Kanto, Travel

อยู่โตเกียวแต่อยากไปเที่ยวนอกเมือง รีวิว 5 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆโตเกียวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ (Part 1)

โตเกียว เมืองที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวแล้วผู้มาเยือนไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นทริปหรือจบทริป แต่สำหรับคนที่อยากสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ แนะนำให้ลองเดินทางไปเยือนชานเมืองของโตเกียวซึ่งไม่ไกล เดินทางง่าย และคุณจะค้นพบความงดงามของวิวทิวทัศน์ บรรยากาศใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง รับรองได้เลยว่าเมืองรอบๆ โตเกียวจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

1. Kawagoe เมืองเล็ก ๆ ที่มีมนต์เสน่ห์แห่งยุคเอโดะ

เชื่อได้เลยว่าคุณจะต้องตกหลุมรักเมืองเล็กๆ แห่งนี้ตั้งแต่การมาเยือนครั้งแรก เมือง Kawagoe เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเมืองหนึ่งในบรรดาเมืองต่างๆ ในเขตชานเมืองโตเกียว การเดินทางก็ง่ายมากใช้เวลาเพียง 30 นาทีจากจังหวัด Saitama ทางเหนือของโตเกียว เนื่องจากเมือง Kawagoe อยู่ใกล้กับเอโดะ (ชื่อเก่าของเมืองโตเกียว) จึงได้รับการขนานนามว่า “Little Edo” หรือ “Coedo” ในภาษาญี่ปุ่น

Kawagoe เดิมทีเป็นเมืองที่ทำธุรกิจการค้าซึ่งปัจจุบันยังคงรูปแบบและวัฒนธรรมโบราณของเอโดะอย่างแข็งแกร่ง อาคารบ้านเมือง อนุสาวรีย์ ศาลเจ้าต่างๆยังคงรูปแบบดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเอโดะ เนื่องจากเมือง Kawagoe มีการเก็บรักษาทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีอายุหลายร้อยปีไว้ได้อย่างดีจึงได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและถูกกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญ

ที่เมือง Kawagoe คุณสามารถหลีกหนีความวุ่นวายและฝูงชนในเมืองมาเดินชมบรรยากาศบ้านเมืองสมัยยุคเอโดะ ถนนสายโบราณ รวมถึงชิมอาหารพื้นเมืองแบบดั้งเดิม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวยังไม่พลุกพล่านมากเหมือนที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เป็นเขตเมืองเก่าของญี่ปุ่น

วิธีการเดินทาง

  • โดยรถไฟใต้ดินจากสถานี Ikebukuro ขึ้นรถไฟสาย Fukutoshin ไปลงสถานี Kawagoe ใช้เวลา 33 นาที
  • โดยรถไฟใต้ดินจากสถานี Ikebukuro ขึ้นรถไฟสาย Tobu Tojoไปลงสถานี Kawagoe ใช้เวลา 45 นาที
  • โดยรถไฟ JR จากสถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟสาย Fukutoshinไปลงสถานี Kawagoe ใช้เวลา 46 นาที
  • โดยรถไฟ JR จากสถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟสาย JR Saikyoไปลงสถานี Kawagoe ใช้เวลา 54 นาที

 

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

  • หอนาฬิกา หรือ หอระฆัง โบราณสูง 16 เมตรที่ยังคงบอกเวลาอย่างแม่นยำมายาวนานกว่า 400 ปี
  • Kurazukuri no Machinami โกดังสินค้าเก่าแก่สมัยเอโดะ เป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบกระเบื้องสีดำ ถนนหนทางรอบๆ โกดังเป็นอีกที่ที่ห้ามพลาด เพราะมีมุมน่ารักๆให้แวะถ่ายรูปกันได้ตลอดทาง และยังมีร้านขายของที่ระลึก ของ hand made ท้องถิ่นให้เลือกช้อปมากมาย
  • วัด Seiya-san Muryōshuji Kita-in วัดที่มีอายุกว่า 830 ปีและเชื่อว่าเป็นวัดที่มีความเชื่อมโยงกับท่านโชกุน Tokugawa
  • ศาลเจ้า Hikawa ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงด้านการให้โชคเรื่องความรัก ที่นี่สามารถอธิษฐานขอพรให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรัก เพื่อนร่วมงาน หรือคนในครอบครัวก็ได้ หรือจะซื้อเครื่องรางน่ารักๆพกติดตัว ที่นี่ก็มีวางจำหน่าย ทุกปีระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ศาลจะมีเทศกาลกระดิ่งลม ศาลเจ้าจะมีการประดับตกแต่งด้วยกระดิ่งลมกว่า 2,000 อัน เป็นภาพที่หาดูยากและน่าประทับใจจริงๆ
  • Kashiya Yokocho เป็นตรอกเล็กๆ น่ารักที่เต็มไปด้วยคอลเล็คชั่นร้านขนม มีขนมหวานและของว่างจากทั่วประเทศญี่ปุ่นวางขายอยู่ตลอดทั้งเส้น

ของกินที่อยากแนะนำ

  • ข้าวหน้าปลาไหล จากร้าน Ogakiku เนื้อปลามีความสดใหม่และนุ่มพร้อมซอสที่ทำให้รสกลมกล่อมเข้ากันได้อย่างดี
  • Soft cream มันม่วง ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องมันฝรั่ง จึงมีของกินหลายอย่างที่ทำจากมันฝรั่งทั้งไอศกรีม น้ำแข็งใส เค้ก มันฝรั่งแผ่นทอด และ soba ที่เส้นทำมาจากมันฝรั่ง
  • Tsubakiya Foot Spa Tearoom ร้านคาเฟ่ที่มีสปาเท้าให้บริการ เดินเที่ยวจนเหนื่อแล้วก็มาแวะพักที่นี่ สั่งชาหรือกาแฟ ขนมหวานพร้อมแช่เท้าให้ผ่อนคลาย

เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่น่าจดจำ: เดินไปรอบ ๆ เมืองในชุดยูกาตะ

เที่ยวย่านเมืองเก่าทั้งที อยากแนะนำให้เช่าชุดยูกาตะใส่เดินเที่ยวเพื่อเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ที่นี่มีร้านเช่าชุดยูกาตะให้บริการมากมาย มีชุดให้เลือกกว่า 100 ชุดครบทุกแบบทุกสไตล์รวมทั้งกระเป๋า สายโอบิและรองเท้าที่จับคู่กันได้อย่างลงตัว อีกทั้งพนักงานของร้านยังพร้อมที่จะช่วยคุณแต่งตัวและทำผมให้สวยงามมีเสน่ห์ มาร่วมสร้างความทรงจำอันน่าเหลือเชื่อร่วมกับเมือง Kawagoe กัน

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการเช่าชุดยูกาตะ Kimono Kawagoe

2. Shibamata ย่านเก่าแก่และของกินอร่อยในสไตล์โชวะ

มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืองของโตเกียวประมาณ 30 นาที ก็จะได้พบกับเมือง Shibamata เมืองย้อนยุคที่มีชื่อเสียงด้านบรรยากาศพื้นบ้าน วัดโบราณและสวนญี่ปุ่นรวมถึงอาหารและขนบขบเคี้ยวแบบดั้งเดิมมากมาย

เมือง Shibamata กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมือง Shibamata เปรียบเสมือน Old Tokyo หรือโตเกียวดั้งเดิมที่หาดูได้ยาก เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงและเป็นที่จดจำเนื่องจากเคยเป็นฉากที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์คลาสสิคของญี่ปุ่นเรื่อง "It's Tough Being A Man" ฉากชีวิตและเรื่องราวส่วนใหญ่ในภาพยนตร์อ้างอิงจากสถานที่นี้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยดูและยังนึกภาพไม่ออก เมื่อได้มาเดินเล่นที่เมืองนี้ก็จะได้เพลิดเพลินไปกับเสน่ห์ย้อนยุคสไตล์ญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร

วิธีการเดินทาง

จากสถานี Ueno ขึ้นรถไฟสาย Keisei ไปยัง สถานีKeisei Takasago หลังจานั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย Keisei-Kanamachi และลงที่สถานี Shibamata

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

  • เมื่อเดินออกจากสถานีจะได้พบกับถนนช้อปปิ้งสายหลักซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยย่านเมืองเก่าแห่งนี้ ถนนสายนี้ไม่ยาวมากแต่เต็มแน่นไปด้วนร้านค้าที่น่าสนใจ เช่นร้านขายขนมคลาสสิค ร้านขายของ hand made ที่สังเกตได้ว่ายังคงใช้ตาชั่งแบบโบราณ ยิ่งเดินยิ่งเหมือนย้อนอดีตไปเจอญี่ปุ่นยุคก่อน
  • เมื่อเดินจนสุดถนนจะเจอวัด Shibamata Taishakuten วัดที่มีโครงสร้างเก่าแก่แต่งดงามประจำเมือง Shibamata สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1629 วัดนี้ยังเป็นที่สถานที่สำหรับโชว์ผลงานของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นหลายคน
  • สวน Yamamoto-Tei เป็นสวนที่อยู่ในบ้านญี่ปุ่นโบราณ สง่างามและเงียบสงบ ออกแบบอย่างผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกและแบบญี่ปุ่นยุคไทโช ในปี ค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา สวน Yamamoto-Tei แห่งนี้ได้รับรางวัลที่ 3 ในการจัดอันดับประจำปีของ Shiosai นอกจากเดินชมสวน ที่นี่ยังมีบริการให้ผู้มาเยี่ยมชมได้เพลิดเพลินกับของหวานสไตล์ญี่ปุ่น สั่งมากินพร้อมชมบรรยากาศสวนไปพร้อมกันได้เลย
  • Tora-san Museum ฉากที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "It's Tough Being A Man" พิพิธภัณฑ์ Tora-san จัดทำขึ้นเพื่อแฟนๆ ภาพยนตร์โดยเฉพาะ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อน พิพิธภัณฑ์แห่งไม่ใช่สถานที่น่าเบื่ออย่างแน่นอน เพราะที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตและยังเปิดโอกาสให้เรียนรู้วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของคนญี่ปุ่นในอดีตได้อย่างดีเยี่ยม

ของกินที่อยากแนะนำ

เดินเล่นไปตามถนนเรื่อยๆก็จะเจอกับร้านอาหารอร่อยๆและร้านขนมแบบคลาสสิคควรค่าแก่การชิม เช่น

  • Ebisu-Ya ร้านอาหารย้อนยุคสร้างมาตั้งแต่สมัยเอโดะ แน่นอนโครงสร้างของร้านทำด้วยไม้และภายในบริเวณร้านยังมีสวนและบ่อน้ำให้ผู้มาเยือนได้กินไปดูวิวไปเพลิดเพลินกับความรู้สึกย้อนยุคแบบญี่ปุ่น
  • Yamatoya ร้านขายกุ้งทอดหรือข้าวหน้าเทมปุระ ที่เจ้าของร้านใจดีให้กุ้งตัวใหญ่ถึง 2 ตัว ทอดจนเหลืองกรอบเสริฟพร้อมกับผักและน้ำจิ้มเทมปุระหวานอร่อย
  • Takagiya มาถึงร้านขนมกันบ้าง ร้านนี้มีชื่อเสียงด้านขนมโมจิ 1 ศตวรรษที่มีชื่อว่า "Kusa Dango" เป็นขนมโมจิรสชาเขียวโปะด้วยถั่วแดงหวานอร่อย
  • Asanoya ร้านขายเซมเบ้ หรือขนมข้าวอบแบบดั้งเดิม ที่ผลิตและอบกันเองภายในร้าน ทั้งอร่อยและเหมาะกับที่จะซื้อไปเป็นของฝาก

 

พบกับรีวิวอีก 3 สถานที่ท่องเที่ยวชานเมืองโตเกียวกันต่อบทความหน้า Part 2 นะคะ

แหล่งที่มาและภาพประกอบ livejapan

Momiji

About Author

สนใจ และชื่นชอบเกี่ยวกับญี่ปุ่นในทุกแง่มุม เช่น การท่องเที่ยว ศิลปะวัฒนธรรม ภาษา บันเทิง อาหาร ประวัติศาสตร์ การ์ตูน และอื่นๆ มีประสบการณ์ใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น และทำงานคลุกคลีกับชาวญี่ปุ่น มีความสุขที่ได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆผ่านตัวหนังสือ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักเขียน เพื่อบอกเล่าถึงเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นในแง่มุมต่างๆให้กับผู้ที่สนใจและชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นได้สัมผัสด้วยนะคะ

Leave a Reply