Movie review, Movies

รีวิว Belle (2021) -竜とそばかすの姫 ของผู้กำกับ โฮโซดะ มาโมรุ เวอร์ชั่น Summer Wars ฉบับผู้ใหญ่

 

  • หนังอนิเมะเรื่อง Belle หรือ Ryu-to-sobakasu-no-hime 
  • ผลงานที่ผสมเอาประเด็นเด่นๆ จากผลงานเรื่องก่อนๆ ของโฮโซดะ มาโมรุ 
  • ทั้งเรื่องความสำคัญของครอบครัว 
  • โลกเสมือนจริงที่ในเรื่องเรียกว่า U 
  • ตัวเอกยังเป็นเด็กม.ปลาย 
  • แต่ที่แปลกออกไปคือเรื่องนี้คือตัวเอกมีปมในใจ 
  • ภายใต้ความเรียบง่ายของตัวละครสาวน้อยบ้านนอก 
  • แต่กลับมีคำถามยากๆ โพล่งออกมาว่า 
  • ความสุขคืออะไร ที่สุดท้ายก็ไม่ได้รับคำตอบแบบชัดเจน ให้คนดูไปตีความเอาเอง

 

Belle ชื่อญี่ปุ่น 竜とそばかすの姫 (Ryu-to-sobakasu-no-hime) มีความหมายว่า “มังกรและเจ้าหญิงหน้าตกกระ” เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นแฟนตาซี จากการเขียนบทและกำกับโดย โฮโซดะ มาโมรุ ผู้กำกับสตูดิโอ Chizu ที่ล่าสุดได้ฝากผลงาน Mirai no Mirai เอาไว้ แต่ก่อนหน้านั้นแฟนๆ คงคุ้นกับ 3 เรื่องเด่นที่ของโฮโซดะมากกว่าคือ สาวกระโดดทะลุเวลา, Summer Wars, Wolf Children และ The Boy and the Beast (2 เรื่องหลังเป็นหนังอนิเมะที่ทำรายได้สูงสุด Box Office ที่ฉายในโรงภาพยนตร์ของญี่ปุ่น)

และปี 2021 ที่มีหนังอนิเมะเรื่องเบลนี้จึงถูกคาดหวังไว้มาก เพราะได้ข่าวว่า เบลได้เข้าฉายในงาน คานส์ ฟิล์ม เฟสติวัล 2021 และได้รับคำวิจารณ์มุมบวกแถมยังมีการลุกขึ้นปรบมือยาวนานถึง 14 นาทีเลยทีเดียว

เรื่องย่อ 

สึสึ เด็กสาวมัธยมปลายที่สูญเสียแม่ไปเนื่องจากแม่เสี่ยงชีวิตไปช่วยเด็กที่ติดเกาะกลางน้ำหลาก จากนั้นจึงกลายเป็นปมในใจถึงการมีชีวิตอยู่และใช้ชีวิตอยู่กับคุณพ่อเพียงสองคน จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอไม่สามารถร้องเพลงซึ่งเป็นกิจกรรมที่เธอชื่นชอบได้อีก 

วันหนึ่งเธอได้รับคำชวนจากเพื่อนให้ก้าวเข้าสู่ U โลกเสมือนจริงบนอินเทอร์เน็ตที่มีผู้ใช้งานรวมตัวกันมากกว่า 5 พันล้านคนทั่วโลก ภายใน U นั้นจะสามารถสร้างร่างอวาตาร์ที่เรียกว่า As และนั่นทำให้เธอกลายเป็น เบลล์ ที่สามารถเปล่งเสียงร้องได้ไพเราะจนกลายเป็นที่พูดถึง และตัวเธอก็โด่งดังในฐานะเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงภายในชั่วพริบตา และในวันจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของเบลล์ ตัวตนปริศนาที่ถูกเรียกว่า ริว กลับทำให้คอนเสิร์ตของเบลล์พังทลายไม่เป็นท่า

จุดเด่นของหนังอนิเมะเรื่องเบล

สิ่งที่มองว่าเรื่องนี้น่ารักตามสไตล์เดิมของโฮโซดะคือ การกำหนดลักษณะของตัวละคร ให้เป็นคนที่ดูธรรมดาแต่แฝงอาวุธลับทรงพลังไว้  

เหมือนเรื่อง Summer Wars ที่พระเอกเป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ สึสึในโลกยูก็ได้เป็นเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง และเพราะในวัยเด็ก สึสึ ถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรักความสนิทสนมกับแม่ทำให้เป็นโตมาเป็นคนที่ทั้งเข้มแข็งและอ่อนโยน แต่เก็บปมเรื่องแม่ในใจไว้เสมอ

สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่างคือ การแบ่งส่วนโลกจริงกับโลกเสมือนจริงไว้อย่างละครึ่ง เป็นแนวทางแฟนตาซีที่ใช้สำเร็จมาแล้วในเรื่อง Summer Wars (ที่พูดถึงบ่อยๆ เพราะเป็นอนิเมะเรื่องโปรดของผู้เขียน)

โลกจริงของสึสึคือบ้านเล็กๆ ในดินแดนชนบทในจังหวัด Kochi ทางภาคใต้ของเกาะชิโกกุที่ยังไม่มีชินคันเซนมาถึงด้วยซ้ำ ซึ่งการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนยังว่ายากเลย ทั้งเดินต่อรถบัส และรถไฟ นี่ก็เป็นอีกสเน่ห์ของญี่ปุ่นที่โฮโซดะพยายามถ่ายทอด เพราะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ 

ในขณะที่อีกโลกหนึ่งเป็นโลกที่ถึงแม้จะมีกฏเกณฑ์ก็จริง แต่สามารถแสดงตัวตนที่ซ่อนไว้ออกมาแบบไม่ต้องอาย เป็นโลกดิจิตอลที่สีสันฉูดฉาด คอมเมนท์อีกฝ่ายได้แบบไม่ต้องเกรงใจ

จากนี้เป็นการสปอยด์ 

เบลกับอิทธิพลจากดิสนีย์ ประเด็นดูเป๋ๆ ไปหน่อย

แต่น่าเสียดายที่ทั้งเบลและสึสึมีหลายภารกิจในทั้งสองโลกมากเกินไป 

1.เบลต้องการปกป้องริว 

2.เบลต้องการแสดงให้ทั้งตัวเองและริวยอมรับตัวตนที่แท้จริงในโลกจริงได้ 

3.สึสึต้องการก้าวข้ามอดีตที่สูญเสียแม่จนทำให้จิตใจต้องแตกสลายไป และยอมรับความสุขในปัจจุบันให้มากขึ้น 

4.สึสึต้องการจะสารภาพรักกับเพื่อนชายที่แอบชอบมาตั้งแต่ประถม 

เรื่องนี้จึงมีเส้นเรื่องที่สลับไปสลับมาระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือนจนไม่รู้ว่าจะเอาใจช่วยใครดี นี่เป็นข้อที่มองว่าโฮโซดะพยายามยัดหลายประเด็นไว้ในอนิเมะเรื่องนี้มากไป จนเส้นเรื่องวิ่งกระจัดกระจายไปหมด

และส่วนที่รู้สึกว่าไปไม่สุดคือ เรื่องความรักในโลกจริงที่ไม่ได้หวือหวา ต่างกับโลกเสมือนจริงที่เบลกลับไปสนใจริว ตัวร้ายที่เน้นความรุนแรง แสดงพลังการต่อสู้แบบไม่เกรงกลัวเหล่ายอดมนุษย์ที่อ้างเรื่องการปกป้องความยุติธรรม สนใจถึงขั้นที่จะพยายามรู้ให้ได้ว่าตัวออริจินในโลกจริงของริวคือใคร และขณะที่ผู้เขียนกำลังคิดไปไกลว่าเบลหลงรักริวไปแล้วนั้น ตอนท้ายเรื่องก็ได้เฉลยว่าแท้จริงแล้วริวคือใคร ตรงจุดนี้สับสนมากว่า ทำไมกลับกลายเป็นตัวละครใหม่ที่ไม่ได้กล่าวถึงเลยตั้งแต่ต้นเรื่อง แทนที่จะเป็นเพื่อนที่สึสึแอบชอบตั้งแต่สมัยประถม

ส่วนเรื่องระหว่างริวกับเบลนี่เองที่ทำให้ผู้เขียนคิดว่า โฮโซดะได้รับอิทธิพลมาจาก Beauty and the Beast ของดิสนีย์ มันชัดเจนมากในฉากที่เบลแสดงความเห็นอกเห็นใจริวและพยายามมองตาริวเพื่อเข้าใจในตัวตนที่อ่อนโยนของริวมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เหมือนการถอดเอาผลงานดิสนีย์มาประกอบ แต่ก็จบไม่ถูก จนสุดท้ายผลลัพธ์ก็จบแบบญี่ปุ่นคือกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติที่ดีกว่าเดิม ไม่ใช่แนวดิสนีย์ที่เจ้าหญิงเจ้าชายมีความสุขตลอดต่อจากนี้ไป

โดยสรุปแล้วหนังอนิเมะนี้  สนุกน่าติดตาม แต่สำหรับแฟนโฮโซดะยังเรียกว่าเขาผ่านงานมาสเตอร์พีสเรื่อง Summer Wars มาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นแนวรวมความสำเร็จจากประเด็นในเรื่องก่อนๆ มาไว้ในเรื่องเดียว แต่ถ้าไม่พูดถึงเนื้อเรื่อง ก็ยังถือว่าคุ้มที่เข้าไปดูภาพวาดที่สวยงาม และเพลงที่อลังการกว่าผลงานก่อนหน้า

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)