little forest ญี่ปุ่นลุยๆ

ชีวิตท่องเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติแบบลุยๆ ที่บ้านนอกญี่ปุ่น มันดี (แรงบันดาลใจจากหนัง)

หลังจากที่เริ่มปีกกล้าขาแข็ง ก็เริ่มเที่ยวญี่ปุ่นเองแบบไม่ง้อทัวร์ ก็รู้เรื่องเลยว่า ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ลุยแบบหลอดพลังงานเหลือศูนย์ทุกครั้ง แต่กลับพบว่า สนุกมากเว่อ

เราเริ่มเที่ยวเองเมื่อเดือน เม.ย. ปี 2016 ไปวูฟ (Wwoof) ที่คิวชูระยะเวลา 2 เดือน
รอบนั้น เราได้แรงบันดาลใจจากหลายสื่อมาก สื่อที่เห็นภาพคือ ซีรี่ย์ที่ชื่อว่า STAY ซากะ..ฉันจะคิดถึงเธอ (2015)
แต่สื่อที่เห็นผลคือ การอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์ Sunday Afternoon: Hokkaido Summer โดย ปาลิดา พิมพะกร ทำให้รู้จักว่า การไปใช้ชีวิตฟาร์มสเตย์ที่บ้านนอกญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร และทำอย่างไรถึงจะได้ไป

หลังจากที่อ่านจบ เข้าใจเรื่องขั้นตอนการสมัครวูฟครบถ้วน เดือน ธ.ค. 2015 เราก็สมัครวูฟและเลือกวูฟโฮสทันที

รอบนั้นแอดเวนเจอร์จริง ประสบมาทุกความสนุกและความชิบหายวายป่วง แต่อย่าไปคิดมาก ชีวิตนึงครั้งนึง จนสุดท้ายต้องพกเครื่องรางจากศาลเจ้าที่ฟุกุโอกะ คุ้มครองให้การเดินทางที่เหลือของทริปแคล้วคลาดจากภัยอันตราย

และเดือน ก.ย. ปี 2017 เราก็พร้อมอีกครั้ง รอบนี้ไปโทโฮคุ 8 วัน (วันบินไม่นับ นับเฉพาะวันเที่ยวจริงๆ )
ลุยเหมือนเดิม เราพาคณะเพื่อนร่วมทัวร์ไปอีก 4 ชีวิต เป็นเพื่อน ป โท และน้องชาย กับภาษาญี่ปุ่นที่เริ่มจางหายไปแล้ว รอบนี้แบกเป้เข้าป่า ไปเหนือสุดของโทโฮคุ ที่ลำธาร Oirase และภูเขา Hakkoda จังหวัดอาโอโมริ เป็นสถานที่ตามธรรมชาติที่สร้างความทรงจำดีๆ ได้เหมือนเดิม รอบนี้ชาวคณะไม่พีคมาก ไม่มีเรื่องให้ต้องลุ้นเท่าไหร่

และเดือนเม.ย.ปี 2018 ไปโทโฮคุซ้ำ 10 วันเลย รอบนี้มันส์ เพราะเป้าหมายคือตามล่าซากุระ
โหด มันส์ ฮา ของจริง เรากลับที่พักแบบหมดสภาพทุกคืน ไปปิดท้ายทริปที่กินซัน ออนเซ็น แช่น้ำแร่ให้ผ่อนคลาย หลังจากที่เพื่อนพีคๆ ร่วมทริปของเรา 1 ท่าน มันพาเราวิ่งหาซากุระจนร่างพัง แต่สุดท้ายก็ได้เห็นที่ฟูลบลูมสมใจ

และล่าสุดเดือน ก.ค. 2018ไปทำงานเก็บข้อมูลที่ Gunma Nagano Niigata Yokohama 9 วัน วันแรกแทบคลั่ง มันร้อนเกินไป หน้าร้อนญี่ปุ่นที่ดินแดนซากุระหวานละมุนเมื่อครั้งก่อนมันลุกเป็นไฟ เราออกจากห้องแอร์ทีไรได้ฟีล “ฟู่วววว~” นึกว่าอยู่ห้องสตรีม และสุดท้ายได้ไปปิดทริปแบบพังๆ นอนห้อง Dorm รวมกับชาวบ้านที่โยโกฮาม่า

หลังจากทริปทั้งหมดที่กล่าวมา เราก็เริ่มกระจ่างว่า ทุกทริปที่ลุยกันขนาดนั้น เป็นเพราะเราต้องการรีดความเหนื่อยล้าจากการทำงานในเมืองออกมาเป็นเม็ดเหงื่อ เรานั่งรถไฟเที่ยว ใช้พาสโคตรคุ้ม และลุยเข้าป่าเข้าสวนทุกทริป และถึงแม้ร่างจะพังมาสักกี่ทริป เราก็จะยืนยันว่า ลุยแบบนี้แหละสมวัยดี ฮา ลุยจนขากลับบนเครื่องบินเราหลับตลอดทาง ตื่นมาแค่กินข้าว แล้วหลับต่อ
“เราต้องสู้จนจบทริปแล้วค่อยกลับไปนอนตายที่บ้าน มันถึงจะคุ้มค่า” เราคิดอย่างนี้

และเมื่อเดือน ต.ค. 2018 เราเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง Little Forest ทั้งภาค Summer/Autumn (2014) และ Winter/ Spring (2015) รวดเดียวจบ อิจิโกะ นางเอกของเรื่องทำให้เรานึกถึงตัวเองเมื่อครั้งไปวูฟ เหนื่อย! เหงา! ขนาดมีน้องที่เรียนญี่ปุ่นไปด้วยกัน มันยังเหงา เพราะสิ่งเอนเตอร์เทนเดียวคือของกินอร่อยๆ

อิจิโกะทำอาหารจากวัตถุดิบผักสวนครัวในแต่ละฤดูจากสวนรอบๆ บ้าน แม้แต่ปลา เป็ด ยังจับมาทำอาหารด้วยตัวเอง ทำเองหมดทุกขั้นตอน พีค! หนังเล่าเรื่องชีวิตเกษตรกรในเมืองโคโมะริ ที่โทโฮคุผ่านเมนูอาหารที่เธอทำ

“โคโมะริ เป็นชุมชนเล็กๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของภูมิภาคโทโฮคุ ไม่มีห้างร้าน ที่กลางหมู่บ้านมีร้านค้าไม่กี่ร้าน และมีตลาดเล็กๆ หนึ่งแห่งที่บริหารโดยสหกรณ์ เส้นทางส่วนใหญ่เป็นเนิน ขี่จักรยานลงเขาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ตอนขากลับจึงใช้เวลานานกว่า เวลาที่หิมะตกในฤดูหนาว ใช้เวลาเดินประมาณ 1.30 ชม. คนส่วนใหญ่ไปซื้อของที่ซูปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ในเมืองข้างๆ กว่าฉันจะไปและกลับต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็ม” เป็นประโยคเปิดเรื่องของทั้งสองภาค

เราว่าเธอลุย เธอสู้ และสุดท้ายเธอก็ใช้ชีวิตแบบลุยๆ ของเธอได้อย่างมีความสุข เราก็เลยได้แรงบันดาลใจในการทำคอนเทนท์เรื่องญี่ปุ่นลุยๆ จากเธอนี่แหละ เราอยากถ่ายทอดชีวิตท่องเที่ยวสายธรรมชาติช่วงสั้นๆ ที่บ้านนอกญี่ปุ่น ในแบบที่ทุกคนอาจจะไม่เคยไปพบเจอหากอยู่เฉพาะในเมือง แต่เราว่าบ้านนอกมันดี และบางที… อาจมีคนคิดเหมือนเราก็ได้

วัตถุประสงค์ ต้องการให้คนที่ชอบญี่ปุ่น อินมากกว่าเดิม จากประสบการณ์ตรงของคนที่หลงรักญี่ปุ่นจริงๆ

★ ลืมบอกไปว่า เราชื่อ ปุ้ม เราไปญี่ปุ่นมาทั้งหมด 21 จาก 47 จังหวัด ไปโทโฮคุมาแล้ว 3 ครั้ง (รวมทัวร์ 1 ครั้ง) ฮอกไกโด 1 ครั้ง (ไปกับทัวร์) คิวชู 1 ครั้ง จูบุ 1 ครั้ง และปกติพ่วงคันโต (โตเกียว) ไปกับทริปอื่นๆ ถ้าไม่นับฮอกไกโดก็รวมเป็น 5 ครั้ง