Travel

แนะนำ 15 สถานที่ชมซากุระที่จะกลายเป็นความทรงจำสีชมพูในโทโฮคุ

โทโฮคุ (Tohoku/ 東北)เป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามธรรมชาติสร้างสรรค์ โดยเฉพาะหากใครต้องการเติมความสดชื่น ชุ่มฉ่ำใจด้วยดอกซากุระกลีบบาง สีอ่อนหวานแล้วล่ะก็ ที่นี่มีให้ทุกคนได้ไปชมสมใจแน่นอน

และการจะชมซากุระให้ครบทุกที่ทั่วโทโฮคุ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยากจนเกินไป เพียงแค่ต้องการเทคนิกนิดหน่อย และวันลาอย่างน้อย 15 วัน (เต็มแมกซ์ฟรีวีซ่าไปเล้ย) ก็จะครบทุกจังหวัด ฟุกุชิม่า ยามากาตะ มิยากิ อิวาเตะ อากิตะ และอาโอโมริ เราเลือกไล่จากใต้ขึ้นเหนือ มานำเสนอค่ะ แต่ละที่ก็สวยงามแตกต่างกันไป เลยห้อยท้ายชื่อหัวข้อย่อยไว้ด้วยว่าเป็นการชมซากุระรูปแบบไหน เพื่อสะดวกตัดสินใจไปชม แต่ก็อยากให้ไปได้ครบทุกที่นะคะ
อ่านเทคนิค วิธีวางแผนการเดินทางให้ได้เห็นซากุระงามๆ โดยรถไฟชินคันเซนทั่วโทโฮคุ อย่างละเอียด

เอาล่ะ พร้อมเที่ยวแล้ว ไปเริ่มชมซากุระกันเล้ย

เลือกอ่านได้เลย!

1. “ฟุกุชิม่า” แม่น้ำคันนนจิ Kannonji river sakura-観音寺川  l ซากุระริมลำธาร

ภาพจาก https://www.facebook.com/WeLoveFukushimaTH/

เพียงแค่จินตนาการภาพธารน้ำคันนนจิขนาดเล็กที่มีต้นซากุระขนาดใหญ่ออกดอกฟูเต็มที่ทั้งสองฝั่งลำธารเรียงรายเป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร กลายเป็นภาพอุโมงค์ซากุระเหนือธารน้ำ พร้อมบรรยากาศที่เงียบสงบของเมืองชนบทเล็กๆ ของญี่ปุ่น

ฟีลนี้เราไม่ค่อยจะได้เห็นถ้าไม่ได้มาอยู่ญี่ปุ่นบ้านนอกๆ อย่างฟุกุชิม่า เท่านี้เราก็ฟินแล้วค่ะ ยิ่งช่วงเวลากลางคืนจะมีการเปิดไฟส่องสว่างไปที่ต้นซากุระหรือที่เรียกว่า Liht-up ด้วย โอ้ยยย แสนจะโรแมนติก เหมือนภาพวาดสีน้ำมันยุค Impressionism นึกไปนู่นแหนะ
รีวิว Kannonji Sakura อย่างละเอียด

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Banetsu Saisen ไปลงสถานี Kawageta จุดชมซากุระ Kannonji river อยู่ห่างจากสถานี Kawageta เพียง 700 เมตร
https://goo.gl/maps/A2v9dhSwhM

2. “ฟุกุชิม่า” ปราสาทสึรุกะ Tsuruga-jō-鶴ヶ城 (เมืองไอสึ-วากามัตสึ)  l ซากุระข้างปราสาท

ปราสาทสึรุกะ ถือเป็นแห่งเดียวที่มีหลังคาสีแดงในบรรดาหอคอยกลางปราสาทที่มีอยู่ในปัจจุบันทั่วญี่ปุ่นนั้น ด้านในของตัวหอคอยยังเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสปราสาทของไอสึได้

ซากุระข้างปราสาท สองสิ่งนี้มันคอนทราสมาก ด้วยปราสาทคือความยิ่งใหญ่แข็งแกร่ง ในขณะที่กลีบซากุระแค่โดนลมพัดระลอกหนึ่ง ก็ปลิวหายร่วงกับพื้น มันบอบบางและสวยงามมาก เมื่อมันมาอยู่คู่กัน มันบอกไม่ถูก ซากุระดูสวยสง่าขึ้นกว่าเดิม ส่วนปราสาทก็ดูอ่อนโยนเป็นมิตรมากกว่าเดิมเช่นกัน รวมๆ แล้วคือ Perfect Combination น่ารัก 🙂
รีวิว Tsuruga-jō อย่างละเอียด

การเดินทาง : จากสถานี จากสถานี JR Koriyama จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR Banetsu Saisen แล้วลงที่สถานี JR Aizu-wakamatsu ต่อรถบัส 15 นาที ลงป้าย Tsurugajo-kitaguchi
https://goo.gl/maps/XJG8TZjop3A2

3. “ฟุกุชิม่า” อนุสรณ์นิจจู ทางสำหรับจักรยานและเดินเท้า  Nicchu Line-線記念自転車歩行者道 (เมืองคิตะคาตะ) l ซากุระในชุมชน

ตัวภาษาญี่ปุ่นยาวๆ นี่อ่านออกเสียงว่า นิจจูเซ็นคิเนน จิเต็งฉะโฮะโคฉะโด ขอเรียกสั้นๆ ว่า ‘นิจจูไลน์’ แห่งเมือง Kitakata (喜多方市) เป็นสถานที่ชมซากุระพันธ์ย้อย ที่ชื่อ ชิดาเระ ซากุระ (Shidare Sakura-枝垂れ桜) มากกว่า 1,000 พันต้น ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในภูมิภาค Tohoku เราสามารถเพลิดเพลินตลอดระยะทาง 3 ก.ม. โดย 0.5 ก.ม.แรก เป็นภาพซากุระเป็นแนวยาวเรียบบ้านเรือน และทุ่งนา มีฉากหลังเป็นเทือกเขา Bandai ที่ยังมีหิมะหลงเหลืออยู่

เมื่อถึงระยะ 1.5 ก.ม. จะเห็นหัวรถจักรไอน้ำ (SL) ตัวโชว์ตั้งตะหง่าน เป็นภาพจำที่ควรถ่ายรูปบันทึกไว้มากๆ ในอดีตเป็นทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างสถานี Kitakata (คิตะคะตะ) กับ สถานี Atsushio (อัทสึซิโอะ) เส้นทางนี้ถูกยกเลิกใช้ไปในปี 1984 และได้รับการปรับปรุงให้เป็นถนนสำหรับคนเดินและปั่นจักรยาน คำแนะนำคือ หาจักรยานเช่าตั้งแต่อยู่ที่สถานีคิตะคาตะเลย เพื่อไม่ต้องเหนื่อย  ถัดมาเป็นระยะระหว่างกิโลเมตรที่ 2.0 – 2.5 จะมีอุโมงค์ซากุระย้อยลงมาเหมือนม่านน้ำตกสีชมพูสวยงามมาก และระยะกิโลเมตรที่ 2.7 จะเห็นดอกแดฟโฟดิล กับซากุระ รีวิว Nicchu Line อย่างละเอียด

การเดินทาง : จากสถานี JR Koriyama นั่งรถไฟสาย JR banetsu west line ไปลงที่สถานี Aizu-Wakamatsu แล้วเปลี่ยนสายนั่งต่ออีกประมาณ 27 นาที ลงที่สถานี Kitakata จากหน้าสถานีเลี้ยวซ้ายเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร
https://goo.gl/maps/yrHvkLkFdbT2

4. “ยามากาตะ” สวนสาธารณะคาโจ (Kajō Park-山形城・霞城公園) l ซากุระในสวน

สวนสาธารณะคะโจ เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Yamagata อดีตเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทที่สรัางเมื่อปี 1357 มาก่อน ซากุระที่นี่มีถึง 1,500 ต้นเป็นพันธุ์โซเมโยชิโนะ และเมื่อมันบานพร้อมกันทั้งสวนจะฟูสวย แม้ว่าสวนจะใหญ่มากมีพื้นที่ราว 3,490 ตร.กม. เดินไม่ทั่วสักที แต่ไม่น่าเบื่อเลย เพราะแต่ละมุมให้ฟีลที่แตกต่างกัน

ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเมืองที่มานั่งปิกนิก โดยนักท่องเที่ยวอย่างเราหากมาแล้วไม่ได้เตรียมอาหารมาสำหรับมื้อเที่ยง ก็ยังมีซุ้มอาหารขายเช่น ยากิโซบะ ที่ใกล้บริเวณอนุสาวรีย์ Shiba Kaneyori ผู้สร้างปราสาทอีกด้วย โดยมุมนอกกำแพงปราสาท จะเห็นภาพต้นซากุระเก่าแก่ย้อยลงมาข้างบ่อน้ำข้างปราสาท คู่ไปกับภาพรถไฟทั้งเจอาร์ และชินคันเซนวิ่งผ่าน เป็นภาพที่น่าจดจำมาก เมื่อถึงเวลากลางคืนก็อย่าลืมตั้งค่ากล้องให้พร้อม และมาดู Light-up ที่จะให้ภาพซากุระยามค่ำคืนเป็นความโรแมนติกอีกแบบ รีวิว Kajō Park อย่างละเอียด

การเดินทาง : จากสถานี JR Yamagata เมื่อออกจากสถานี เดินย้อนขึ้นตามทางรถไฟที่นั่งมา ประมาณ 10 นาที
https://goo.gl/maps/xz6bw8BT51G2

5. “ยามากาตะ” แม่น้ำมามิงาซาคิ (Mamigasaki River-馬見ヶ崎川) l ซากุระริมแม่น้ำ

ซากุระริมแม่น้ำมามิงาซาคิอาจจะไม่ได้โด่งดังสู้ที่แม่น้ำชิโระอิชิ เมืองโอกาวาระ มิยางิ หรือที่ เมืองคิตะคามิ อิวาเตะ เพราะมีต้นซากุระประมาณ 200 ต้น แต่ข้อดีของที่นี่คือ คนน้อย แทบไม่เห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเลย จะมีก็แต่ตากล้องที่พกเลนส์ซุปเปอร์ซูมมาถ่ายความสวยงามของซากุระที่สวยเทียบเท่าสองที่ดังกล่าว ข้อดีอีกอย่างคือ ที่จังหวัดยามากาตะ ช่วงที่ดอกซากุระบาน บนภูเขาจะยังมีหิมะปกคลุมหลงเหลืออยู่ ดังนั้นจึงสามารถชมความงามดอกซากุระไปพร้อมๆ กับความงามของหิมะที่ปกคลุมบนภูเขาเป็นฉากหลังอยู่ได้อีกด้วย

คนเมืองนี้เลยจัดว่าโชคดีมากเพราะมีสถานที่ดีๆ ให้นั่งปิกนิกกันข้างแม่น้ำเลย มีทั้งซุ้มยาไต หรือซุ้ม Street Food เช่น ทาโกยากิ เหมือนที่สวนคาโจ แต่จำนวนมากกว่า อากาศเย็นสบายอีกด้วย กลางคืนที่นี่ก็เปิดไลท์อัพเหมือนกันค่ะ รีวิว Mamigasaki River อย่างละเอียด

การเดินทาง : เรียกแท็กซี่จากสถานียามากาตะ ใช้เวลา 10 นาที
https://goo.gl/maps/sSbYbpfovp52

6. “ยามากาตะ” สวนเทนโดบนเขาไมซูรู  (Tendo Park-天童公園(舞鶴山)) l ซากุระในสวนบนเขา

ทางเข้าของสวนเทนโดอาจจะมองไม่ออกว่า เอ๊ะ ที่นี่สุสานป่าว ฮา แต่เมื่อปีนจนถึงยอดเขา คิดว่า ที่นี่ไม่เหมือนจุดชมซากุระที่อื่นๆ เลย ที่สวนเทนโดมีทั้งหมากรุกญี่ปุ่นที่มีขนาดเท่าคน โดยจะมีงานเทศกาลหมากรุกประจำปีวันที่ 21 – 22 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระกำลังบานพอดี ในสวนมีต้นซากุระทั้งหมดประมาณ 2,000 ต้น โดยมีปู่ทวดซากุระที่ถูกปลูกไว้ด้วยอายุ 200 ปี บริเวณทางขึ้นเขา ซึ่งเราก็จะพบกับตากล้องที่พกเลนส์ซูมมาอีกแล้ว

แถมกลางคืนยังมีไลท์ อัพ เริ่ม 6:30 PM – 10 PM และเหมือนๆ กับที่อื่นๆ ที่เมื่อมีเทศกาลชมซากุระ ก็ต้องมาพร้อมกับยาไต ซุ้มอาหารจ้า รีวิว Tendo Park อย่างละเอียด

การเดินทาง เดินเท้าจากสถานีเทนโด 20 นาที หรือจะเช่าจักรยานจากหน้าสถานีมาเลยก็ได้ค่ะ
https://goo.gl/maps/3zGn2kGdTR92

7. “ยามากาตะ” วัดยามาเดระ (Yamadera-宝珠山 立石寺) l ซากุระในวัดบนเขา

วัดยามาเดระมีชื่อที่เป็นทางการว่า วัดโฮจูซังริชชาคุจิ Hojusanrisshakuji ตั้งอยู่บนเขา จึงได้มีชื่อเรียกว่า ยามาเดระ ยามะแปลว่า ภูเขา เดระ แปลว่า วัด ในระหว่างขั้นบันไดที่ 1,015 จะมีวัด Konpon-Chudo, Niomon gate, Godaido, Okunoin และมีจุดชมวิวอยู่ที่ Godaido เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของวัด

และที่จุดชมวิวนี่แหละที่ขอแนะนำเลยค่ะ เป็นมุมสูงที่ให้เห็นบ้านเเรือน และดงซากุระสีชมพูเข้ม อ่อนปนกันไป สวยน่ารักหวานกระจุกกระจิกมากค่ะ พร้อมฉากภูเขาลูกเล็กลูกใหญ่สลับสับหว่าง เป็นภาพที่ต้องยกกล้องมาถ่ายรูปรัวๆ เลยล่ะ อันที่จริงตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากรถไฟที่สถานียามาเดระ เราก็จะได้เห็นความสวยงามของซากุระที่รอต้อนรับอยู่ เรื่อยไปตลอดทางจนถึงทางขึ้นวัด และถ้าจะให้ฟินมากขึ้น แนะนำหาร้านโซบะข้างแม่น้ำ นั่งชื่นชมทอดสายตาให้ผ่อนคลาย และโมเมนต์นั้นจะกลายเป็นความทรงจำที่น่าจดจำมากค่ะ รีวิว Yamadera อย่างละเอียด

การเดินทาง : ลงสถานีเจอาร์ยามาเดระ เดินเท้าต่อ 6 นาที
https://goo.gl/maps/Xh4XtXCZgWJ2

8. “มิยะงิ” แม่น้ำชิโรอิชิ Shiroishigawa Ugan Riverside Park 白石川堤 一目千本桜 (เมืองโองะวะระ) l ซากุระริมแม่น้ำ

ภาพจาก https://www.facebook.com/miyagidmoth/

จริงๆ แล้วที่นี่ไปครั้งหนึ่งได้ถึงสองงาน คือ เทศกาลชมซากุระแห่งโองะวะระ และชิบาตะ สองเมืองนี้อยู่ติดกันค่ะ ฮอตฮิตในเรื่องความงดงามของดอกซากุระที่พร้อมใจกันเบ่งบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ซากุระริมแม่น้ำชิโรอิชิโดดเด่นด้วยพันธุ์โซเม-โยชิโนะที่มี 5 กลีบตามแบบฉบับดั้งเดิมของดอกซากุระที่เรารู้จักกัน สีชมพูอ่อน สีเกือบขาว ดอกเยอะๆ ฟูๆ เต็มต้น บานสะพรั่งงดงามอยู่ริมแม่น้ำชิโรอิชิ (Shiroishi River) ทั้งหมด 1,200 ต้น ยาวเรียงกันเป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร บริจาคโดย Mr. Kaijiro Takayama ในปีค.ศ. 1923 และค.ศ. 1927 มีฉากหลังเป็นเทือกเขาซะโอที่ยังมีหิมะหลงเหลืออยู่

จุดที่แนะนำเป็นพิเศษก็คือ เส้นทางจากสถานีโองะวะระ (Ogawara Station) บนรถไฟสาย JR Tohoku Main Line ไปจนถึงสถานีฟุนะโอกะ (Funaoka Station) เป็นระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีบริการล่องเรือชมวิวซากุระที่สะท้อนบนผืนน้ำชิโรอิชิ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที รีวิว Shiroishigawa Ugan Riverside Park อย่างละเอียด

เวลาทำการ: 10:00 – 16:00 น.
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน
เด็ก (อายุต่ำกว่า 12 ปี) 800 เยน

การเดินทาง: จากเซนได นั่งรถไฟสาย Tohoku มาลงที่สถานี Funaoka หรือลงที่สถานี Ogawara โดยริมแม่น้ำจะอยู่ระหว่างสองสถานี
https://goo.gl/maps/uJqJSFqpi822

9. “มิยะงิ” สวนสาธารณะซากปราสาทฟุนาโอกะ  Funaoka Castle Ruins Park – 船岡城址公園 (เมืองชิบาตะ) l ซากุระในสวนบนเขา

ภาพจาก https://www.facebook.com/miyagidmoth/

ด้านบนสุดของสวนสาธารณะซากปราสาทฟุนาโอกะ สามารถมองเห็นวิวซากุระได้แบบพาโนราม่าจากมุมสูง เรียกง่ายๆ รวมๆ ว่า ฮิโตเมะเซนบง ฮาาา มันง่ายไงวะ ช่วยกันจำหน่อยแล้วกันนะ คำว่า ฮิโตเมะ 一目 แปลว่า หนึ่งตา 千本 แปลว่า พันต้น รวมคือ 一目千本桜 “ฮิโตเมะ เซ็มบง ซากุระ (Hitomesenbon zakura)” เพียงแค่กวาดตาครั้งหนึ่ง เราจะเห็นความสวยงามของซากุระถึงพันต้น สวยมากกกก  และยังสามารถขึ้นไปสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิมได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีบริการนั่งรถกระเช้า หรือ Slope car ระยะทางประมาณ 300 ม. ขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาด้วย คล้ายๆ การลอดผ่านอุโมงค์ซากุระเลยก็ว่าได้ รีวิว Funaoka Castle Ruins Park อย่างละเอียด

เวลาทำการ: 10:00 – 15:00 น.
ค่าตั๋ว: ผู้ใหญ่ 500 เยน
เด็ก 300 เยน

การเดินทาง: จากเซนได นั่งรถไฟสาย Tohoku มาลงที่สถานี Funaoka แล้วเดินต่อมาที่สวนสาธารณะระยะทางประมาณ 1 กม.
https://goo.gl/maps/nJoJ9eSZAyN2

10. “มิยะงิ” ศาลเจ้าชิโอกามะ Shiogama Shrine-鹽竈神社 (เมืองชิโอะกามะ) l ซากุระในศาลเจ้า

ศาลเจ้าชิโอกามะ ที่มีอายุถึง 1,200 ปีเป็นจุดชมวิวซากุระที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง และเมืองชิโอกามะก็เป็นเมืองที่อยู่บนเขาริมทะเล (Pacific ocean) เท่ป่ะล่ะ ทางขึ้นเป็นบันไดหิน 202 ขั้น ดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เมื่อขึ้นมาถึงประตูทางเข้าศาลเจ้าจะพบซากุระเลยทันที ซากุระพันธุ์ย้อยสีชมพูสวย ชื่อชิดาเระ ซากุระ (Shidare Sakura-枝垂れ桜)  ที่นี่มีซากุระ 35 พันธุ์รวม 200 ต้น โดยศาลเจ้าชิโอกามะเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่มีความเข้มงวดมากที่สุดในญี่ปุ่นเหนือ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศอันเคร่งเครียดภายในศาลเจ้าชิโอกามะก็จะเปลี่ยนไปทันที

ใครที่คิดว่าซากุระในศาลเจ้าจะเก่าแก่โบราณชวนเบื่อ เรากลับมองว่า มันคลาสสิก น่ารัก  

สีแดงก่ำ และดำดุดันของสิ่งปลูกสร้าง ตัดกับสีชมพูอ่อนโยนของซากุระ และลวดลายพริ้วไหวเหมือนเกลียวคลื่นเก่าแก่แต่ร่วมสมัย มีต้นสนญี่ปุ่นต้นใหญ่เป็นฉากหลัง และเสียงการย่ำเท้าบนทางเดินกรวดหิน นี่แหละ สวยงามโรแมนติกราวบทกวีสไตล์นิฮง ฮา รีวิว Shiogama Shrine อย่างละเอียด

การเดินทาง : นั่งรถไฟJR สายSenseki ลงสถานี Hon-Shiogama (本塩釜駅)  แล้วเดิน 15 นาที (จากเซนไดราวๆครึ่งชม.)
https://goo.gl/maps/Zn3gUhMeEtS2

11. “มิยะงิ” สวนมัตสึชิม่า ไซเกียว โมโดชิ โนะ มัตสึ Matsushima Saigyo Modoshi no Matsu Park – 西行戻しの松公園 (อ่าวมัตสึชิม่า) l ซากุระริมอ่าว

สวนไซเกียวโมโดชิโนะมัทสึบนเขาที่ฤดูทั่วไปจะเห็นอ่าวมัตสุชิม่า และเกาะเล็กเกาะน้อย สวยงามแบบ 360 องศา และเมื่อเบื้องหน้ามีต้นซากุระ 250 ต้นพร้อมชมพระอาทิตย์ตกไปด้วยแล้ว มันจะยิ่งสวยงามขนาดไหน

บนนั้นยังมีคาเฟ่เล็กๆ ที่ถ้าไปก็แนะนำให้จิบชา ยามพระอาทิตย์ใกล้ตก จะโรแมนติกสุดๆ รีวิว Matsushima Saigyo Modoshi no Matsu Park อย่างละเอียด

การเดินทาง : จากสถานี Matsushima Kaigan (松島海岸駅) หากเดินจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ดังนั้นหากใครอยากประหยัดเวลาแนะนำให้ขึ้นแท็กซี่จากสถานีจะสะดวกที่สุดค่ะ
https://goo.gl/maps/PLtxoMybe8m

12. “อิวาเตะ” สวนสาธารณะเทนโชจิริมแม่น้ำคิตะคามิ (Tenshōchi-北上市立公園展勝地) l ซากุระริมแม่น้ำ

ช่วงที่ไปฟ้าเน่า และ ดอกยังตูมๆ อยู่เลยคร่า
มีธงปลาคาร์ฟด้วยค่ะ

สวนสาธารณะเทนโชจิริมแม่น้ำคิตะคามิ คือสถานที่ชมดอกซากุระพันธุ์โซเม-โยชิโนะยอดนิยม ที่นี่มีต้นซากุระมากกว่า 10,000 ต้น พร้อมใจกันบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนเมษายน เรียงรายตามทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร จนกลายเป็นอุโมงค์ดอกซากุระที่สวยงาม โรแมนติกสุดๆเลยค่ะ และเนื่องจากช่วงนี้ใกล้วันเด็กผู้ชายจึงมีการประดับโคยโนโบริ หรือธงปลาคาร์ฟ จำนวนมากที่บริเวณแม่น้ำ เป็นวิวหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ

ใครอยากจะนั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำคิตาคามิเพื่อชมดอกซากุระก็ได้  มีค่าใช้จ่ายคนละ 1,000 เยน สามารถนั่งชมได้รอบละ 20 นาที หรือจะนั่งรถม้า 500 เยนซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์เลยก็ว่าได้ ส่วนคนที่เป็นสายถ่ายภาพ ก็เตรียมรอช้อตน้องม้าเดินมาให้เห็นใต้อุโมงค์ซากุระนี้ เรียกว่าถ้าได้เห็นภาพจะต้องนึกออกว่าที่คิตะคามิ จังหวัดอิวาเตะทันที รีวิว Tenshōchi อย่างละเอียด

การเดินทาง : นั่งบัสจาก JR Kitakami Station Kumazawa/Esashi Line ลงที่ป้าย Tenshochi
https://goo.gl/maps/krkhoUX5HX52

13. “อิวาเตะ” อิชิวาริซากุระ Ishiwari Sakura-石割桜 (เมืองโมริโอกะ)

ภาพจาก http://voyapon.com/ishiwari-zakura-cherry-tree/

ภาพจาก http://www.nihon-kankou.or.jp

รับรองว่าต้องไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นี่คือต้นซากุระที่มีประมาณอายุ 350 – 400 ปีและถือเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่น ต้นซากุระนี้ถูกตั้งชื่อว่า Ishiwari เพราะเป็นต้นซากุระที่งอกออกมาจากหินแกรนิตขนาดใหญ่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 21 เมตรและสูง 1.7 เมตร

ต้นซากุระที่เกิดจากหินนี้ตั้งอยู่หน้าศาล Morioka ถือเป็นต้นซากุระที่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งสำหรับเมือง Morioka และภูมิภาคโทโฮคุ เพราะสามารถฟันฝ่าอากาศหนาวจัดในฤดูหนาวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนแยกออกจากหินได้และยังคงเติบโตต่อไปเรื่อยๆ

การเดินทาง: เดินประมาณ 20 นาทีจากสถานีรถไฟ Morioka อยู่ใกล้กับสวน Morioka Castle Park หรือขึ้นรถบัสเด็นเด็นมุชิที่สถานีโมริโอกะทางออกทิศเหนือ จุดขึ้นลงรถที่ 16 แล้วลงที่จูโอโดริ 1-โจเมะ และเดินจากสถานี 1 นาที
https://goo.gl/maps/gwPZAEXUAWmYDZqU9

14. “อากิตะ” คาคุโนะดาเตะ (Kakunodate-chō – 角館町) l ซากุระในเมืองเก่า


ภาพจาก https://www.tohokuandtokyo.org/spot_41/

เมืองคาคุโนะดาเตะ มีสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อคือหมู่บ้านพักซามูไร (Bukeyashiki) ที่ได้รับการดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพเดิมมาอย่างดีจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติ รวมไปถึงต้นซากุระที่เรียงรายริมสองฝั่งถนนเคียงข้างอาคารเหล่านั้นเป็นพันธุ์ชิดาเระซากุระ โดยลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้คือที่ไม่เหมือนใครคือมีกิ่งที่โน้มต่ำลงหาพื้นดินและมีดอกที่ไหลย้อยตามกิ่งลงมา ซึ่งสายพันธุ์นี้มี 2 แบบ คือ ดอกที่มี 5 กลีบและดอกที่มีมากกว่า 5 กลีบ โดยดอกที่มีมากกว่า 5 กลีบจะบานช้ากว่าดอกที่มี 5 กลีบประมาณ 1 อาทิตย์ ต้นที่มีอายุมากที่สุดนั้นมีอายุกว่า 300 ปี ทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางธรรมชาติของชาติด้วย

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kakunodate แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที
https://goo.gl/maps/xHGmP5GoY6r

15. “อาโอโมริ” สวนสาธารณะฮิโรซากิ (Hirosaki Park-弘前公園) l ซากุระในสวนข้างปราสาท

ค่อยๆ ร่วงตั้งแต่ช่วงต้นเดือนจนกระทั่งกลางเดือนพ.ค.
ภาพจาก
https://www.facebook.com/HirosakiCherryBlossomFestival


ภาพจาก
https://www.facebook.com/HirosakiCherryBlossomFestival

สวนสาธารณะฮิโรซากิสร้างขึ้นล้อมรอบปราสาทเป็นสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่อที่สุดของโทโฮคุตอนเหนือ เต็มไปด้วยต้นซากุระที่มีมากกว่า 2,500 ต้นหลากหลายสายพันธุ์ เมื่อยามที่ดอกซากุระร่วงหล่นจากต้น กลีบซากุระจะปลิวลงสู่คูน้ำรอบปราสาทจนดูเหมือนพรมยาวสีชมพูจนผู้คนเรียกกันว่า “ผืนพรมแห่งซากุระ” ส่วนปี 2019 ก็จะมีงานเทศกาลชมซากุระประจำปีในวันที่ 20 เมษายน-6 พฤษภาคม 2019 เฉพาะช่วงเทศกาลนี้มีบริการล่องเรือชมซากุระด้วย บริการพิเศษแบบนี้ห้ามพลาดจริงๆ

การเดินทาง : จากสถานี JR Hirosaki Station โดยสารรถบัส Dotemachi Loop Bus ที่วิ่งไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 15 นาที ลงที่สถานี Shiyakusho-mae bus stop
https://goo.gl/maps/Yvxrk1p7Bh92

รวมวันที่ Sakura Full Bloom 🌸

5-6 Apr 2018 “มิยะงิ” แม่น้ำชิโรอิชิ
5-6 Apr 2018 “มิยะงิ” สวนสาธารณะซากปราสาทฟุนาโอกะ
15 Apr 2018 “ฟุกุชิม่า” ปราสาทสึรุกะ
16 Apr 2018 “ยามากาตะ” สวนสาธารณะคาโจ
16 Apr 2018 แม่น้ำมามิงาซาคิ 16 Apr 2018
17 Apr 2018 “มิยะงิ” ศาลเจ้าชิโอกามะ
19 Apr 2018 “ฟุกุชิม่า” อนุสรณ์นิจจู ทางสำหรับจักรยานและเดินเท้า
20 Apr 2018 “ยามากาตะ” วัดยามาเดระ
21-22 Apr 2018 “ยามากาตะ” สวนเทนโดบนเขาไมซูรู
22-24 Apr 2018 “ฟุกุชิม่า” แม่น้ำคันนนจิ
24 April 2018 “อิวาเตะ” สวนสาธารณะเทนโชจิริมแม่น้ำคิตะคามิ
26 April 2018 “อาโอโมริ” สวนสาธารณะฮิโรซากิ
30 April 2018 “อากิตะ” คาคุโนะดาเตะ

อ้างอิงจาก japan-guide.comและประสบการณ์ตัวเอง

////////

panwaa

About Author

ปุ้ม พรรณวดี เรียนจบสาขา British & American Study จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดอาการหลงใหลในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้เที่ยวไป wwoof ไปที่คิวชูระยะ 2 เดือน และรอดผ่านช่วงเวลาแผ่นดินไหวคุมาโมโต้มาแล้วเมื่อครั้งอายุย่างเข้า 30 จนเผลอนึกไปว่า "ในความสงบเรียบร้อยของญี่ปุ่นนี่มีเรื่องแอดเวนเจอร์ซ่อนตัวให้ตื่นเต้น โชคดีนะที่เจอ! เที่ยวครั้งหนึ่งจะได้ครบรส"
ตอนนี้ขึ้นเลข 3 ต้นๆ แล้ว แต่ถ้าใครชวนไปลุยญี่ปุ่นล่ะก้อ ร่างและใจพร้อมเสมอ ;)

Leave a Reply