมาคิดว่า วันไหนตามล่าซากุระที่ไหนดี เราปรับแผนตั้งแต่กุมภาพันธ์ยัน วันสุดท้ายก่อนบิน

แก้แล้วแก้อีก ปรับอยู่นั่น ปรับจนแผนพังไม่เหลือเค้าเดิมของแผนแรกเลยค่ะ แถมพอไปถึงญี่ปุ่นยังมีปรับแผนที่หน้างานอีก ถ้ามันง่าย ใครๆ ก็คงไม่ต้องไปซ้ำ ไปย้ำที่เดิมหรอกค่ะ เพราะปี 2018 ที่เราไปมา อุณหภูมิสูงกว่าปีก่อนๆ มาก ซากุระบานเร็วกว่าทุกปีประมาณ 1 อาทิตย์ล่วงหน้า ทำเอาเราพลาดซากุระหน้าโรงแรมที่สวน Nishi park ข้างโรงแรมไปเลย

ตารางแพลนเที่ยวที่วางไว้ กับตารางของจริงจึงต่างกันมาก

นี่คือแผนการเที่ยวจริงกับการตามล่าซากุระ 12 ที่ บางที่ร่วงเหลือแต่กลีบบอบบางบนพื้น ให้มองแล้วร้องในใจดังๆ นั่งกินดังโงะแก้กลุ้ม บางที่ฟูเต็มต้นจนเผลอร้องว้าวออกมา บางที่เป็นตุ่มอูมๆ เตรียมตัวบาน

13/04 มิยางิ : ☹ แม่น้ำชิโรอิชิ Shiroishigawa Ugan Riverside Park
☹ สวนสาธารณะซากปราสาทฟุนาโอกะ Funaoka Castle Ruins Park
รีวิว : Ch.1 บ่นๆๆ ความเฟลที่พลาดชมฟูลบลูมซากุระที่สวนซากปราสาทฟุนาโอกะ เซนได
รีวิว : Ch.2 เบนโตะกิวตัน หรือลิ้นวัวย่าง ของดีประจำเมืองเซนได

15/04 ฟุกุชิม่า : ☹ แม่น้ำคันนนจิ Kannonji river sakura
รีวิว : Ch.3 ซากุระที่คันนนจิ-Kannonji River ประหนึ่งภาพวาดสีน้ำมันที่ยังวาดไม่เสร็จ
🌸 ปราสาทสึรุกะ Tsuruga-jō
รีวิว : Ch.4 ซิ่งแท็กซี่กว่าหมื่นเยนไป Tsuruga-jo เมือง Aizu-Wakamastu ซากุระจะสวยงดงามคุ้มค่าเสียหายหรือไม่ ไปดูกัน!

16/04 ยามากาตะ : 🌸 สวนสาธารณะคาโจ Kajō Park
รีวิว : Ch.5 เกิดมาคุ้มแล้ว! ได้นั่งโอะฮานามิกินยากิโซบะประหนึ่งเป็นชาวเมืองยามากาตะที่ Kajo Park
🌸 แม่น้ำมามิงาซาคิ Mamigasaki River
☹ สวนเทนโดบนเขาไมซูรู Tendo Park
รีวิว : Ch.6 เมืองเทนโด ยามากาตะ กับซากุระหมากรุกคนที่ไร้วี่แววฟูลบลูม

17/04 มิยางิ : 🌸 ศาลเจ้าชิโอกามะ Shiogama Shrine
☹ สวนมัตสึชิม่า ไซเกียว โมโดชิ โนะ มัตสึ Matsushima Saigyo Modoshi no Matsu Park
รีวิว : Ch.7 รวมเมนูที่สุด ของดีประจำเมืองเซนได กิวตัน หอยนางรม ของสดจากตลาดปลาชิโอะกามะ และซึนดะ
รีวิว : Ch.8 ครึ่งวันเพลินๆ จากศาลเจ้าชิโอะกามะ ไปต่อจุดชมวิวอ่าวมัตสึชิมะ

18/04 อิวาเตะ : ☹ สวนสาธารณะเทนโชจิริมแม่น้ำคิตะคามิ Tenshōchi
รีวิว : Ch.9 แม้ซากุระที่ที่ ‘คิตะคะมิ เท็นโชจิ’ ยังไม่บาน แต่ใจเราไม่ฝ่ออีกแล้ว
รีวิว : Ch.10 ความยิ่งใหญ่แห่งอาโอโมริ สถานี Shin-Aomori กับโฮตาเตะที่แสนคิดถึง

19/04 ฟุกุชิม่า : 🌸 อนุสรณ์นิจจู ทางสำหรับจักรยานและเดินเท้า Nicchu Line
รีวิว : Ch.11 ชมชิดาเระซากุระสวยเหมือนฝันที่ Nicchu line เมือง Kitakata และซอสึคัตสึด้งสถานี Koriyama ที่ห้ามพลาด

20/04 ยามากาตะ : 🌸 วัดยามาเดระ Yamadera
รีวิว : Ch. 12 วัดยามาเดระ แห่งยามากาตะ ของแถมการชมซากุระที่เพิ่มความทรงจำหวานละมุนๆ
รีวิว : Ch. 13 Ginzan onsen เรียวกังออนเซนสวยโรแมนติก พร้อมฉากอำลาโทโฮคุ

จากทั้งหมด 12 ที่ เราเฟลไป 6 และได้ชมแบบฟูลบลูมอีก 6 ที่ ก็ไม่เลวนะ ฮาาา

ทริปนี้มีค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จองล่วงหน้าในเดือน ม.ค.-ก.พ เลขที่ออกคือ 72,288 บาทจ้า

1. ค่าเดินทางรวม 6,240 บาท : ตั๋วรถไฟนั่นเอง

มีในส่วนของที่โตเกียว Keisei skyliner one way+1day subway 840 บาทและ JR East pass 5,400 บาท

2. ค่าที่พักรวม 13,761 บาท : เราพักทั้งหมด 10 คืน มีที่ถูกมาก และที่แพง 4,000 บาทต้นๆ ที่กินซัน ออนเซน

3. ตั๋วเครื่องบินราคา 18,792 บาท : อยากบอกว่าเรานั่ง Hongkong Airline ไม่เลวนะเป็นตั๋วโปร ความดีงามคือตรงเวลามาก และซิ่งมากด้วย

4. ค่าเข้า Disneyland 2,250 บาท : สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าโตเกียวก็ตัดช้อยส์นี้ทิ้งได้เลย

5. Pocket wifi 550 บาท : นี่ก็ราคาโปรอีกแล้ว ฮา

6. Pocket Money รวม 30,695 บาท : ที่เราก็แยกย่อยไม่ถูกว่าค่าอาหาร ค่ารถไฟที่ต้องจ่ายเพิ่ม ค่าช้อปปิ้งของที่ระลึกเบาๆ ทริปเราจะเน้นเรื่องอาหารดีๆ ในทุกวันเพราะเราเป็นสายแดก บอกเลย วันหนึ่งอาจจะมีแค่บางมื้อเท่านั้น เช่นมื้อเย็น หรือทั้งเย็นและกลางวัน ฮาาา แต่เราก็ล่อข้าวหน้าปลาไหล และซูชิสายพาน ซูชิในตลาดสด และซูชิในร้าน แต่ยังไม่ถึงขั้นโอมากาเสะนะ ก็เรียกว่าจัดไปหลายมื้อ เปลืองค่ากินนี่แหละ

การวางแผนเรื่องการบานของซากุระ

การพยากรณ์การบานของซากุระขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ เมื่อไหร่ที่อากาศเริ่มอุ่น ซากุระ ก็จะเริ่มบานค่ะ ไล่จากใต้ขึ้นเหนือ จังหวัดที่บานช้าที่สุดคือ อาโอโมริ ที่ปกติจะบานช่วงต้น-กลางเดือนพฤษภาคม ป่านนั้นใครที่รอน้องซากุระคนงามบานไม่ไหว ก็ไปเที่ยวชมที่อื่น แล้วโบกมือลากลับบ้านซะก่อน จะพลาดก็ที่นี่แหละค่ะ

ดังนั้นจึงต้องแบ่งภูมิภาคโทโฮคุเป็นทางใต้ (ฟุกุชิม่า ยามางาตะ และมิยางิ) และทางเหนือ (อิวาเตะ อะกิตะ และอาโอโมริ) และจากวันที่ 11 เมษายนเป็นต้นไปอีก 15 วัน เก็บครบ!โทโฮคุทางตอนใต้แน่นอน ส่วนทางเหนือให้เพิ่มวันลาเป็น 20-25 วันไปเล้ย 

ที่ต้องการให้มีระยะเวลานานก็เพราะว่า ใครที่จองตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้า เล็งไว้ว่าจะได้เห็นซากุระแบบฟูเต็มที่วันที่ 13  เมษายน อาจจะคลาดเคลื่อนไป 2-5 วันได้นะคะ และถ้าจะดูซากุระได้อย่างเต็มอิ่ม ให้ดูช่วงฟูลบลูม ระยะนี้มีอยู่เพียงแค่ 5 วันเท่านั้น เผลอๆ ถ้าฝนตก ก็เหลือ 3 วันค่ะ เอาแน่เอานอนอะไรกับน้องเขาไม่ได้ค่ะ

หรือใครจะไปเก็บความงามใต้ต้นซากุระที่กลายเป็นพรมสีชมพูซีดจางเกือบขาวปูรอก็ได้ค่ะ สวยเหงาน่าประหลาดไปอีกแบบ และนี่แหละ ความงามที่เรียกว่า วาบิซาบิ ความงดงามของการผลิบานและร่วงโรยในเวลาอันแสนสั้น (สัจธรรมมาซะงั้น ฮา)

เผื่อวันไว้สแตนบาย และเผื่อใจไว้ดีที่สุดค่ะ

การวางแผนเดินทาง

ชินคันเซนจะเป็นตัวเชื่อมทั้ง 6 จังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุเข้าด้วยกัน (ฟุกุชิม่า ยามางาตะ มิยางิ อิวาเตะ อะกิตะ และอาโอโมริ  ไล่จากใต้ขึ้นเหนือ) ภายใน 1 วันอาจจะสามารถดูซากุระที่อิวาเตะ แล้วไปต่อที่ อาโอโมริได้ด้วยซ้ำ แต่ต้องคำนวนเวลาการบานให้ตรงกันพอดี

และเพราะมันคลาดเคลื่อนได้นี่เอง จึงควรหาที่พักศูนย์กลางโทโฮคุที่เมืองเซนได ที่นี่เป็น Hub ด้านการคมนาคม ไปได้ทุกจังหวัด เผื่อเวลาไปถึงสถานีล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงและแวะซื้อเอคิเบนโตะ เท่านั้นก็จะได้เที่ยวแบบชิลๆ

โดยวันที่ต้องการเดินทางข้ามจังหวัดแนะนำให้ใช้ JR EAST PASS (Tohoku Area) ซื้อจากไทย 19,000 เยน ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวต่อวัน และใช้ได้ทั้งหมด 5 วันแบบเลือกวันอิสระ ภายในระยะเวลา 14 วันนับจากวันที่เริ่มใช้ ส่วนวันที่เที่ยวภายในจังหวัด ก็แนะนำให้เช่ารถเอาดีกว่า วางแผนกันดีๆ เชื่อว่าคุ้มมากๆ คนญี่ปุ่นเองยังอิจฉานักท่องเที่ยวแบบเราๆ ที่สามารถซื้อพาสเดินทางโดยรถไฟได้ไม่จำกัดเลยนะ

เครื่องมือที่ใช้วางแผนทั้งหมด

ตอนก่อนไปญี่ปุ่น เราทำการบ้านจากหลายเว็บมาก แต่ต้องบอกว่า เราไม่ได้ใช้พ้อกเก็ตบุคเลยค่ะ

เครื่องมือที่เราใช้มากที่สุดมีอยู่ 3 อย่างคือ ไล่จากจำนวนการใช้ มากไปน้อย

1. Google Maps

ใช้เพื่อหาระยะเวลาในการเดินทาง มันต้องคำนวนเผื่อไว้ ว่า เราจะเดินจากสถานีไปณ ตำแหน่งดงซากุระนั้นนานแค่ไหน และต้องเผื่อโอ้เอ้ เผื่อจองตั๋ว

เราจะมาร์กร้านอาหารเด็ดดวงไว้ในแมปเป็น star เลย มองในแมปจะรู้เลยว่า ที่ไหนเล็งไว้

เส้นทางของรถไฟ เราดูว่า จังหวัดที่รถไฟเลี้ยวไปทางซ้ายอย่างอากิตะ ควรไปเที่ยวคู่กับเมืองไหนอีก เพื่อแพลน โหดมะ (แต่พอดีที่อากิตะมีแค่ Kakunodate เท่านั้นที่โด่งดังเรื่องซากุระ ไม่มีเอี่ยวคู่กับที่ไหนเลย และเดินทางยากมาก เลยถึงแม้ว่าเจ้าทานูกิจะพยายามเซ้าซี้งอแงจะมากแค่ไหน ก็ขอตัดทิ้ง ลืมบอกไปว่า เจ้าทานูกิไม่เคยไปโทโฮคุมาก่อน จึงเราเป็นลีดเดอร์แพลนทริปนี้)

เราจำแผนที่คร่าวๆ ก่อนไป แต่นี่คือการเที่ยวโทโฮคุครั้งที่ 2 ของเรา มันเลยฝังเข้าสมองมาบางส่วนจากภาพเดิม

2. Hyperdia

เครื่องมือนี้เอาไว้หาตารางรถไฟเด้อ คำนวนรอบรถไฟออกกี่โมง และราคา

นี่ใช้เป็นขั้นตอนที่ 2 สำหรับแพลนต่อจาก Google Maps (ที่วางภาพไว้คร่าวๆ แล้วว่าจะไปที่ไหนในแต่ละวัน) ให้ละเอียดโดยกำหนดเป็นเวลาขึ้นรถไฟแบบชัดเจน ซึ่งเราจะต้องทำตามแพลนที่วางไว้ เนื่องจากโทโฮคุมีพื้นที่กว้างมาก เรียกว่าเหมือน อีสานของไทย ดังนั้น บางเมืองจึงแทบไม่มีรถไฟวิ่งผ่าน ถ้าเราพลาดขบวนที่เราวางแผนไว้ก็รอไปเหอะอีก 3 ชม.

3. เพจเฟสบุ๊ค

มีไว้เพื่ออัพเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ เจ้าทานูกิใช้บ่อยมาก มีไว้อัพเดตการบานของซากุระ และอ่อล่อกับแอดมิน 555 ส่วนเราอัพเดตร้านของกิน ร้านลิ้นวัวเจ้าดัง ร้านอิซากายะ อ่านไล่ตั้งแต่โพสท์เก่ายันที่อัพเดตปัจจุบัน รวมถึงที่ลูกเพจมาคอมเมนท์ด้วยว่าชิมแล้วมีความเห็นอย่างไร

ทำตารางวันเดินทางไว้เล้ย

– Google sheet ทำตารางเที่ยว อัพเดตตารางทุกวัน แชร์ลิงค์เก็บไว้เพื่ออ่านทำการบ้าน ปี 2018 เป็นปีที่ซากุระบานผิดปกติมาก เราเดาแทบไม่ถูกว่าจะบานวันไหน พยากรณ์อากาศก็เช็คทุกวัน เราสองคนทำงานเป็นทีม เจ้าทานูกิอาศัยความคึก และความหัวไวสลับปรับแพลนที่เราวางไว้ซะมั่วไปหมด แต่สุดท้ายเจ้าทานูกิทำสำเร็จ ได้เห็นความฟูลบลูมหลายที่ สิ่งที่เราต้องทำระหว่างที่เจ้าทานูกิง่วนกับการคิดแพลนใหม่ คือ หลับเอาแรง เพราะเจ้านี่มันบ้าพลัง เจ้าทานูกิสายพันธ์บุโดกังเอ้ย

เริ่มออกเดินทาง ตามล่าซากุระกันเลย

https://www.littleforestjapan.com/11-recommended-sakura-southern-tohoku/
แนะนำ 11 สถานที่ชมซากุระที่จะกลายเป็นความทรงจำสีชมพูในโทโฮคุตอนใต้

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply