Travel

[รีวิว] เดินทางไปกลับสนามบิน ไฟล์ทเช้าตรู่/ดึก ฉบับสาวลุยเดี่ยว

สำหรับสาวลุยเดี่ยวที่มักจะเดินทางไปกลับสนามบินสุวรรณภูมิคนเดียวจนกลายเป็นเรื่องคุ้นเคยแล้วอย่างเรา ตอนนี้ก็เริ่มมองหาตัวช่วยในการเดินทางใหม่ๆ เพื่อให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นแล้ว

ซึ่งหากมองย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เราเคยเจอปัญหาตอนรอเรียกรถที่สนามบิน ตอนนั้นคือรอคิวสักพัก (สำหรับเราให้รอเกิน 15 นาทีคือ นานมากกก ด้วยระบบคิวแบบ Manual-เขียนด้วยมือลงกระดาษ)

และนอกจากคิวที่ยาวแล้ว ยังมีบวกค่าเรียกจากที่สนามบิน 50 บาทด้วย

ปัญหาคือ ตอนนั้นเราเหนื่อยจากการเดินทางมามากแล้ว โดยเฉพาะถ้าเป็นทริปญี่ปุ่น เราจะใช้พลังสุดหลอด เผลอๆ คือเกินทะลุหลอดพลังไปเลย เพราะเดินเยอะ นอนน้อย และกินเยอะ ฮาาา

ยิ่งการบินไปญี่ปุ่นเพื่อทำภารกิจอันยิ่งใหญ่อย่างวิ่งตามล่าซากุระ (ลองไปอ่านเรื่องการตามล่าซากุระดูจะรู้ว่า มันกินพลังงานเยอะนา) หรือไปลุยในจุดชมใบไม้แดงที่มีคลื่นมหาชนหนาแน่นอย่างเกียวโตล่ะก็

การต้องมาเจอคิวรอเรียกรถขากลับ มันเลยทำให้เราเพลียมาก

โจทย์ใหม่ ที่ทำให้เราต้องทำการบ้านเพิ่มสำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งถัดไปคือ

  • สำหรับขาไป ทำอย่างไร เราจะสามารถลดความกังวล จากการคิดตัดสินใจหน้างานให้เหลือน้อยที่สุด
  • ส่วนขากลับ ทำอย่างไรให้เรารวาร์ฟถึงบ้านเลยทันที เมื่อเราก้าวเท้าถึงไทย

ดังนั้น ในมุมมองของผู้หญิงวัยสามสิบ เราจะทดลองใช้เงินแก้ปัญหาด้วยการหา Tool หรือตัวช่วยเพื่อเดินทางไป-กลับสนามบิน ได้สะดวกที่สุด

เรามองว่า การเดินทางไปสนามบินก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องลงทุนเพื่อเที่ยวให้สนุกขึ้นด้วยเช่นกัน สำหรับการเที่ยว เราเต็มที่ ไม่มีกั๊ก อยู่แล้ว

ทำไมถึง ตัดสินใจใช้เงินแก้ปัญหาด้วยรถรับ-ส่ง Traveloka เดินทางไปกลับสนามบิน

ล่าสุด เมื่อปลายเดือนกันยายน 2019 เที่ยวบินเดินทางไปญี่ปุ่นของเราคือ

  • ขาไปญี่ปุ่นไฟล์ทเช้าวันอังคารที่ 24 กันยายน 2019 เวลา 8:35 น.
  • ขากลับไฟล์ทวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2019 เวลา 1:20 น.

เวลาคือพีคทั้งสองรอบ และมีเปลี่ยนไฟล์ทที่ไต้หวันทั้งขาไป และขากลับ

เราเลยลองจองรถรับ-ส่งสนามบิน ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นใหม่บนเว็บไซต์ Traveloka ก่อนเดินทางประมาณ 1 อาทิตย์

และนี่คือ 3 เหตุผลที่ Tool นี้ช่วยตอบโจทย์ชีวิต สาวลุยเดี่ยว บินดึก

1. ซื้อเวลา/ความสะดวกสบาย

ด้วยชีวิตการทำงานประจำในเมือง และยังมีงานอดิเรกเขียนบล็อก จึงเรียกได้ว่า เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ยุ่ง และมีเรื่องให้คิดในหัวอยู่ตลอดเวลา

เชื่อไหมว่า ถ้าเสาร์-อาทิตย์ (จองวันที่ 15 Sep 2019) ก่อนเดินทางเราไม่ได้จองรถรับส่งสนามบินไว้ล่วงหน้า สำหรับเดินทางวันอังคารถัดไปแล้วล่ะก็ คงได้จองอีกทีคือ 1 ชม. ก่อนเดินทางแน่ๆ

ซึ่งการวางแผนล่วงหน้า มันช่วยจัดการงานให้สำเร็จไปทีละเรื่อง ในหัวเราได้เคลียร์เรื่องจองรถทิ้ง เรียกว่าลืมเรื่องจองรถไปสนิทเลย!

จนกระทั่งวันก่อนเดินทาง 1 วัน ระหว่างที่เรากำลังวุ่นวายทำงานในออฟฟิสช่วงบ่ายๆ มีเจ้าหน้าที่จากบริษัทรถเช่าที่เราได้จองผ่าน Traveloka เขาโทรมาคอนเฟิร์มเรื่องเวลา และสถานที่รับ

จากนั้นเราก็ได้รับข้อความแจ้ง Schedule Rechecked ทางมือถือ เป็นวัน/เวลา ทะเบียนรถ พร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ Emergency Call ซึ่งข้อความส่งมาแจ้งเวลา 14:53 น. ส่วนเวลาออกเดินทาง 5:20 น.
(ข้อความนี้ไม่ใช่ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นซึ่งจะมีข้อมูล Booking เตือนค้างไว้อยู่แล้ว)

แค่ขั้นตอนการเตรียมพร้อมก่อนส่งรถมารับเรา เราก็มองว่า คุ้มค่าที่จ่ายแล้วนะ

สำหรับคนที่มองการจัดการเวลาเป็น Priority อันดับหนึ่งในชีวิต

การเตรียมตัว มันช่วยลดเรื่องรบกวนจิตใจ/สมองเราได้ สุดท้ายคือ ผ่อนคลาย หายห่วง

2. มีพนักงานรอรับ ก่อนเวลานัด

อย่างที่บอกไปว่าเที่ยวบินออกเดินทางคือ 24 กันยายน 2019 เวลา 8:35 น. เรานัดรถให้มารับที่บ้านเวลา 5:20 น.

เวลานั้นคือ เราเพิ่งนอนไป 4 ช.ม. เท่านั้น

เมื่อสลึมสลือตื่นมาอาบน้ำ เตรียมกระเป๋าพร้อมเดินทาง แล้วพบว่า รถเข้ามารับตรงเวลา!

ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าตี 5 กว่าๆ รถมาจอดรอพร้อมให้เรากระโดดขึ้น และเหาะไปสนามบิน

ดีราวกับการมีพี่อาละดินขี่พรมวิเศษมารับ In Real life เลยล่ะ ฮาาา

เราไม่ต้องเหนื่อยเรียกรถในเวลาที่เช้าตรู่ และพนักงานยังช่วยเราจัดการกับกระเป๋าเดินทาง

สร้างความมั่นใจให้เราตั้งแต่วินาทีแรกที่นัดหมายเจอกันแล้ว

3. รู้สึกปลอดภัย และสะอาด

เอาล่ะ เราได้ขึ้นมาอยู่บนรถรุ่น Camry ที่ขับได้นุ่ม สบายใจ ปลอดภัย ด้วยความเร็วเฉลี่ย 100 กม/ชม.

เราว่า เป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียว แบบนี้ชัวร์ดีนะ

เพราะหนทางการเดินทางที่รอเราอยู่ข้างหน้ามันยังอีกยาวไกล ต้องดูแลตัวเองให้ปลอดภัย และมั่นใจไว้ก่อนน่ะ

ทั้งในเรื่องความเร็วในการขับ ที่ไม่มีความสวิง หรือโลดโผน โจนทะยาน และเรื่องมารยาทคนขับที่ให้ความเป็นส่วนตัวเรา ไม่มีการถามคำถามที่ทำให้เรากระอักกระอ่วนที่จะตอบแน่นอน

สำหรับการขึ้นทางด่วน ไม่ต้องห่วงเรื่องขับไป มือถือโทรศัพท์คุยระหว่างขับบนทางด่วน (ทุกครั้งที่เราเจออย่างนี้เสียวเหลือเกิน) แบบนั้นไม่มีแน่นอน สบายใจ หายห่วง เย่!

ของแถมคือ พี่คนขับยังใช้ Easy pass จ่ายเงินค่าทางด่วน เพิ่มความไวไปอีก และภายในรถก็สะอาดมากเว่อ มีน้ำขวดเตรียมรอให้ด้วย

และถ้าใครที่เดินทางหลายคนยิ่งจ่ายสบายกระเป๋าตังก์

ลองมาเปรียบเทียบราคาหน่อย

จากสาทร ขึ้นทางด่วนศรีรัช ระยะทางรวม 36 กิโลเมตร ระยะเวลา 30 นาที
ถ้าเป็น Grab ประมาณ 400 บาท ยังไม่รวมค่าทางด่วน 50+25 บาท ราคารวมๆ เกือบ 500 บาท

ส่วนราคาที่จองผ่าน Traveloka 910 บาทราคารวมหมดแล้ว

  1. ค่าเดินทาง
  2. ค่าทางด่วน

ราคาส่วนต่างนั้น ได้อะไรเพิ่มเติม

  1. ค่าความปลอดภัย
  2. ค่าเวลา มีรถจอดรอรับ

จากสนามบิน เดินทางกลับ ประทับใจมากกว่าเดิม

ขากลับ เมื่อถึงสนามบินเวลา 1:20 น. ใจเต้นอยากเจอคนขับยิ่งกว่าขามา ฮาา

เพราะเราเหนื่อยจากการเดินทางมามาก ต้องการวาร์ฟถึงบ้านทันที

ทีแรกก็คิดว่า ระหว่างเราอยู่ที่ญี่ปุ่น พนักงานไม่สามารถโทรติดต่อเรื่องรถมารับขากลับได้ ต้องทำไงดี

พอเครื่องบินแตะไทย เราก็เข้าแอพ Traveloka เลยจ้า

เปิดมาแล้วก็โล่งใจว่า มีการติดต่อกลับมาผ่านแอพแล้วว่า เลขทะเบียนรถที่จะมารับคืออะไร

ความน่าสนใจของแอพนี้คือ การไล่ลำดับความสำคัญของข้อมูลว่า เราต้องการรู้อะไร เขาแจ้งไว้ต้นๆ พร้อมหมายเลขโทรออก ที่เพียงแค่คลิกก็สามารถโทรได้เลย ง่ายๆ

เราโทรออกทันทีเพื่อบอกว่า ถึงแล้วยังไม่ได้รับกระเป๋า

เจ้าหน้าที่ก็แจ้งสถานที่นัดพบกับเรา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อรับเรา เขาจะสแตนบายตั้งแต่ 18:00-3:00 และถ้าไม่รู้ติดต่อยังไงจริงๆ ให้ติดต่อเคาท์เตอร์ Tour east ในกรณีนี้ที่เราจองกับบริษัทนี้

โดยสรุป ขากลับ ติดต่อง่าย สะดวก เหมือนขาไป

ขั้นตอน การจองบริการรถรับ-ส่งสนามบิน

  1. เข้าเว็บไซต์ https://www.traveloka.com/th-th/airport-transfer หรือแอพพลิเคชั่น เลือก Airport Transfer

2. เลือกสถานที่ เวลา

3. เลือกรถที่ต้องการ

4.สำหรับขากลับ ระบุสายการบินและเที่ยวบิน เวลานัดกมาย พร้อมดูราคาที่สรุป

5. ใส่รายละเอียดส่วนตัว พร้อมตรวจสอบข้อมูล

6. เลือกวิธีจ่ายเงิน พร้อมตรวจสอบข้อมูล

7. จองเรียบร้อย เข้าไปเช็คในอีเมลที่ล็อกอินกับทาง Traveloka อีกครั้ง เพื่อดาวน์โหลดเอกสาร หรือเข้าไปที่ฟังก์ชั่น My Booking ในแอพพลิเคชั่นก็ได้

8. หลังจากที่มีการจองผ่านเว็บไซต์/แอพพลิเคชั่น จะมีข้อความส่งมายังมือถือ ดังนี้

Traveloka: สรุปการยืนยันการจอง
ไป BKK/24-09-2019/05:20
Tour East (T.E.T) Ltd/07A79X5BQ91
จุดให้ไปรับ: xxx
จำนวน: 1 คัน

 

สนามบินที่เข้าร่วม Campaign

  • สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) 
  • สนามบินดอนเมือง (DMK) 
  • สนามบินภูเก็ต (HKT) 
  • สนามบินเชียงใหม่ (CNX) 
  • สนามบินหาดใหญ่ (HDY) 
  • สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KUL) 
  • สนามบินชางงี สิงคโปร์ (SIN) 
  • สนามบินฮ่องกง (HKG)  
panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)