Updated

5 เหตุผลที่คนไทยหลงรัก เรียวตะ โอมิ จาก The Face Men สู่ ฮาโซเบะ นายคะอย่ามาอ่อย

หนุ่มญี่ปุ่นที่พกเอาความกล้ามาไทยในสังกัด Yoshimoto Thailand เพื่อมาเป็นผู้เข้าแข่งขัน The Face Men Thailand Season 2 จากนั้นก็มีงานโฆษณา พิธีกร นายแบบ ดีเจ เล่น MV และแล้วอยู่ๆ ก็กลายมาเป็น ฮาโซเบะ ใน "นายคะอย่ามาอ่อย" แถมยังดังขึ้นแท่นนักสร้างสรรค์คลิปใน Tiktok มี 1.2 ล้านผู้ติดตาม จนคนไทยเริ่มสนใจว่า ไอหนุ่มหน้าหวานที่ทำเรื่องเล่นๆ ให้เป็นเรื่องจริงจังคนนี้ เขาคือใคร

คำถามต่อมาคือ ผ่านมา 2 ปีกับ 3 เดือนแล้ว เรียวตะยังไม่กลับญี่ปุ่นอีกเหรอ! (ตั้งแต่วันที่เริ่มเป็น The Face Men ตอนนั้นก็เป็นเดือน 10 ปี 2018)

บทความต่อไปนี้จึงเป็นมุมมองของหนึ่งในแฟนคลับ

  • แสดงให้เห็นที่เห็นพัฒนาการของเรียวตะตั้งแต่วันแรก จนวันนี้ได้กลายเป็นนักแสดงนำในซีรีส์ไทย นายคะอย่ามาอ่อย 
  • อะไรทำให้อยู่ไทยยาวๆ 
  • และอะไรคือเหตุผลที่ทำให้แฟนๆ หลงรักเรียวตะ ติดตามไปด้วยกัน! 

ความกล้าหาญแบบซามูไร

เรียวตะตอนอายุ 30 ปี เขาถูกชักชวนให้มาไทยในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายการ The Face Men แบบที่ยังคิดว่าถนนในกรุงเทพฯ นั้นยังเป็นดินแดง ไม่มีห้าง ไม่มีอะไรเลย! และยังมาแบบที่ไม่เข้าใจภาษาไทยเลย! พูดอังกฤษก็แทบไม่ได้ หา! แล้วจะสื่อสารกันยังไง คำสัมภาษณ์นี้ถูกเปิดเผยในคลิปยูทูป

แถมประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขาในญี่ปุ่นก็แทบจะเกี่ยวข้องกับการเดินแบบหรือถ่ายแคมเปญโฆษณาเลยสักนิด

จากนักมวยอาชีพ 3 ปีในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ผันตัวเองมาเป็นนักแสดงตลกในสังกัดโยชิโมโตะกับฉายา “Ryota Moisture” และได้รับใบอนญาตด้านเครื่องสำอางของ japan cosmetic licensing association ได้ระดับ 1 เขาก็เริ่มท้อใจกับการเป็นดาราตลกในญี่ปุ่น ออกมาคว้าโอกาสแบบตายเอาดาบหน้าที่ไทยดีกว่า

แต่เขาจะรู้หรือเปล่าว่า รายการ The Face นี่เป็นรายการที่กดดันเป็นบ้า กว่าจะจบหนึ่งแคมเปญก็เครียดเอาเป็นเอาตาย …”เรียวตะ นายทำได้” เป็นคำที่เมนเทอร์โทนี่พูดให้กำลังใจเสมอ และก่อนจะเริ่มแคมเปญอันหนึ่ง “พี่โทนี่ ขอกอดหน่อย” ยังเป็นภาพจำที่แฟนๆ เห็นแล้วเกิดความเอ็นดูเขาเหลือเกิน

สรุปเรียวตะคือ นักมวย - ตลก - บิวตี้ ผสมกันเป็นสกิลก่อนมาไทย เขามีทั้งความแข็งแรง มุมมองบวก ขี้เล่น ขี้อ้อน และความเอาใจใส่เก็บรายละเอียด นิสัยเหล่านี้ก็ได้ทำให้สุดท้ายแล้วเขาก็สามารถเป็นตัวแทนจากทีม Monster เข้าสู่รอบ Final Walk

เรียวตะ ขายสไตล์ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น

แคมเปญของ The Face Men คือพื้นที่ฝึกความแกร่ง ซึ่งหากมองข้ามผู้เข้าแข่งขันอื่นไป เรียวตะกำลังพยายามสู้กับตัวเองให้เก่งขึ้นต่อเนื่อง เพราะคู่แข่งมีแต่คนที่มีหุ่นซิกแพค อายุน้อยเฉลี่ย 19-25 ปี และเก่งภาษาอังกฤษเข้าขั้น Native Speaker ที่สำคัญขายแอดติจูดลุคเท่ๆ แข็งแรง ตรงข้ามกับเรียวตะที่มีลุคตลก ชอบเล่นใหญ่เกินเบอร์ 

และถึงแม้จะดูน่าเอ็นดูในสายตาเมนเทอร์และมาสเตอร์ ลึกๆ ทุกคนยังคาดหวังให้เรียวตะเก่งกว่านี้ได้อีก จนกระทั่งมีการร้องขอจากมาสเตอร์ลูกเกดว่า "อยากเห็นด้านซีเรียสของเรียวตะ" จากนั้นเรียวตะจึงดูพยายามมากขึ้นจนเราเองยังรู้สึกเหนื่อยแทน

ไม่น่าเชื่อว่า เขาจะอยู่จนกระทั่งแคมเปญสุดท้าย และนี่เองที่เรียวตะดูเป็นตัวเองแบบไม่ต้องพยายาม ลองดูคลิปโฆษณาสไตล์เรียวตะกัน

 

จากนั้นก็เข้าสู่การเดินแบบรอบ Final Walk ที่โทนี่ปล่อยให้เรียวตะสามารถเป็นตัวเองได้ โดยทีมโทนี่ตีโจทย์ต่างจากทีมอื่นที่เน้นความเท่ ความสมบูรณ์แบบ เรียวตะในชุดเดวิลสวมปีกนางฟ้าจึงกลับเต้นท่าคิกขุแล้วลงไปนอนกับพื้นเอามือเท้าคางทำท่ามุ้งมิ้ง ดูญี่ปุ๊นญี่ปุ่น 

เจออย่างนี้เข้าไปแฟนคลับก็ใจอ่อนกันเป็นแถว แต่ส่วนตัวคือ ทึ่งมาก ที่เรียวตะพกเอาความกล้ามาบนเวทีแล้วแสดงได้อย่างอิสระขนาดนี้ เขาเก่งขึ้น 100% อย่างเห็นได้ชัด

ฝึกเป็นคนไทย

เชื่อไหมว่า หลังจากทำงานกับ The Face Men จบ เรียวตะเกิดติดใจวงการบันเทิงไทยที่ไม่เข้มงวด และไม่แบ่งแยกระดับรุ่นพี่รุ่นน้องเหมือนญี่ปุ่น ตัดสินใจอยู่ไทยยาวๆ ไม่กลับญี่ปุ่นแล้ว! แต่การมาอยู่ประเทศไทยคนเดียว โดยครอบครัวเขายังอยู่ญี่ปุ่น บางทีมันก็ต้องมีคิดถึงประเทศญี่ปุ่นบ้างแหละ แต่เจ้าตัวกลับบอกว่า ไม่คิดถึงเลย! 

คราวนี้เขาต้องปรับตัวทั้งเรื่องภาษา โดยเขาฝึกเรียนภาษาไทยอย่างสม่ำเสมอ ฝึกเขียนเรื่องสั้นที่ตลกสไตล์เรียวตะให้แฟนๆ อ่านใน IG story และการเข้าสังคมไทยที่เน้นเฮฮา ตลก สนุก ซึ่งเขาแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย ดูเป็นคนไทยไปแล้ว!

อันที่จริง พออยู่ไทยยิ่งนานก็จะเริ่มเห็นข้อเสียมากขึ้น เพราะญี่ปุ่นกับไทยบ้านเมืองค่อนข้างต่างกัน แม้คนไทยจะใจดี เป็นเพื่อนด้วยง่าย พูดเก่ง แต่ไอความง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร จึงทำให้ไร้ระเบียบ

สำหรับเรียวตะ เขากลับมองความวุ่นวายไร้ระเบียบของไทยเป็นความประทับใจ เช่น พฤติกรรมแว๊นของพี่ๆ มอเตอร์ไซต์ที่เมื่อไฟแดงจะขี่ไปจอดที่หน้าสุดเตรียมซิ่งออกตัวเร็วเมื่อไฟเขียว เรียวตะบอกเหมือนเกมส์มาริโอ้คาร์ท ตลกกกก 

และไอความมองบวกแบบเด็กๆ คิดว่าเป็นเรื่องสนุกไปทุกอย่างนี่เองที่อาจเป็นที่มาของความหน้าเด็กตลอดกาลของเรียวตะก็เป็นได้

แบรนด์ดิ้งตัวเองเป็น Ryotamoisture

ในเมื่อประกาศมาแล้วว่าจะอยู่ไทยตลอดไป เรียวตะก็ทำสื่อของตัวเองชื่อ Ryotamoisture และที่ประสบความเร็จมียอดคนติดตามมากสูงสุด1.2 ล้านผู้ติดตามคือ Tiktok กับผลงานสนุกๆ ตลกๆ มากมาย เริ่มต้นตั้งแต่ติกตอกเพิ่งเริ่มฮิตเมื่อธันวาคม 2018 

นอกจากนี้เรียวตะยังเปิดช่อง Youtube (เปิดเมื่อสิงหาคม 2019) เพื่อให้คนไทยเข้าใจวัฒนธรรมความแตกต่างระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นด้วย 

อันที่จริง สื่อโซเชียลไม่ว่าจะเป็น Tiktok Youtube Instagram Facebook เหล่านี้ ก็เป็นช่องทางลัดสำหรับการเป็น Talent ของบรรดาคนญี่ปุ่นที่มาอยู่ไทย ขอเพียงมีไอเดีย และความขยันก็สามารถมีผู้ติดตามได้ไม่ยาก และจากนั้นแบรนด์ก็จะจ้างให้ขายสินค้าเข้ามาเอง (ปัจจุบันเรียวตะออกจากต้นสังกัดโยชิโมโตะมารับงานเองผ่าน LINE:@ryotamoisture)

แต่ก็ไม่ใช่ว่า หน้าตาดี ไอเดียดีแล้วจะขายสินค้าสำเร็จ มันต้องเอาสเน่ห์ที่กำลังพอดีเข้าช่วยด้วยน่ะสิ ยกตัวอย่าง ล่าสุดเรียวตะทำคลิปขาย Birdy Latte เอง โดยตัวเองได้แต่งหญิงแสดงเป็นทั้งแฟนสาวเอาแต่ใจ และแฟนหนุ่มบ้าพลัง แน่นอนคนดูดูก็รู้ว่ากำลังจะขายกาแฟ แต่เพราะสนุกเลยดูจนจบ (ไปหลายรอบ)

ต่อไปผมจะเป็นนักแสดงตลกไทยครับ

เพราะประเทศไทยได้ให้ในสิ่งที่เขาต้องการจนเลิกคิดถึงญี่ปุ่นไปแล้ว อาจจะเพราะวงการบันเทิงญี่ปุ่นถ้าคนไหนยังไม่ดังก็อยู่ยาก และโอกาสเติบโตก็น้อย เรียวตะจึงตั้งเป้าหมายในไทยไว้ว่า เขาต้องการเป็นคนญี่ปุ่นที่ดังที่สุดในวงการบันเทิงไทยเหมือน ซอ จียอนจากเกาหลี และทำงานแสดงตลกกับเวิร์คพอยท์

ในเมื่อตั้งเป้าไว้สูง เรื่องงานการแสดง พิธีกร โฆษณาที่มีเพิ่มเข้ามาจึงไม่ต้องเป็นห่วง ถึงจะยากจะเหนื่อยยังไงเขาแค่บ่นนิดๆ หน่อยๆ แล้วสู้ต่อ สิ่งนี้เลยทำให้คนที่ทำงานร่วมกับเรียวตะรู้สึกสบายใจ 

ตั้งแต่วันแรกที่เขาทำงานกับ The Face Men จนวันนี้ สิ่งที่เราเห็นคือ “เขาไม่เคยสูญเสียความกระตืนรือร้นไป - ความกระตือรือร้นแบบเด็กชายที่จะได้ทำอะไรสนุกๆ” แถมเรียวตะยังมี DNA ความญี่ปุ่นด้านความขยัน มีวินัย และรับผิดชอบด้วย นี่ล่ะคือสเน่ห์ที่แฟนๆ ประทับใจเรียวตะ ถึงขนาดล่าสุดยังมีจัดเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ด้วย!

ล่าสุด งานแสดงเรื่อง “Oh my boss  นายคะอย่ามาอ่อย” (2021) เนื้อเรื่องจากนิยายแจ่มใส เขียนโดย เจ้าหญิงผู้เลอโฉม ที่จะออกฉายช่อง GMMTV ผู้กำกับ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ยังออกปากชมในความขยันของเรียวตะ โดยเขาแสดงเป็นฮาโซเบะ หัวหน้าฝ่ายขายสุดแซ่บผู้เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวทั้งในและนอกแผนก 

สรุป เรียวตะประกาศจะอยู่ไทยทำงานวงการบันเทิงเป็นคนญี่ปุ่นที่ดังที่สุดให้ได้ และพัฒนาช่องยูทูป และติ๊กตอกต่อไป

 

ชื่อ : เรียวตะ โอมิ

บ้านเกิด : โตเกียว

วันเกิด : 25 ธันวาคม 1987

กรุ๊ปเลือด : O

ส่วนสูง : 183 cm

ช่องทางติดตามเรียวตะ : Tiktok Youtube Instagram Facebook Twitter

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)