Travel

7 กิจกรรมที่คงไม่ได้ทำชาตินี้ ถ้าไม่ได้ไปวูฟที่คิวชู Wwoof Japan

ไม่รู้การไปวูฟที่ภูมิภาคคิวชู กลายเป็นการผจญภัยครั้งใหม่แบบฉบับสาวๆ! ไปได้อย่างไร เริ่มต้นที่ฟาร์มผลไม้กับวูฟโฮสท์ที่จังหวัดฟุกุโอกะ จากนั้นก็ไปทำอาหารการกุศลที่โออิตะ และย้อนกลับมาไร่ลูกพลับที่ฟุกุโอกะ ด้วยความที่เราไปในฤดูกาลก่อนเข้าหน้าร้อนของญี่ปุ่น แดดคิวชูก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เหนื่อยใช่เล่นเลยล่ะ แต่ก็รู้สึกว่า โชคดีนะที่เราเลือกไปตั้งแต่วัยใกล้เลข 3 เพราะมีหลายอย่างที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้ทำแน่ๆ ในชีวิตนี้หากไม่ตัดสินใจไปครั้งนั้น

ต้องเกริ่นก่อนว่า การไปวูฟคือ การใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวโฮส และช่วยทำฟาร์มเกษตรออร์แกนิกแลกกับอาหาร 3 มื้อและที่พัก งานที่แต่ละโฮสให้ทำก็จะเหนื่อยน้อยมากแตกต่างกันไป แต่ประสบการณ์นี่เยอะคุ้มค่าแน่นอน! เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่า กิจกรรมที่สร้างเสริมประสบการณ์ที่ว่าเป็นอย่างไรกัน

1. ได้นอนบ้านคนญี่ปุ่น

การวูฟประมาณเดือนครึ่ง เมื่อฤดูใบไม้ผลิเข้าฤดูร้อนปี 2016 ฉันกับมุกกุรุ่นน้องที่เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกันได้มีโอกาสไปวูฟกับครอบครัวคนญี่ปุ่น 2 บ้านในคิวชู (วูฟที่โออิตะเป็นอพาร์ทเมนท์เลยไม่นับจ้า) บ้านแรกที่เมืองฮิโระกาวะ จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นชนบทที่ทั้งหมู่บ้านทำเกษตร ส่วนบ้านนี้เขาทำฟาร์มผลไม้ เน้นสตรอเบอร์รี่ออร์แกนิกเป็นหลัก และร้านค้าผลิตภัณฑ์การเกษตรในชุมชน บ้านนี้สนุกมากมีเด็กผู้ชายวัย 1-5 ปี 3 คน เจี้ยวจ้าวทั้งวัน แถมอาหารรสมือแม่ยังอร่อยสมเป็นอาหารของบ้านชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

📍 ปักหมุดสำหรับคนที่อยากกินบุฟเฟ่สตรอเบอร์รี่จ้า
広川くだもの村 : https://goo.gl/maps/eCfKVQrjevJ2

ฟูตองที่เอามาผึ่งในวันแดดดี ก็แดดดีเกือบทุกวันนะที่คิวชูเนี่ย

อีกครอบครัวที่เมืองคุรุเมะ จังหวัดเดียวกัน ลุงวูฟโฮสท์ที่อดีตเคยเป็นนักกีฬาเทนนิสทีมชาติเขามีความฝันเยอะ เพราะเดินทางไปมาแล้วทั่วโลก ตั้งแต่เราอยู่มาเรามีกิจกรรมที่ไม่ซ้ำแต่ละวัน ทำมาหมดแล้ว ทั้งงานในสวนลูกพลับ ไร่บูลเบอร์รี่ ถอนหญ้าที่สนามกอล์ฟจำลอง สร้างบาร์น้ำเก๋ๆ ข้างสนามกอล์ฟ ทำพิซซ่าเตาถ่าน และสุดท้ายที่อยากจะลบความทรงจำนี้ออกคือ ล้างส้วมบ้านลุง ร้องไห้!!!

2. ได้ฝันว่าเป็นเจ้าหญิงในห้องใต้หลังคา

ที่บ้านของลุงวูฟโฮสท์ที่คุรุเมะ เขาให้เรานอนนั้นแยกออกบ้านหลัก อดีตบ้านหลังนี้ ชั้นล่างเคยเปิดเป็นร้านพิซซ่า และชั้นบนคือห้องใต้หลังคาที่เสมือนเป็นฐานทัพลับๆ รวมของสะสมของลุง คิดว่าลุงเขาคงหวงแหนความทรงจำในวัยเด็ก จึงเลือกที่จะสร้างบ้านไว้เก็บโลกแห่งจินตนาการของเขาไว้ สะสมตั้งแต่มังงะ จานแผ่นเสียง ไปจนถึงแผ่นหนังที่มี Projector ไว้สำหรับฉายโดยเฉพาะ

มีใครแอบอยู่ตรงนั้น
คลังสมบัติลุงโฮสท์

โชคดีแค่ไหนที่ช่วงเวลาที่เราไป วูฟเฟอร์ชาวฝรั่งเศสที่อยู่มานานก่อนเราเขาอยู่บ้านหลักไปแล้ว เราจึงได้มานอนดูเจ้าหญิงดิสนีย์ทั้ง เจ้าหญิงจัสมินจาก Aladin และเบลในเรื่อง Beauty and the beast  ยามค่ำคืนของเราจึงกลายเป็นความสุขที่ยิงยาวถึงเช้า ร้องเพลงดิสนีย์ประหนึ่งเราได้เป็นเจ้าหญิงเอง แต่เดี๋ยวๆ เจ้าหญิงที่ไหนเขาแต่งชุดสาวไร่อ้อยออกไปทำสวนกันเนี่ย ฮือออ ตื่นๆๆ

3. ได้สัมผัสแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวที่พูดถึงนี่คือที่เพิ่งเกิดขึ้นที่คุมาโมโต้ เมื่อเดือนเมษายน 2016 ซึ่งฉันได้กลายเป็นผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ ครั้งแรกที่เจอคือบนรถไฟ พอกระโดดขึ้นรถเดินเข้าที่นั่ง ตูดยังไม่หย่อนถึงเบาะ ก็เกิดเสียงกรีดร้อง “Jishin des!(แผ่นดินไหวๆๆๆ)”จากมือถือของคนทั้งรถขึ้นพร้อมกัน เป็นเหมือนเสียงหวอที่ทำให้ตกใจมาก หน้าเหวอไปเลย แล้วพอมองออกไปนอกรถไฟก็เห็นว่า พื้นมันสั่น โคลงเคลงไปหมด นี่คือครั้งแรกในชีวิตจริงๆ คืนนั้นก็เลยได้นอนบนชินคันเซ็นร่วมกับคนญี่ปุ่นอีกเกือบ 20 ชีวิต

วันถัดมา เจออีก! โหดยิ่งกว่าเดิม และมันยังเกิดขึ้นกลางดึกตอนตี 1 เพิ่งนอนไปได้แค่ชั่วโมงเดียว เราสองคนก็ต้องเดินหอบผ้าห่มอพยพไปที่สวนสาธารณะกลางเมืองคุมาโมโต้ น้ำตาจะไหลกันทีเดียว แต่เมื่อรอดมาได้ ทุกคนที่เราเจอหลังจากนั้นบอกว่า“นี่เราโชคดีมากนะที่ได้พกเอาประสบการณ์นี้กลับบ้านไปเล่าต่อได้อีก เขาอายุ 80 ปีอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิตยังไม่เคยเจอเลย” ตามด้วยเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก จ้ะ!

4. ได้เข้าครัวทำอาหารพร้อมพ่อครัวชาวญี่ปุ่น

วูฟอีกแห่งที่เมืองยูฟุอิน จังหวัดโออิตะเป็นร้านอาหารการกุศล ที่หากใครพอใจจะจ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายลงในกล่องรับเงิน อาหารก็เป็นอาหารง่ายๆ มีทั้งแบบที่ปรุงร้อน และปรุงเย็น เราเป็นคนไทยเลยได้รับหน้าที่ทำแกงเขียนหวาน ส่วนอาหารญี่ปุ่นที่ได้ทำก็มีตั้งแต่ซอสมายองเนส ไปจนถึงฝานรากโกโบที่จะนำมาทำเมนูผัดฝนหัวไชเท้า ซึ่งเราก็ช่วยเป็นลูกมือเชฟอีกที

5. ได้โบกรถเพื่อไปกินราเมง

Kurume Taiho Ramen

http://www.taiho.net/

เมื่อเดินทางมาวูฟที่เมืองคุรุเมะ ฟุกุโอกะ แล้ว สิ่งแรกที่ต้องการทำมากที่สุดคือไปกินราเมง เลยถามหาร้านราเมงอร่อยเด็ดจากเพื่อนโฮส เขาก็แนะนำว่าให้ไปที่ใจกลางเมืองคุรุเมะ ราเมงคุรุเมะนี่ขึ้นชื่อนะ อร่อยกว่าร้านอิจิรันราเมงอีก เมื่อรู้อย่างนั้นแล้ว ฉันวางแผนว่าจะขี่จักรยานไป แต่ปรากฏว่ายางแบน แม้จะมีอุปสรรคก็อย่าเพิ่งยอมแพ้ต่อการไปกิน เดินไปได้สักพัก เราก็เริ่มทำใจกล้าโบกรถเหมือนในหนังฝรั่งนี่แหละ ใครเห็นเราเดินกลางแดด ต้องมีผู้ที่ใจดีซักคนแหละน่า จนกระทั่งมีกระบะคันหนึ่งจอด เราก็พูดเลย เราเป็นคนไทย จะไปกินราเมง 55555 พาเราไปส่งที่ๆ ใกล้ที่สุดได้ไหม คนชนบทก็ใจดีอยู่แล้ว  ขากลับจึงติดใจโบกอีก

📍 ปักหมุดสำหรับคนที่ชอบราเมงซุปกระดูกหมูจ้า  
Kurume Taiho Ramen : https://goo.gl/maps/Qy5mtxKc2z92

6. ได้นั่งฟังเพลงคลอพร้อมฝนปรอยๆ

หน้าบ้านร้านพิซซ่า

แม้ช่วงที่ทำงานในไร่ ในป่า เราจะต้องอดทนตรากตรำ แต่นี่แหละเป็นชีวิตที่ฉันตามหาหลังจากที่เรียนภาษาญี่ปุ่นจนปวดหัวหนักมากมาตลอด 1 ปีกว่า ในสวนหน้าบ้านของชาวญี่ปุ่นจะมีดอกไม้เสมอ วันที่ฝนตกจึงเป็นวันที่สวนเขียวชอุ่ม ดอกไม้สีสด และจึงเป็นช่วงเวลาที่ได้ปล่อยใจเพลินไปกับเพลงจากซาวแทรกเรื่องสปิริตอะเวย์ ความรู้สึกกลัวอะไรต่ออะไรมันหายไปหมด ไม่ต้องห่วงเรื่องกลัวฝน กลัวหิว กลัวมืด กลัวหลง เพราะทั้งหมดเราผ่านมาหมดแล้ว เวลานั้นเราจึงรู้สึกเป็นอิสระที่สุด สบายใจที่สุดนั่นเอง

7. แช่ออนเซ็นส่วนตัว

ออนเซ็นคือกิจกรรมที่ฉันโปรดปรานที่สุดในญี่ปุ่น แต่ทุกครั้งที่ไปเที่ยวกับทัวร์ เรากลับต้องเขินอายสมาชิกคนไทยด้วยกัน ออนเซนหลังตึกอพาร์ตเมนท์ที่เราอยู่ที่ยูฟุอินจึงเป็นสวรรค์ ยูฟุอินเป็นเมืองในหุบเขาที่อากาศหนาวเย็นตลอดช่วงเวลาที่เราอยู่ และฝนตกเป็นประจำ ออนเซ็นที่นี่เป็นสไตล์เอาท์ดอร์ มองวิวภูเขาที่มีหมอกหนา กรี๊ดน่ะ

เชื่อมะล่ะว่า ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหวังจากการไปวูฟมันเปลี่ยนมุมมองชีวิตฉันไปเลย มันช่วยเปิดใจฉันให้กว้างขึ้น ปรับทัศนคติว่าทุกอย่างเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ทำให้เข้มแข็งขึ้น มองโลกน่าอยู่ขึ้น วางแผนชีวิตและเก็บตังก์เพื่อเที่ยวมากขึ้น และสุดท้ายไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับทุกๆ สิ่งในอนาคต

หากใครมีโอกาส ฉันแนะนำให้ไปวูฟตั้งแต่วัยที่พลังยังมีเยอะ ใจยังมีพื้นที่เหลือสำหรับรับประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วจะติดใจ

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply